ภยเภรวสูตร: เมื่อความกลัวมาเยือน
ข้อปฏิบัติ

ภยเภรวสูตร: เมื่อความกลัวมาเยือน

ภยเภรวสุตฺตํ

พระพุทธเจ้าทรงเล่าว่าสมัยเป็นพระโพธิสัตว์ ทรงรับมือกับความกลัวในป่าเปลี่ยวอย่างไร ตั้งแต่ความบริสุทธิ์ของตนที่ทำให้ไม่หวาดหวั่น ไปจนถึงการกำจัดความกลัวในอิริยาบถที่มันเกิดขึ้น โดยไม่เปลี่ยนท่าหนี

๗ ข้อ

ในภยเภรวสูตร มัชฌิมนิกาย ชาณุโสณีพราหมณ์ทูลพระพุทธเจ้าว่า เสนาสนะที่เป็นป่าเปลี่ยวอยู่ได้ยาก ความสงัดทำได้ยาก การอยู่คนเดียวยินดีได้ยาก ป่าเหมือนจะชักพาใจของภิกษุผู้ยังไม่ได้สมาธิไปเสีย พระพุทธเจ้าทรงรับว่าเป็นอย่างนั้น และตรัสว่าพระองค์เองก็เคยคิดอย่างนี้เมื่อยังเป็นพระโพธิสัตว์

จากนั้นทรงเล่าว่า สมณพราหมณ์ที่มีกาย วาจา ใจ หรืออาชีวะไม่บริสุทธิ์ มีความอยากได้ มีจิตพยาบาท ถูกถีนมิทธะครอบงำ ฟุ้งซ่าน สงสัย ยกตนข่มท่าน ขลาด อยากได้ลาภสักการะ เกียจคร้าน หลงลืมสติ จิตไม่ตั้งมั่น หรือปัญญาทราม เมื่ออยู่ป่าย่อมเรียกความกลัวมาหาตัวเพราะโทษของตน รวมเป็น ๑๖ ข้อ แต่พระองค์เห็นว่าตนไม่มีโทษเหล่านั้น จึงยิ่งมั่นใจที่จะอยู่ป่า

พระองค์ยังจงใจไปอยู่ในที่น่ากลัวในคืนที่คนรู้กัน เพื่อจะได้เห็นความกลัวนั้นจริง ๆ และเมื่อความกลัวเกิดขึ้นในอิริยาบถใด ก็ทรงกำจัดมันในอิริยาบถนั้น ท้ายพระสูตรทรงเล่าการบรรลุฌาน ๔ และวิชชา ๓ ในคืนตรัสรู้ และตรัสว่าที่ยังทรงอยู่ป่าต่อไป ไม่ใช่เพราะยังมีกิเลส แต่เพื่อความอยู่เป็นสุขของพระองค์และเพื่ออนุเคราะห์คนรุ่นหลัง

  1. ๑

    ความกลัวมาจากโทษในตน ปริสุทฺธกายกมฺมนฺโต

    สมณพราหมณ์ที่มีกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม หรืออาชีวะไม่บริสุทธิ์ เมื่ออยู่ป่าเปลี่ยวย่อมเรียกความกลัวและความขลาดมาหาตัว เพราะโทษของตนเป็นเหตุ พระโพธิสัตว์เห็นว่าตนมีการกระทำบริสุทธิ์ จึงไม่มีช่องให้ความกลัวชนิดนี้เข้ามา

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อรู้สึกหวาดระแวงโดยไม่มีเหตุชัดเจน ลองถามตัวเองว่ามีเรื่องใดที่ทำไว้แล้วยังค้างคาใจอยู่ไหม แล้วแก้ไขเรื่องนั้น

  2. ๒

    ใจที่ปลอดจากโทษ ๑๖ ข้อคือความกล้า ภิยฺโย ปลฺโลมมาปาทึ อรญฺเญ วิหาราย

    นอกจากความบริสุทธิ์ทางกาย วาจา ใจ และอาชีวะ พระโพธิสัตว์ยังพิจารณาว่าตนไม่มีความอยากได้ ไม่พยาบาท ไม่ถูกถีนมิทธะครอบงำ ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่สงสัย ไม่ยกตนข่มท่าน ไม่ขลาด ไม่อยากได้ลาภสักการะ ไม่เกียจคร้าน ไม่หลงลืมสติ จิตตั้งมั่น และมีปัญญา เมื่อเห็นคุณเหล่านี้ในตน ก็ยิ่งมีขนไม่ลุกชัน คือมั่นใจที่จะอยู่ป่า

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ก่อนเข้าสถานการณ์ที่กดดัน เช่น สัมภาษณ์งานหรือเจรจา ให้เตรียมตัวให้พร้อมและตั้งใจตรงไปตรงมา ความมั่นใจที่แท้มาจากการรู้ว่าตนไม่มีอะไรต้องปิดบัง

  3. ๓

    ไปหาความกลัวแทนการรอให้มันมา อารามเจติยานิ วนเจติยานิ รุกฺขเจติยานิ

    พระโพธิสัตว์ตั้งใจไปอยู่ในอารามเจดีย์ วนเจดีย์ รุกขเจดีย์ ที่น่าสะพรึงกลัว ในคืนที่คนรู้กันว่าเป็นคืน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ และ ๘ ค่ำ เพื่อจะได้เห็นความกลัวนั้น เมื่ออยู่ที่นั่น แค่สัตว์เดินมา นกยูงทำกิ่งไม้หล่น หรือลมพัดใบไม้ ก็ทำให้คิดว่าความกลัวมาถึงแล้ว

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    สังเกตว่าความกลัวส่วนใหญ่ของเราเริ่มจากเสียงเล็ก ๆ หรือข้อความสั้น ๆ แล้วใจขยายต่อเอง ลองแยกให้ออกว่าอะไรคือเหตุการณ์จริง อะไรคือเรื่องที่ใจแต่งเติม

  4. ๔

    กลัวในท่าไหน ก็จัดการในท่านั้น ตถาภูโต ตถาภูโตว ตํ ภยเภรวํ ปฏิวิเนยฺยํ

    พระโพธิสัตว์คิดว่า ทำไมเราต้องอยู่อย่างคอยหวาดภัย ความกลัวมาถึงขณะเราอยู่ในท่าใด เราจะกำจัดมันในท่านั้น ถ้ามาขณะเดินจงกรม ก็ไม่ยืน ไม่นั่ง ไม่นอน จนกว่าจะกำจัดได้ ถ้ามาขณะยืน นั่ง หรือนอน ก็ทำอย่างเดียวกัน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อความกังวลโผล่ขึ้นมาขณะนั่งทำงาน อย่าลุกไปหาของกินหรือเลื่อนหน้าจอหนี ให้นั่งอยู่ตรงนั้น หายใจช้า ๆ และดูมันจนมันเบาลง

  5. ๕

    ผู้ไม่หลง อสมฺโมหธมฺโม สตฺโต โลเก อุปฺปนฺโน

    สมณพราหมณ์บางพวกสำคัญกลางคืนว่ากลางวัน สำคัญกลางวันว่ากลางคืน พระพุทธเจ้าตรัสว่านั่นคือการอยู่ด้วยความหลง ส่วนพระองค์สำคัญกลางคืนว่ากลางคืน กลางวันว่ากลางวัน และถ้าจะกล่าวถึงสัตว์ผู้ไม่หลงเป็นธรรมดา ที่เกิดขึ้นเพื่อประโยชน์สุขของคนจำนวนมาก ก็พึงกล่าวถึงพระองค์

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ในยามกลัวหรือโกรธ ให้ถามตัวเองง่าย ๆ ว่า "ตอนนี้เกิดอะไรขึ้นจริง ๆ" เพื่อไม่ให้ความรู้สึกบิดภาพความเป็นจริง

  6. ๖

    จากความเพียรสู่วิชชา ๓ อวิชฺชา วิหตา วิชฺชา อุปฺปนฺนา

    พระพุทธเจ้าทรงเล่าว่า ความเพียรไม่ย่อหย่อน สติตั้งมั่น กายสงบ จิตตั้งมั่น แล้วทรงบรรลุฌาน ๔ ในยามต้นทรงระลึกชาติได้ ยามกลางทรงเห็นการจุติและเกิดของสัตว์ตามกรรม ยามท้ายทรงรู้อริยสัจและสิ้นอาสวะ อวิชชาถูกกำจัด วิชชาเกิดขึ้น ความมืดถูกกำจัด ความสว่างเกิดขึ้น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ความกล้าที่มั่นคงไม่ได้เกิดจากการฝืนใจอย่างเดียว แต่เกิดจากใจที่สงบและเห็นชัด ฝึกสมาธิวันละไม่กี่นาทีก็เป็นการวางรากฐานให้ใจไม่หวั่นไหวง่าย

  7. ๗

    อยู่ป่าเพราะเหตุผลสองข้อ เทฺว อตฺถวเส สมฺปสฺสมาโน

    พระพุทธเจ้าตรัสกับพราหมณ์ว่า อย่าคิดว่าที่พระองค์ยังอยู่ป่าเพราะยังมีราคะ โทสะ โมหะ พระองค์ทรงเห็นประโยชน์สองอย่าง คือความอยู่เป็นสุขในปัจจุบันของพระองค์เอง และการอนุเคราะห์ประชุมชนรุ่นหลัง ชาณุโสณีพราหมณ์จึงประกาศตนเป็นอุบาสก

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อทำสิ่งดีที่เป็นประโยชน์ต่อตนอยู่แล้ว ลองนึกด้วยว่าคนรุ่นหลัง เช่น ลูกหลานหรือน้องใหม่ในที่ทำงาน จะได้แบบอย่างอะไรจากเรา

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

พระสูตรนี้ชี้ว่าความกลัวจำนวนมากไม่ได้มาจากสิ่งข้างนอกล้วน ๆ แต่มาจากสิ่งที่เรารู้อยู่แก่ใจว่ายังไม่เรียบร้อย คนที่ทำผิดไว้ย่อมสะดุ้งง่ายกว่าคนที่ทำสุจริต การดูแลความประพฤติของตนจึงเป็นการสร้างความกล้าในระยะยาวไปพร้อมกัน

บทเรียนที่ใช้ได้ทันทีคือ ไม่ต้องรีบหนีความกลัวด้วยการเปลี่ยนท่า เปลี่ยนที่ หรือหยิบโทรศัพท์ ให้อยู่กับมันตรงนั้น ดูมันจนมันคลายลง ความกลัวที่ถูกมองตรง ๆ มักเล็กกว่าที่คิด

ข้อควรระวังคือ พระสูตรนี้ไม่ได้สอนให้เอาตัวไปเสี่ยงอันตรายจริง และไม่ได้แทนการรักษา หากความกลัวหรือความวิตกกังวลรุนแรงจนกระทบการใช้ชีวิต เช่น ตื่นตระหนกบ่อย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตควบคู่ไปด้วย

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

ผู้ที่สงฆ์มอบหน้าที่: เลือกให้ถูกคน แล้วอย่าบั่นทอนเขา

อนุชานามิ ภิกฺขเว อฏฺฐหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ ภิกฺขุํ ภิกฺขุโนวาทกํ สมฺมนฺนิตุํ

สามสิกขาบทของภิกษุเรื่องผู้ที่สงฆ์สมมติให้ทำหน้าที่ พระฉัพพัคคีย์สอนภิกษุณีโดยไม่ได้รับสมมติ พูดธรรมนิดเดียวแล…

สมาปันโนสัททังสุณาตีติกถา: ผู้อยู่ในฌานได้ยินเสียงหรือ

สมาปนฺโน สทฺทํ สุณาตีติกถา

สามกถาท้ายวรรคที่ ๑๘ ถามว่ามีฌานคั่นระหว่างฌานหรือ ผู้เข้าสมาบัติฟังเสียงได้หรือ และตาเป็นผู้เห็นรูปหรือ ฝ่ายเ…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้