มหาสีหนาทสูตร: ทางที่เดินอยู่จะพาไปถึงไหน
ตญฺจ มคฺคํ สมารูโฬฺหสุนักขัตตะตั้งใจติพระพุทธเจ้า แต่กลับพูดชมโดยไม่รู้ตัว — แล้วทรงแสดงคติ ๕ ด้วยอุปมาคนเดินทางสายเดียวไปสู่หลุมถ…
จาตุมสุตฺตํ
พระพุทธเจ้าทรงขับภิกษุใหม่ที่ส่งเสียงดัง เจ้าศากยะและพรหมทูลขอด้วยอุปมาพืชอ่อนและลูกโคอ่อน แล้วทรงแสดงภัย ๔ ของผู้บวช คือ คลื่น จระเข้ น้ำวน และปลาร้าย
ในจาตุมสูตร มัชฌิมนิกาย พระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะพาภิกษุประมาณ ๕๐๐ รูปมาเฝ้าพระพุทธเจ้าที่บ้านจาตุมา ภิกษุที่มาใหม่ทักทายกับภิกษุเจ้าถิ่น จัดที่นอน เก็บบาตรจีวร ส่งเสียงดังอึกทึก พระพุทธเจ้าตรัสว่าเหมือนเสียงชาวประมงจับปลา แล้วทรงขับภิกษุเหล่านั้นไป
เจ้าศากยะชาวบ้านจาตุมาเห็นเข้าจึงไปทูลขอให้ทรงอนุเคราะห์ภิกษุสงฆ์ เพราะในหมู่นั้นมีภิกษุบวชใหม่ ถ้าไม่ได้เฝ้าพระพุทธเจ้าอาจเปลี่ยนแปลงไป เหมือนพืชอ่อนที่ไม่ได้น้ำ หรือลูกโคอ่อนที่ไม่เห็นแม่ ท้าวสหัมบดีพรหมก็มาทูลด้วยอุปมาเดียวกัน พระพุทธเจ้าจึงทรงยอมให้ภิกษุกลับมา
จากนั้นทรงแสดงภัย ๔ อย่างที่คนลงน้ำต้องเจอ และเทียบกับภัยของผู้ออกบวช คือ คลื่น (ความโกรธและความคับแค้นเมื่อถูกสั่งสอน) จระเข้ (ความเห็นแก่ปากท้อง) น้ำวน (กามคุณ ๕) และปลาร้าย (มาตุคาม) ซึ่งทำให้ผู้บวชทิ้งสิกขากลับไปเป็นคฤหัสถ์
ภิกษุที่มาใหม่ส่งเสียงดังขณะทักทายและจัดที่พัก พระพุทธเจ้าตรัสถามพระอานนท์ว่าใครส่งเสียงดังเหมือนชาวประมงจับปลา แล้วตรัสขับภิกษุเหล่านั้นว่า ไม่ควรอยู่ในสำนักของพระองค์ ภิกษุเหล่านั้นก็เก็บบริขารแล้วออกไป
เมื่อไปถึงที่ที่คนอื่นใช้ร่วมกัน เช่น ห้องสมุด โรงพยาบาล หรือบ้านคนอื่น ลดเสียงลงก่อน แม้จะดีใจที่ได้เจอเพื่อน
เจ้าศากยะและท้าวสหัมบดีพรหมทูลว่า ในหมู่ภิกษุนั้นมีผู้บวชใหม่ ถ้าไม่ได้เห็นพระพุทธเจ้าอาจเปลี่ยนแปลงไป เหมือนพืชอ่อนที่ไม่ได้น้ำ และลูกโคอ่อนที่ไม่เห็นแม่ ขอให้ทรงยินดีและอนุเคราะห์ภิกษุสงฆ์เหมือนที่เคยทรงทำ
เวลาตำหนิทีมหรือกลุ่ม ให้นึกถึงคนใหม่ที่ยังเปราะบาง หาทางให้เขายังได้คำแนะนำและกำลังใจ แม้เราจะไม่พอใจทั้งกลุ่ม
พระพุทธเจ้าตรัสถามพระสารีบุตรว่าคิดอย่างไรเมื่อภิกษุถูกขับ ท่านตอบว่าคิดว่าพระองค์จะอยู่สบาย และตนก็จะอยู่สบายเช่นกัน พระองค์ตรัสห้ามไม่ให้คิดอย่างนั้นอีก ส่วนพระมหาโมคคัลลานะตอบว่าคิดว่าตนกับพระสารีบุตรจะดูแลภิกษุสงฆ์ พระองค์ทรงรับรองว่าถูกต้อง
เมื่อหัวหน้าไม่อยู่หรือกำลังไม่พอใจ อย่าถือโอกาสปล่อยวางหน้าที่ ให้คิดว่าเราช่วยดูแลส่วนรวมได้อย่างไร
ผู้บวชใหม่ถูกเพื่อนพรหมจรรย์สอนว่า ควรก้าวไปอย่างนี้ ถอยกลับอย่างนี้ แลอย่างนี้ ก็คิดว่า สมัยเป็นคฤหัสถ์เราเคยสอนคนอื่น แต่คนเหล่านี้เหมือนเป็นลูกหลานเรากลับมาสอนเรา แล้วโกรธ ขัดใจ จนลาสิกขา คลื่นจึงหมายถึงความโกรธและความคับแค้นใจ
เมื่อถูกคนอายุน้อยกว่าหรือตำแหน่งต่ำกว่าให้คำแนะนำ แยกเนื้อหาออกจากตัวผู้พูด ถามแค่ว่าคำแนะนำนั้นถูกหรือไม่
ผู้บวชถูกสอนว่า สิ่งนี้ควรเคี้ยว สิ่งนี้ไม่ควรเคี้ยว สิ่งนี้ควรฉัน ควรฉันในกาล ไม่ควรฉันในวิกาล ก็คิดว่า สมัยเป็นคฤหัสถ์เราอยากกินอะไรก็กิน แต่ตอนนี้เหมือนมีคนมาปิดปาก แล้วลาสิกขา จระเข้จึงหมายถึงความเห็นแก่ปากท้อง
สังเกตว่าเราเคยเลิกตั้งใจดูแลสุขภาพหรือเลิกแผนออมเงิน เพียงเพราะทนความอยากกินอยากใช้ไม่ไหวหรือไม่ แล้ววางแผนรับมือล่วงหน้า
ผู้บวชเข้าหมู่บ้านโดยไม่รักษากาย วาจา ไม่ตั้งสติ ไม่สำรวมอินทรีย์ เห็นคฤหัสถ์บำเรอตนด้วยกามคุณ ๕ ก็คิดว่า เราเคยได้อย่างนั้น ตระกูลเราก็มีทรัพย์ เราอาจใช้ทรัพย์และทำบุญไปด้วยได้ แล้วลาสิกขา น้ำวนจึงหมายถึงกามคุณ ๕
เมื่อเลื่อนดูชีวิตหรูหราของคนอื่นแล้วเริ่มหวั่นไหวกับเส้นทางที่ตัวเองเลือก ให้รู้ทันว่านี่คือแรงดูดของน้ำวน และระวังการเปิดรับโดยไม่มีสติ
ผู้บวชเข้าหมู่บ้านโดยไม่สำรวม เห็นหญิงที่นุ่งห่มไม่เรียบร้อย ราคะก็รบกวนจิต จนลาสิกขา ปลาร้ายจึงหมายถึงมาตุคาม ข้อนี้ต้องอ่านตามบริบทว่าตรัสกับภิกษุผู้ถือพรหมจรรย์ ภัยจริงคือราคะในใจที่ไม่ได้สำรวม ไม่ใช่การตำหนิผู้หญิง
ไม่ว่าเพศใด ถ้ามีพันธะที่ตั้งใจรักษา เช่น ความซื่อสัตย์ต่อคู่ครอง ให้รู้ว่าอันตรายเริ่มจากการปล่อยใจโดยไม่สำรวม ไม่ใช่จากอีกฝ่าย
ภัย ๔ อย่างนี้ตรัสกับผู้ออกบวช แต่ใครที่ตั้งใจเริ่มต้นสิ่งใหม่ ไม่ว่าจะเข้าองค์กรใหม่ ฝึกทักษะใหม่ หรือเปลี่ยนวิถีชีวิต ก็เจอคลื่นลูกเดียวกันได้ เช่น หงุดหงิดที่ถูกคนอายุน้อยกว่าสอน หรือรู้สึกว่ากฎเรื่องกินอยู่คับแคบเกินไป
เรื่องปลาร้ายต้องเข้าใจตามบริบท พระสูตรพูดกับภิกษุผู้ถือพรหมจรรย์ ภัยคือความกำหนัดที่ทำให้ละทิ้งเพศนักบวช ไม่ได้บอกว่าผู้หญิงเป็นสิ่งเลวร้าย สำหรับคนทั่วไป ข้อนี้เทียบได้กับแรงดึงดูดทางอารมณ์ใด ๆ ที่พาให้ทิ้งพันธะที่ตั้งใจไว้
ส่วนตอนต้นเรื่องก็มีบทเรียนสำหรับผู้นำ การเข้มงวดกับกลุ่มเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ต้องไม่ลืมคนใหม่ที่ยังต้องการกำลังใจ เหมือนพืชอ่อนที่ยังต้องการน้ำ
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
สุนักขัตตะตั้งใจติพระพุทธเจ้า แต่กลับพูดชมโดยไม่รู้ตัว — แล้วทรงแสดงคติ ๕ ด้วยอุปมาคนเดินทางสายเดียวไปสู่หลุมถ…
เมื่อความเลื่อมใสผูกอยู่กับคนคนเดียว วันที่คนนั้นทำผิด ถูกลงโทษ ย้ายไป ลาสิกขา หรือตาย ผู้เลื่อมใสก็เลิกคบภิกษ…
เมื่อภิกษุชื่อคัคคะวิกลจริต บางครั้งจำวันอุโบสถได้ บางครั้งจำไม่ได้ พระพุทธเจ้าไม่ได้ให้ขับออกหรือบังคับให้มา …
ลาคลุมหนังราชสีห์เที่ยวกินข้าวกล้าได้นาน แต่พอร้องออกมาก็เผยตัวว่าเป็นลา ภาพลักษณ์ที่ยืมมาหลอกคนได้ชั่วคราว แต…