ผู้ที่สงฆ์มอบหน้าที่: เลือกให้ถูกคน แล้วอย่าบั่นทอนเขา
อนุชานามิ ภิกฺขเว อฏฺฐหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ ภิกฺขุํ ภิกฺขุโนวาทกํ สมฺมนฺนิตุํสามสิกขาบทของภิกษุเรื่องผู้ที่สงฆ์สมมติให้ทำหน้าที่ พระฉัพพัคคีย์สอนภิกษุณีโดยไม่ได้รับสมมติ พูดธรรมนิดเดียวแล…
ภยเภรวสุตฺตํ
พระพุทธเจ้าทรงเล่าว่าสมัยเป็นพระโพธิสัตว์ ทรงรับมือกับความกลัวในป่าเปลี่ยวอย่างไร ตั้งแต่ความบริสุทธิ์ของตนที่ทำให้ไม่หวาดหวั่น ไปจนถึงการกำจัดความกลัวในอิริยาบถที่มันเกิดขึ้น โดยไม่เปลี่ยนท่าหนี
ในภยเภรวสูตร มัชฌิมนิกาย ชาณุโสณีพราหมณ์ทูลพระพุทธเจ้าว่า เสนาสนะที่เป็นป่าเปลี่ยวอยู่ได้ยาก ความสงัดทำได้ยาก การอยู่คนเดียวยินดีได้ยาก ป่าเหมือนจะชักพาใจของภิกษุผู้ยังไม่ได้สมาธิไปเสีย พระพุทธเจ้าทรงรับว่าเป็นอย่างนั้น และตรัสว่าพระองค์เองก็เคยคิดอย่างนี้เมื่อยังเป็นพระโพธิสัตว์
จากนั้นทรงเล่าว่า สมณพราหมณ์ที่มีกาย วาจา ใจ หรืออาชีวะไม่บริสุทธิ์ มีความอยากได้ มีจิตพยาบาท ถูกถีนมิทธะครอบงำ ฟุ้งซ่าน สงสัย ยกตนข่มท่าน ขลาด อยากได้ลาภสักการะ เกียจคร้าน หลงลืมสติ จิตไม่ตั้งมั่น หรือปัญญาทราม เมื่ออยู่ป่าย่อมเรียกความกลัวมาหาตัวเพราะโทษของตน รวมเป็น ๑๖ ข้อ แต่พระองค์เห็นว่าตนไม่มีโทษเหล่านั้น จึงยิ่งมั่นใจที่จะอยู่ป่า
พระองค์ยังจงใจไปอยู่ในที่น่ากลัวในคืนที่คนรู้กัน เพื่อจะได้เห็นความกลัวนั้นจริง ๆ และเมื่อความกลัวเกิดขึ้นในอิริยาบถใด ก็ทรงกำจัดมันในอิริยาบถนั้น ท้ายพระสูตรทรงเล่าการบรรลุฌาน ๔ และวิชชา ๓ ในคืนตรัสรู้ และตรัสว่าที่ยังทรงอยู่ป่าต่อไป ไม่ใช่เพราะยังมีกิเลส แต่เพื่อความอยู่เป็นสุขของพระองค์และเพื่ออนุเคราะห์คนรุ่นหลัง
สมณพราหมณ์ที่มีกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม หรืออาชีวะไม่บริสุทธิ์ เมื่ออยู่ป่าเปลี่ยวย่อมเรียกความกลัวและความขลาดมาหาตัว เพราะโทษของตนเป็นเหตุ พระโพธิสัตว์เห็นว่าตนมีการกระทำบริสุทธิ์ จึงไม่มีช่องให้ความกลัวชนิดนี้เข้ามา
เมื่อรู้สึกหวาดระแวงโดยไม่มีเหตุชัดเจน ลองถามตัวเองว่ามีเรื่องใดที่ทำไว้แล้วยังค้างคาใจอยู่ไหม แล้วแก้ไขเรื่องนั้น
นอกจากความบริสุทธิ์ทางกาย วาจา ใจ และอาชีวะ พระโพธิสัตว์ยังพิจารณาว่าตนไม่มีความอยากได้ ไม่พยาบาท ไม่ถูกถีนมิทธะครอบงำ ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่สงสัย ไม่ยกตนข่มท่าน ไม่ขลาด ไม่อยากได้ลาภสักการะ ไม่เกียจคร้าน ไม่หลงลืมสติ จิตตั้งมั่น และมีปัญญา เมื่อเห็นคุณเหล่านี้ในตน ก็ยิ่งมีขนไม่ลุกชัน คือมั่นใจที่จะอยู่ป่า
ก่อนเข้าสถานการณ์ที่กดดัน เช่น สัมภาษณ์งานหรือเจรจา ให้เตรียมตัวให้พร้อมและตั้งใจตรงไปตรงมา ความมั่นใจที่แท้มาจากการรู้ว่าตนไม่มีอะไรต้องปิดบัง
พระโพธิสัตว์ตั้งใจไปอยู่ในอารามเจดีย์ วนเจดีย์ รุกขเจดีย์ ที่น่าสะพรึงกลัว ในคืนที่คนรู้กันว่าเป็นคืน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ และ ๘ ค่ำ เพื่อจะได้เห็นความกลัวนั้น เมื่ออยู่ที่นั่น แค่สัตว์เดินมา นกยูงทำกิ่งไม้หล่น หรือลมพัดใบไม้ ก็ทำให้คิดว่าความกลัวมาถึงแล้ว
สังเกตว่าความกลัวส่วนใหญ่ของเราเริ่มจากเสียงเล็ก ๆ หรือข้อความสั้น ๆ แล้วใจขยายต่อเอง ลองแยกให้ออกว่าอะไรคือเหตุการณ์จริง อะไรคือเรื่องที่ใจแต่งเติม
พระโพธิสัตว์คิดว่า ทำไมเราต้องอยู่อย่างคอยหวาดภัย ความกลัวมาถึงขณะเราอยู่ในท่าใด เราจะกำจัดมันในท่านั้น ถ้ามาขณะเดินจงกรม ก็ไม่ยืน ไม่นั่ง ไม่นอน จนกว่าจะกำจัดได้ ถ้ามาขณะยืน นั่ง หรือนอน ก็ทำอย่างเดียวกัน
เมื่อความกังวลโผล่ขึ้นมาขณะนั่งทำงาน อย่าลุกไปหาของกินหรือเลื่อนหน้าจอหนี ให้นั่งอยู่ตรงนั้น หายใจช้า ๆ และดูมันจนมันเบาลง
สมณพราหมณ์บางพวกสำคัญกลางคืนว่ากลางวัน สำคัญกลางวันว่ากลางคืน พระพุทธเจ้าตรัสว่านั่นคือการอยู่ด้วยความหลง ส่วนพระองค์สำคัญกลางคืนว่ากลางคืน กลางวันว่ากลางวัน และถ้าจะกล่าวถึงสัตว์ผู้ไม่หลงเป็นธรรมดา ที่เกิดขึ้นเพื่อประโยชน์สุขของคนจำนวนมาก ก็พึงกล่าวถึงพระองค์
ในยามกลัวหรือโกรธ ให้ถามตัวเองง่าย ๆ ว่า "ตอนนี้เกิดอะไรขึ้นจริง ๆ" เพื่อไม่ให้ความรู้สึกบิดภาพความเป็นจริง
พระพุทธเจ้าทรงเล่าว่า ความเพียรไม่ย่อหย่อน สติตั้งมั่น กายสงบ จิตตั้งมั่น แล้วทรงบรรลุฌาน ๔ ในยามต้นทรงระลึกชาติได้ ยามกลางทรงเห็นการจุติและเกิดของสัตว์ตามกรรม ยามท้ายทรงรู้อริยสัจและสิ้นอาสวะ อวิชชาถูกกำจัด วิชชาเกิดขึ้น ความมืดถูกกำจัด ความสว่างเกิดขึ้น
ความกล้าที่มั่นคงไม่ได้เกิดจากการฝืนใจอย่างเดียว แต่เกิดจากใจที่สงบและเห็นชัด ฝึกสมาธิวันละไม่กี่นาทีก็เป็นการวางรากฐานให้ใจไม่หวั่นไหวง่าย
พระพุทธเจ้าตรัสกับพราหมณ์ว่า อย่าคิดว่าที่พระองค์ยังอยู่ป่าเพราะยังมีราคะ โทสะ โมหะ พระองค์ทรงเห็นประโยชน์สองอย่าง คือความอยู่เป็นสุขในปัจจุบันของพระองค์เอง และการอนุเคราะห์ประชุมชนรุ่นหลัง ชาณุโสณีพราหมณ์จึงประกาศตนเป็นอุบาสก
เมื่อทำสิ่งดีที่เป็นประโยชน์ต่อตนอยู่แล้ว ลองนึกด้วยว่าคนรุ่นหลัง เช่น ลูกหลานหรือน้องใหม่ในที่ทำงาน จะได้แบบอย่างอะไรจากเรา
พระสูตรนี้ชี้ว่าความกลัวจำนวนมากไม่ได้มาจากสิ่งข้างนอกล้วน ๆ แต่มาจากสิ่งที่เรารู้อยู่แก่ใจว่ายังไม่เรียบร้อย คนที่ทำผิดไว้ย่อมสะดุ้งง่ายกว่าคนที่ทำสุจริต การดูแลความประพฤติของตนจึงเป็นการสร้างความกล้าในระยะยาวไปพร้อมกัน
บทเรียนที่ใช้ได้ทันทีคือ ไม่ต้องรีบหนีความกลัวด้วยการเปลี่ยนท่า เปลี่ยนที่ หรือหยิบโทรศัพท์ ให้อยู่กับมันตรงนั้น ดูมันจนมันคลายลง ความกลัวที่ถูกมองตรง ๆ มักเล็กกว่าที่คิด
ข้อควรระวังคือ พระสูตรนี้ไม่ได้สอนให้เอาตัวไปเสี่ยงอันตรายจริง และไม่ได้แทนการรักษา หากความกลัวหรือความวิตกกังวลรุนแรงจนกระทบการใช้ชีวิต เช่น ตื่นตระหนกบ่อย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตควบคู่ไปด้วย
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
สามสิกขาบทของภิกษุเรื่องผู้ที่สงฆ์สมมติให้ทำหน้าที่ พระฉัพพัคคีย์สอนภิกษุณีโดยไม่ได้รับสมมติ พูดธรรมนิดเดียวแล…
สามกถาท้ายวรรคที่ ๑๘ ถามว่ามีฌานคั่นระหว่างฌานหรือ ผู้เข้าสมาบัติฟังเสียงได้หรือ และตาเป็นผู้เห็นรูปหรือ ฝ่ายเ…
สี่ข้อที่ทำให้คู่ชีวิตไปด้วยกันได้ยาวนาน — ศรัทธา ศีล จาคะ ปัญญา ที่เสมอกัน จากเรื่องนกุลบิดาและนกุลมารดา
พระสารีบุตรแสดงบุคคล ๔ จำพวก ผู้มีกิเลสหรือไม่มีกิเลส และรู้หรือไม่รู้ตามจริง พร้อมอุปมาภาชนะสัมฤทธิ์ แล้วชี้ว…