จาตุมสูตร: ภัย ๔ ของผู้ออกบวช
ข้อปฏิบัติ

จาตุมสูตร: ภัย ๔ ของผู้ออกบวช

จาตุมสุตฺตํ

พระพุทธเจ้าทรงขับภิกษุใหม่ที่ส่งเสียงดัง เจ้าศากยะและพรหมทูลขอด้วยอุปมาพืชอ่อนและลูกโคอ่อน แล้วทรงแสดงภัย ๔ ของผู้บวช คือ คลื่น จระเข้ น้ำวน และปลาร้าย

๗ ข้อ

ในจาตุมสูตร มัชฌิมนิกาย พระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะพาภิกษุประมาณ ๕๐๐ รูปมาเฝ้าพระพุทธเจ้าที่บ้านจาตุมา ภิกษุที่มาใหม่ทักทายกับภิกษุเจ้าถิ่น จัดที่นอน เก็บบาตรจีวร ส่งเสียงดังอึกทึก พระพุทธเจ้าตรัสว่าเหมือนเสียงชาวประมงจับปลา แล้วทรงขับภิกษุเหล่านั้นไป

เจ้าศากยะชาวบ้านจาตุมาเห็นเข้าจึงไปทูลขอให้ทรงอนุเคราะห์ภิกษุสงฆ์ เพราะในหมู่นั้นมีภิกษุบวชใหม่ ถ้าไม่ได้เฝ้าพระพุทธเจ้าอาจเปลี่ยนแปลงไป เหมือนพืชอ่อนที่ไม่ได้น้ำ หรือลูกโคอ่อนที่ไม่เห็นแม่ ท้าวสหัมบดีพรหมก็มาทูลด้วยอุปมาเดียวกัน พระพุทธเจ้าจึงทรงยอมให้ภิกษุกลับมา

จากนั้นทรงแสดงภัย ๔ อย่างที่คนลงน้ำต้องเจอ และเทียบกับภัยของผู้ออกบวช คือ คลื่น (ความโกรธและความคับแค้นเมื่อถูกสั่งสอน) จระเข้ (ความเห็นแก่ปากท้อง) น้ำวน (กามคุณ ๕) และปลาร้าย (มาตุคาม) ซึ่งทำให้ผู้บวชทิ้งสิกขากลับไปเป็นคฤหัสถ์

  1. ๑

    เสียงดังในที่สงบ ปณาเมมิ โว ภิกฺขเว

    ภิกษุที่มาใหม่ส่งเสียงดังขณะทักทายและจัดที่พัก พระพุทธเจ้าตรัสถามพระอานนท์ว่าใครส่งเสียงดังเหมือนชาวประมงจับปลา แล้วตรัสขับภิกษุเหล่านั้นว่า ไม่ควรอยู่ในสำนักของพระองค์ ภิกษุเหล่านั้นก็เก็บบริขารแล้วออกไป

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อไปถึงที่ที่คนอื่นใช้ร่วมกัน เช่น ห้องสมุด โรงพยาบาล หรือบ้านคนอื่น ลดเสียงลงก่อน แม้จะดีใจที่ได้เจอเพื่อน

  2. ๒

    อุปมาพืชอ่อนและลูกโคอ่อน พีชานํ ตรุณานํ

    เจ้าศากยะและท้าวสหัมบดีพรหมทูลว่า ในหมู่ภิกษุนั้นมีผู้บวชใหม่ ถ้าไม่ได้เห็นพระพุทธเจ้าอาจเปลี่ยนแปลงไป เหมือนพืชอ่อนที่ไม่ได้น้ำ และลูกโคอ่อนที่ไม่เห็นแม่ ขอให้ทรงยินดีและอนุเคราะห์ภิกษุสงฆ์เหมือนที่เคยทรงทำ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เวลาตำหนิทีมหรือกลุ่ม ให้นึกถึงคนใหม่ที่ยังเปราะบาง หาทางให้เขายังได้คำแนะนำและกำลังใจ แม้เราจะไม่พอใจทั้งกลุ่ม

  3. ๓

    ดูแลหมู่คณะ ไม่หนีไปสบายคนเดียว ภิกฺขุสงฺฆํ ปริหริสฺสาม

    พระพุทธเจ้าตรัสถามพระสารีบุตรว่าคิดอย่างไรเมื่อภิกษุถูกขับ ท่านตอบว่าคิดว่าพระองค์จะอยู่สบาย และตนก็จะอยู่สบายเช่นกัน พระองค์ตรัสห้ามไม่ให้คิดอย่างนั้นอีก ส่วนพระมหาโมคคัลลานะตอบว่าคิดว่าตนกับพระสารีบุตรจะดูแลภิกษุสงฆ์ พระองค์ทรงรับรองว่าถูกต้อง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อหัวหน้าไม่อยู่หรือกำลังไม่พอใจ อย่าถือโอกาสปล่อยวางหน้าที่ ให้คิดว่าเราช่วยดูแลส่วนรวมได้อย่างไร

  4. ๔

    ภัยคือคลื่น: ทนคำสอนไม่ได้ อูมิภยํ

    ผู้บวชใหม่ถูกเพื่อนพรหมจรรย์สอนว่า ควรก้าวไปอย่างนี้ ถอยกลับอย่างนี้ แลอย่างนี้ ก็คิดว่า สมัยเป็นคฤหัสถ์เราเคยสอนคนอื่น แต่คนเหล่านี้เหมือนเป็นลูกหลานเรากลับมาสอนเรา แล้วโกรธ ขัดใจ จนลาสิกขา คลื่นจึงหมายถึงความโกรธและความคับแค้นใจ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อถูกคนอายุน้อยกว่าหรือตำแหน่งต่ำกว่าให้คำแนะนำ แยกเนื้อหาออกจากตัวผู้พูด ถามแค่ว่าคำแนะนำนั้นถูกหรือไม่

  5. ๕

    ภัยคือจระเข้: เห็นแก่ปากท้อง กุมฺภีลภยํ

    ผู้บวชถูกสอนว่า สิ่งนี้ควรเคี้ยว สิ่งนี้ไม่ควรเคี้ยว สิ่งนี้ควรฉัน ควรฉันในกาล ไม่ควรฉันในวิกาล ก็คิดว่า สมัยเป็นคฤหัสถ์เราอยากกินอะไรก็กิน แต่ตอนนี้เหมือนมีคนมาปิดปาก แล้วลาสิกขา จระเข้จึงหมายถึงความเห็นแก่ปากท้อง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    สังเกตว่าเราเคยเลิกตั้งใจดูแลสุขภาพหรือเลิกแผนออมเงิน เพียงเพราะทนความอยากกินอยากใช้ไม่ไหวหรือไม่ แล้ววางแผนรับมือล่วงหน้า

  6. ๖

    ภัยคือน้ำวน: กามคุณ ๕ อาวฏฺฏภยํ

    ผู้บวชเข้าหมู่บ้านโดยไม่รักษากาย วาจา ไม่ตั้งสติ ไม่สำรวมอินทรีย์ เห็นคฤหัสถ์บำเรอตนด้วยกามคุณ ๕ ก็คิดว่า เราเคยได้อย่างนั้น ตระกูลเราก็มีทรัพย์ เราอาจใช้ทรัพย์และทำบุญไปด้วยได้ แล้วลาสิกขา น้ำวนจึงหมายถึงกามคุณ ๕

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อเลื่อนดูชีวิตหรูหราของคนอื่นแล้วเริ่มหวั่นไหวกับเส้นทางที่ตัวเองเลือก ให้รู้ทันว่านี่คือแรงดูดของน้ำวน และระวังการเปิดรับโดยไม่มีสติ

  7. ๗

    ภัยคือปลาร้าย: ความกำหนัดของผู้ถือพรหมจรรย์ สุสุกาภยํ

    ผู้บวชเข้าหมู่บ้านโดยไม่สำรวม เห็นหญิงที่นุ่งห่มไม่เรียบร้อย ราคะก็รบกวนจิต จนลาสิกขา ปลาร้ายจึงหมายถึงมาตุคาม ข้อนี้ต้องอ่านตามบริบทว่าตรัสกับภิกษุผู้ถือพรหมจรรย์ ภัยจริงคือราคะในใจที่ไม่ได้สำรวม ไม่ใช่การตำหนิผู้หญิง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ไม่ว่าเพศใด ถ้ามีพันธะที่ตั้งใจรักษา เช่น ความซื่อสัตย์ต่อคู่ครอง ให้รู้ว่าอันตรายเริ่มจากการปล่อยใจโดยไม่สำรวม ไม่ใช่จากอีกฝ่าย

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

ภัย ๔ อย่างนี้ตรัสกับผู้ออกบวช แต่ใครที่ตั้งใจเริ่มต้นสิ่งใหม่ ไม่ว่าจะเข้าองค์กรใหม่ ฝึกทักษะใหม่ หรือเปลี่ยนวิถีชีวิต ก็เจอคลื่นลูกเดียวกันได้ เช่น หงุดหงิดที่ถูกคนอายุน้อยกว่าสอน หรือรู้สึกว่ากฎเรื่องกินอยู่คับแคบเกินไป

เรื่องปลาร้ายต้องเข้าใจตามบริบท พระสูตรพูดกับภิกษุผู้ถือพรหมจรรย์ ภัยคือความกำหนัดที่ทำให้ละทิ้งเพศนักบวช ไม่ได้บอกว่าผู้หญิงเป็นสิ่งเลวร้าย สำหรับคนทั่วไป ข้อนี้เทียบได้กับแรงดึงดูดทางอารมณ์ใด ๆ ที่พาให้ทิ้งพันธะที่ตั้งใจไว้

ส่วนตอนต้นเรื่องก็มีบทเรียนสำหรับผู้นำ การเข้มงวดกับกลุ่มเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ต้องไม่ลืมคนใหม่ที่ยังต้องการกำลังใจ เหมือนพืชอ่อนที่ยังต้องการน้ำ

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

มหาสีหนาทสูตร: ทางที่เดินอยู่จะพาไปถึงไหน

ตญฺจ มคฺคํ สมารูโฬฺห

สุนักขัตตะตั้งใจติพระพุทธเจ้า แต่กลับพูดชมโดยไม่รู้ตัว — แล้วทรงแสดงคติ ๕ ด้วยอุปมาคนเดินทางสายเดียวไปสู่หลุมถ…

ปุคคลปสาทสูตร: โทษของความเลื่อมใสที่ผูกไว้กับตัวบุคคล

ปญฺจิเม ภิกฺขเว อาทีนวา ปุคฺคลปฺปสาเท

เมื่อความเลื่อมใสผูกอยู่กับคนคนเดียว วันที่คนนั้นทำผิด ถูกลงโทษ ย้ายไป ลาสิกขา หรือตาย ผู้เลื่อมใสก็เลิกคบภิกษ…

คัคคภิกษุผู้วิกลจริต: สงฆ์ดูแลสมาชิกที่จำไม่ได้

สห วา คคฺเคน วินา วา คคฺเคน

เมื่อภิกษุชื่อคัคคะวิกลจริต บางครั้งจำวันอุโบสถได้ บางครั้งจำไม่ได้ พระพุทธเจ้าไม่ได้ให้ขับออกหรือบังคับให้มา …

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้