ภารทวาชสูตร: พระเจ้าอุเทนถามพระบิณโฑลภารทวาชะ
ข้อปฏิบัติ

ภารทวาชสูตร: พระเจ้าอุเทนถามพระบิณโฑลภารทวาชะ

ภารทฺวาชสุตฺตํ

ภิกษุหนุ่มที่ยังอยู่ในวัยคึกคะนองรักษาพรหมจรรย์ได้ตลอดชีวิตอย่างไร พระบิณโฑลภารทวาชะตอบพระเจ้าอุเทนเป็นสามชั้น คือ ตั้งจิตต่อสตรีเหมือนแม่ พี่น้อง และลูก พิจารณากาย และสำรวมอินทรีย์

๗ ข้อ

ในภารทวาชสูตร สฬายตนสังยุต สังยุตตนิกาย ท่านพระบิณโฑลภารทวาชะอยู่ที่โฆสิตาราม ใกล้เมืองโกสัมพี พระเจ้าอุเทนเสด็จมาถามว่า อะไรเป็นเหตุให้ภิกษุที่ยังหนุ่ม ผมดำสนิท อยู่ในปฐมวัย ยังไม่เคยผ่านความระเริงในกาม ประพฤติพรหมจรรย์บริสุทธิ์ได้ตลอดชีวิต

พระเถระตอบโดยยกคำสอนของพระพุทธเจ้าสามข้อ และพระราชาก็ซักค้านทุกข้ออย่างตรงไปตรงมา ข้อแรกคือตั้งจิตต่อสตรีวัยแม่ว่าเป็นแม่ วัยพี่น้องว่าเป็นพี่น้อง วัยลูกว่าเป็นลูก พระราชาค้านว่าจิตโลเล ความโลภก็ยังเกิดได้ ข้อสองคือพิจารณากายนี้ว่าประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ พระราชาค้านว่าสำหรับคนที่ยังไม่ได้ฝึก ตั้งใจพิจารณาว่าไม่งาม แต่ใจกลับเห็นว่างามก็มี ข้อสามคือสำรวมอินทรีย์ทั้งหก

พระเจ้าอุเทนยอมรับข้อสุดท้ายด้วยประสบการณ์ของพระองค์เอง แล้วประกาศตนเป็นอุบาสก

  1. ๑

    คำถามของพระราชา ทหรา สุสุกาฬเกสา

    พระเจ้าอุเทนสงสัยว่า ภิกษุที่ยังหนุ่มแน่น ผมดำสนิท ยังไม่เคยผ่านความระเริงในกาม อยู่ในพรหมจรรย์ได้นานจนตลอดชีวิตได้อย่างไร คำถามนี้ไม่ได้ถามเพื่อจับผิด แต่ถามด้วยความสงสัยจริง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อเห็นใครรักษาวินัยได้ดีกว่าเรา ให้ถามว่าเขาทำอย่างไร แทนการคิดว่าเขาคงแกล้งทำ

  2. ๒

    ตั้งจิตว่าเป็นแม่ พี่น้อง และลูก มาตุมตฺตีสุ มาตุจิตฺตํ อุปฏฺฐเปถ

    พระพุทธเจ้าสอนภิกษุให้ตั้งจิตต่อสตรีวัยแม่ว่าเป็นแม่ ต่อสตรีวัยพี่สาวน้องสาวว่าเป็นพี่สาวน้องสาว และต่อสตรีวัยลูกว่าเป็นลูก คือมองด้วยความเคารพและความผูกพันแบบครอบครัว

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อรู้ตัวว่ามองใครด้วยความใคร่ที่ไม่ควร ลองนึกว่าเขาเป็นแม่ พี่น้อง หรือลูกของใครสักคน สายตาจะเปลี่ยนเป็นความเคารพเอง

  3. ๓

    จิตโลเล ข้อเดียวอาจไม่พอ โลลํ จิตฺตํ

    พระเจ้าอุเทนค้านว่า จิตเป็นธรรมชาติโลเลบางคราว ความโลภอาจเกิดขึ้นได้แม้กับสตรีวัยแม่ วัยพี่น้อง หรือวัยลูก จึงถามว่ามีเหตุอื่นอีกหรือไม่ พระเถระไม่ได้ปฏิเสธข้อค้านนี้ แต่ยกคำสอนข้อต่อไปมาเสริม

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    อย่าพึ่งเครื่องมือเดียวในการรักษาใจ ถ้าวิธีหนึ่งไม่ได้ผลในบางวัน ให้มีวิธีสำรองไว้เสมอ

  4. ๔

    พิจารณากายตั้งแต่ปลายเท้าถึงปลายผม อิมเมว กายํ อุทฺธํ ปาทตลา อโธ เกสมตฺถกา

    ข้อสองคือพิจารณากายนี้ ตั้งแต่พื้นเท้าขึ้นไป ตั้งแต่ปลายผมลงมา มีหนังหุ้มอยู่รอบ ภายในมีส่วนต่าง ๆ เช่น ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก ไปจนถึงเลือด เหงื่อ น้ำตา และน้ำลาย เพื่อคลายความหลงใหลในรูปกาย

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เวลาหลงใหลรูปลักษณ์ของใครจนใจไม่สงบ ให้ระลึกว่าทุกร่างกายประกอบด้วยส่วนเดียวกันหมด ใช้เพื่อคลายความหลง ไม่ใช่เพื่อรังเกียจตัวเองหรือคนอื่น

  5. ๕

    คนที่ยังไม่ได้ฝึก พิจารณาไม่งามแต่ใจเห็นว่างาม อภาวิตกายา

    พระราชาค้านอีกว่า สำหรับภิกษุที่ฝึกกาย ศีล จิต และปัญญามาแล้ว ข้อนี้ทำได้ไม่ยาก แต่สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ฝึก บางครั้งตั้งใจจะพิจารณาว่าไม่งาม แต่อารมณ์กลับมาในรูปของความงาม จึงถามหาเหตุอื่นอีก

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ยอมรับตามจริงว่าบางวิธีเหมาะกับคนที่ฝึกมาแล้ว ถ้ายังทำไม่ได้ ไม่ต้องโทษตัวเอง ให้หาวิธีที่เหมาะกับกำลังของตนตอนนี้

  6. ๖

    สำรวมอินทรีย์ ไม่ถือเอาโดยนิมิต อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารา วิหรถ

    ข้อสามคือคุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหก เห็นรูปด้วยตาแล้ว ไม่ถือเอาโดยนิมิต ไม่ถือเอาโดยอนุพยัญชนะ คือไม่ติดใจทั้งภาพรวมและรายละเอียด เพราะเมื่อไม่สำรวม ความยินดียินร้ายจะครอบงำใจ หู จมูก ลิ้น กาย และใจก็เช่นเดียวกัน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อเลื่อนเจอภาพหรือคลิปที่ปลุกความใคร่ ให้เลื่อนผ่านทันที อย่าหยุดดูรายละเอียด การไม่ป้อนเชื้อตั้งแต่ต้นง่ายกว่าการดับไฟทีหลัง

  7. ๗

    พระราชายืนยันจากประสบการณ์ของตน อนุปฏฺฐิตาย สติยา

    พระเจ้าอุเทนตรัสว่า เวลาพระองค์เข้าไปในพระราชวังฝ่ายในโดยไม่รักษากาย วาจา ใจ ไม่ตั้งสติ ไม่สำรวมอินทรีย์ ความโลภครอบงำพระองค์อย่างหนัก แต่เวลาที่รักษากาย วาจา ใจ ตั้งสติ และสำรวมอินทรีย์ ความโลภก็ไม่ครอบงำ แล้วจึงประกาศตนเป็นอุบาสก

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ก่อนเข้าสถานการณ์ที่รู้ว่าใจจะอ่อนไหว เช่น งานเลี้ยงหรือการนัดพบบางอย่าง ให้ตั้งสติไว้ก่อนเดินเข้าไป ไม่ใช่รอแก้เมื่อใจไหลไปแล้ว

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

พระสูตรนี้เป็นเรื่องของนักบวชที่ถือพรหมจรรย์ แต่หลักที่อยู่ข้างในใช้ได้กับทุกคนที่อยากรักษาความสัมพันธ์ให้ซื่อตรง ไม่ว่าจะเป็นเพศใด เช่น คนที่มีคู่ครองแล้ว หรือคนที่ทำงานใกล้ชิดกับเพื่อนร่วมงาน

การมองผู้อื่นเป็นแม่ พี่น้อง หรือลูก ไม่ได้ลดคุณค่าของสตรี แต่เปลี่ยนสายตาจากวัตถุแห่งความใคร่มาเป็นคนในครอบครัวที่ควรเคารพและปกป้อง ส่วนการพิจารณากายเป็นอุบายคลายราคะ ไม่ใช่การเกลียดร่างกายของตนหรือของใคร ถ้าการพิจารณาแบบนี้ทำให้รู้สึกแย่กับรูปร่างตัวเอง ให้พักไว้ แล้วใช้การสำรวมอินทรีย์แทน

ข้อที่พระราชาชื่นชมที่สุดคือข้อสาม ซึ่งเป็นเรื่องของสติ ไม่ใช่การกดข่มความรู้สึก

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

วานรินทชาดก: พญาวานรกับจระเข้ ธรรม ๔ ข้อที่พาพ้นศัตรู

สจฺจํ ธมฺโม ธิติ จาโค

จระเข้ดักรอจะจับพญาวานร แต่พญาวานรสังเกตเห็นความผิดปกติและเอาตัวรอดไปได้ คาถาสรุปว่าผู้มีสัจจะ ปัญญาพิจารณา คว…

พระนางมหาปชาบดีโคตมีทูลขอบวช: ความเพียรที่เปิดทางให้สตรี

ภพฺโพ อานนฺท มาตุคาโม

พระนางมหาปชาบดีโคตมีทูลขอให้สตรีได้บวชแต่ไม่ทรงอนุญาต พระนางปลงผม ครองผ้ากาสายะ เดินทางไปเวสาลีจนเท้าบวมพอง พร…

โยธาชีวสูตร: นักรบที่ตายในสนามรบจะไปสวรรค์จริงหรือ

โยธาชีวสุตฺตํ

นายบ้านนักรบอาชีพทูลถามถึงคำสอนของครูรุ่นก่อนว่านักรบที่ถูกฆ่าตายในสงครามจะไปเกิดร่วมกับเทวดาสรชิต พระพุทธเจ้า…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้