เสทกสูตร: รักษาตนคือรักษาผู้อื่น
เสทกสุตฺตํนักไต่ราวไม้ไผ่บอกศิษย์ว่า "เธอรักษาเรา เรารักษาเธอ" แต่ศิษย์ตอบว่า "ต่างคนต่างรักษาตน" พระพุทธเจ้าตรัสว่าศิษย…
ยํ ตุยฺหํ ตุยฺหเมเวตํ ยํ มยฺหํ มยฺหเมเวตํ
แลกจีวรกันแล้วชิงคืน ห้ามการแจกจีวรของสงฆ์เพื่อรอศิษย์ของตน และหวงตระกูลที่ใจบุญโดยขู่ว่าทางไปมีสุนัขดุ — สามเรื่องของความหวงที่ทำลายน้ำใจในหมู่คณะ
ในภิกขุนีวิภังค์ พระวินัยปิฎก เล่ม ๓ ซึ่งรวบรวมสิกขาบทของภิกษุณี มีเรื่องต้นบัญญัติหลายเรื่องเกี่ยวกับการแบ่งปันปัจจัยในชีวิตร่วมกัน บทเรียนอยู่ที่ความหวงแหน ซึ่งเกิดได้ในทุกครอบครัว หอพัก และองค์กร
เรื่องแรก ภิกษุณีถุลลนันทาเปลี่ยนจีวรกับภิกษุณีรูปหนึ่ง ต่อมาถามว่าจีวรที่แลกไปอยู่ไหน แล้วพูดว่า "ของเธอก็ต้องเป็นของเธอ ของฉันก็ต้องเป็นของฉัน" แล้วชิงคืนมา เรื่องที่สอง ภิกษุณีสงฆ์ประชุมจะแจกจีวรที่เกิดขึ้น แต่ศิษย์ของภิกษุณีถุลลนันทาไม่อยู่ นางจึงห้ามการแจก เมื่อศิษย์กลับมาแล้วจึงให้แจก
เรื่องที่สาม ภิกษุณีรูปหนึ่งได้รับการเลี้ยงจากตระกูลหนึ่ง และเจ้าของบ้านขอให้ภิกษุณีรูปอื่นมาด้วย นางคิดว่าทำอย่างไรรูปอื่นจะไม่มา จึงบอกภิกษุณีทั้งหลายว่าที่นั่นมีสุนัขดุ โคดุ ทางลื่น อย่าไปเลย ต่อมาชาวบ้านรู้เรื่องจึงติเตียนว่าภิกษุณีหวงตระกูล
ภิกษุณีถุลลนันทาเปลี่ยนจีวรกับภิกษุณีรูปหนึ่งแล้ว ต่อมาให้นำจีวรออกมา และพูดว่า "นี่จีวรของเธอก็ต้องเป็นของเธอ นั่นจีวรของดิฉันก็ต้องเป็นของดิฉัน" แล้วชิงเอาคืน สิกขาบทวิภังค์อธิบายว่าการเปลี่ยนนี้หมายถึงแลกจีวรเนื้อไม่ดีกับเนื้อดี หรือเนื้อดีกับเนื้อไม่ดี
เมื่อแลกของหรือตกลงแบ่งกันแล้ว อย่ากลับมาทวงคืนเพราะเพิ่งรู้ว่าของอีกฝ่ายดีกว่า
สิกขาบทนี้เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ จีวรที่ชิงคืนมาต้องสละแก่สงฆ์ แก่คณะ หรือแก่ภิกษุณีรูปหนึ่ง แล้วจึงแสดงอาบัติ ของที่ได้มาด้วยการชิงจึงไม่ได้กลับมาเป็นของตนอย่างที่ต้องการ
ถ้าเคยเอาของที่ให้หรือแลกไปแล้วกลับคืนมา ลองคืนให้เขา หรือขอโทษอย่างตรงไปตรงมา
ภิกษุณีสงฆ์ประชุมเพื่อแจกจีวรที่เกิดขึ้นนอกกาล ภิกษุณีถุลลนันทาห้ามไว้โดยอ้างว่าภิกษุณีบางรูปไม่อยู่ แต่ที่จริงคือรอศิษย์ของตน เมื่อศิษย์กลับมาแล้วนางจึงสั่งให้แจก ภิกษุณีทั้งหลายติเตียนว่านางห้ามการแจกจีวรที่ชอบธรรม
ในการประชุมแบ่งงบหรือแบ่งสวัสดิการ ถ้าจะขอเลื่อน ให้บอกเหตุผลจริง อย่าใช้ข้ออ้างเพื่อรอให้ฝ่ายตนได้เปรียบ
สิกขาบทวิภังค์อธิบายว่า การแจกจีวรที่ชอบธรรม คือภิกษุณีสงฆ์ผู้พร้อมเพรียงประชุมกันแจก เกณฑ์จึงอยู่ที่กระบวนการของส่วนรวม ไม่ใช่ความพอใจของคนใดคนหนึ่ง
ถ้าเราไม่พอใจผลการแบ่งที่ทุกคนตกลงร่วมกันแล้ว ให้เสนอปรับกติกาครั้งหน้า แทนการขวางผลครั้งนี้
เจ้าของบ้านเลี้ยงภิกษุณีรูปหนึ่งแล้วขอให้รูปอื่นมาด้วย แต่นางกลับบอกภิกษุณีทั้งหลายว่าที่นั่นมีสุนัขดุ โคดุ ทางลื่น อย่าไปเลย เมื่อเจ้าของบ้านถามภิกษุณีอีกรูปหนึ่งว่าทำไมภิกษุณีไม่ค่อยมา และได้รู้เรื่อง ก็ติเตียนว่าภิกษุณีหวงตระกูล
เมื่อรู้จักลูกค้าดี ผู้สนับสนุน หรือแหล่งงานดี ให้แนะนำเพื่อนร่วมทีมด้วย อย่ากันไว้คนเดียว
สิกขาบทวิภังค์อธิบายว่า การหวงตระกูล คือคิดว่าทำอย่างไรภิกษุณีอื่นจะไม่มา แล้วพูดติตระกูลนั้นให้ภิกษุณีฟัง หรือพูดติภิกษุณีให้ตระกูลนั้นฟัง ความตระหนี่จึงแสดงออกเป็นคำพูดที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายห่างกัน
สังเกตว่าเคยพูดไม่ดีถึงหัวหน้า ลูกค้า หรือเพื่อน เพื่อไม่ให้คนอื่นเข้าใกล้เขาหรือไม่ ถ้าใช่ ให้หยุด
ข้อยกเว้นระบุว่า ภิกษุณีที่ไม่ได้หวงตระกูล และบอกโทษหรืออันตรายที่มีอยู่จริง ไม่ต้องอาบัติ การเตือนด้วยความจริงจึงต่างจากการแต่งเรื่องเพื่อกันคนอื่น
ถ้าที่ไหนมีปัญหาจริง บอกได้เลย แต่ให้บอกเฉพาะสิ่งที่รู้จริง ไม่เติมเพื่อให้คนอื่นถอย
ความหวงในเรื่องเหล่านี้ไม่ได้ร้ายแรงเหมือนการขโมย แต่ค่อย ๆ ทำลายความไว้ใจในกลุ่ม การขอของที่แลกไปแล้วคืน การขวางของส่วนรวมเพื่อพวกตน และการกันคนอื่นออกจากแหล่งที่ดี เป็นสิ่งที่พบได้ในที่ทำงานและในครอบครัวใหญ่
พระวินัยแยกความหวงออกจากความระมัดระวังอย่างชัดเจน การบอกโทษหรืออันตรายที่มีอยู่จริงไม่ถือเป็นความตระหนี่ ปัญหาอยู่ที่การแต่งเรื่องเพื่อกันคนอื่นออกไป
หลักง่าย ๆ คือ ของส่วนรวมให้ส่วนรวมตัดสินพร้อมกัน ของที่ให้หรือแลกไปแล้วถือว่าจบ และคนใจดีไม่ใช่สมบัติของใครคนเดียว
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
นักไต่ราวไม้ไผ่บอกศิษย์ว่า "เธอรักษาเรา เรารักษาเธอ" แต่ศิษย์ตอบว่า "ต่างคนต่างรักษาตน" พระพุทธเจ้าตรัสว่าศิษย…
พระเจ้าอรินทมะตามหาโสณกะเพื่อนเล่นในวัยเด็ก เมื่อพบก็เห็นว่าเพื่อนเป็นนักบวชยากไร้ โสณกะตอบว่าคนที่น่าสงสารจริ…
รากของความชั่ว ๓ — โลภ โกรธ หลง และรากของความดี ๓ — ไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง ดูที่รากแล้วจะรู้ว่าการกระทำจะออกผลอ…
พึงพูดแต่คำที่น่าพอใจ เมื่อพราหมณ์พูดคำไพเราะ โคนันทิวิสาลก็ลากภาระหนักไปได้ ทั้งพราหมณ์ได้ทรัพย์และโคก็ปลื้มใ…