สีหจัมมชาดก: ลาในหนังราชสีห์
ใช้ในชีวิตประจำวัน

สีหจัมมชาดก: ลาในหนังราชสีห์

สีหจมฺมชาตกํ

ลาคลุมหนังราชสีห์เที่ยวกินข้าวกล้าได้นาน แต่พอร้องออกมาก็เผยตัวว่าเป็นลา ภาพลักษณ์ที่ยืมมาหลอกคนได้ชั่วคราว แต่ตัวตนจริงจะปรากฏในที่สุด

๕ ข้อ

ในสีหจัมมชาดก ทุกนิบาตชาดก ขุททกนิกาย คาถาบทแรกกล่าวว่า นี่ไม่ใช่เสียงของราชสีห์ ไม่ใช่เสียงเสือโคร่ง ไม่ใช่เสียงเสือเหลือง เป็นลาที่คลุมหนังราชสีห์ร้อง บทที่สองกล่าวว่า ลาคลุมหนังราชสีห์กินข้าวกล้าเขียว ๆ ได้นานแล้ว แต่พอร้องก็ทำร้ายตนเอง

ในพระไตรปิฎกมีเพียงสองคาถานี้ อรรถกถาเล่าว่า พ่อค้าเร่คนหนึ่งเอาหนังราชสีห์คลุมลาของตน แล้วปล่อยให้กินข้าวในนาของชาวบ้าน คนเฝ้านาไม่กล้าเข้าใกล้เพราะคิดว่าเป็นราชสีห์ จนวันหนึ่งชาวบ้านรวมตัวกันส่งเสียงไล่ ลาตกใจจึงร้องออกมา ชาวบ้านรู้ว่าเป็นลาก็รุมทำร้าย

เรื่องนี้เป็นนิทานที่รู้จักกันแพร่หลายในหลายวัฒนธรรม บทเรียนหลักอยู่ที่ช่องว่างระหว่างภาพที่แสดงกับตัวตนจริง

  1. ๑

    เสียงบอกตัวตนจริง เนตํ สีหสฺส นทิตํ

    คาถาบทแรกแยกเสียงได้ทันทีว่าไม่ใช่เสียงราชสีห์ ไม่ใช่เสือโคร่ง ไม่ใช่เสือเหลือง รูปลักษณ์ปลอมได้ แต่สิ่งที่ออกมาจากข้างใน เช่น คำพูดและการกระทำเมื่อถูกกดดัน ปลอมได้ยาก

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เวลาประเมินคน ให้ฟังว่าเขาอธิบายเรื่องที่อ้างว่าถนัดได้ลึกแค่ไหน มากกว่าดูตำแหน่งหรือรูปโปรไฟล์

  2. ๒

    หนังราชสีห์เป็นของยืมมา ปารุโต สีหจมฺเมน

    ลาถูกคลุมด้วยหนังราชสีห์ ความน่าเกรงขามนั้นไม่ใช่ของตน เมื่อหนังหลุดหรือถูกเปิดโปง ความน่าเกรงขามก็หายไปพร้อมกัน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้าเรากำลังพึ่งชื่อบริษัท ชื่อครู หรือตำแหน่ง ให้ถามตัวเองว่าถ้าไม่มีสิ่งนั้น เรายังมีอะไรของตัวเองอยู่บ้าง แล้วลงมือสร้างส่วนนั้น

  3. ๓

    หลอกได้นาน แต่ไม่ตลอดไป คทฺรโภ หริตํ ยวํ

    คาถาบทที่สองยอมรับว่าลากินข้าวกล้าได้นานแล้ว การหลอกลวงบางครั้งได้ผลอยู่นาน ซึ่งทำให้คนหลงคิดว่าจะได้ผลตลอดไป แต่ความจริงรอเพียงจังหวะเดียวที่จะปรากฏ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้ามีเรื่องที่เราปิดบังหรืออ้างเกินจริงมานาน ยิ่งแก้ไขเร็ว ความเสียหายยิ่งน้อย

  4. ๔

    เผยตัวในจังหวะที่ตกใจ รวมาโนว

    ลาไม่ได้ถูกจับได้เพราะใครดึงหนังออก แต่เพราะร้องออกมาเอง อรรถกถาเล่าว่าลาร้องเพราะตกใจเสียงชาวบ้าน ภาวะกดดันมักทำให้ตัวตนจริงหลุดออกมา

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    สร้างความสามารถจริงไว้ก่อนวันที่ต้องใช้ เพราะในวันสอบ วันสัมภาษณ์ หรือวันวิกฤต เราจะทำได้เท่าที่เป็นจริงเท่านั้น

  5. ๕

    ผู้หลอกกับผู้รับผล สีหจมฺมชาตกํ

    ตามอรรถกถา ผู้คิดอุบายคือพ่อค้าที่อยากให้ลากินข้าวของคนอื่นฟรี แต่ผู้ที่ถูกทำร้ายคือลา ส่วนชาวนาก็เสียข้าวไปนาน การหลอกลวงจึงสร้างความเสียหายหลายทาง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้ามีคนขอให้เราสวมบทบาท อ้างชื่อ หรือเซ็นรับรองแทนเขาในเรื่องที่ไม่จริง ให้ปฏิเสธ เพราะเมื่อความจริงปรากฏ คนที่ยืนอยู่หน้าสุดคือเรา

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

ในยุคที่ภาพลักษณ์สร้างได้ง่าย ทั้งโปรไฟล์ออนไลน์ ตำแหน่งที่อ้าง หรือความเชี่ยวชาญที่ยังไม่มีจริง ชาดกนี้เตือนว่าเปลือกนอกซื้อเวลาได้ แต่ไม่ได้เปลี่ยนตัวเรา และพอถึงจังหวะที่ต้องแสดงความสามารถจริง ความจริงก็ปรากฏ

ชาดกนี้ใช้ได้สองทาง ทางหนึ่งเตือนตัวเราไม่ให้อ้างเกินจริง อีกทางหนึ่งเตือนให้ดูคนที่ผลงานและคำพูดจริง ไม่ใช่ที่ภาพ

สังเกตด้วยว่าผู้ที่ได้ประโยชน์จากการหลอกคือพ่อค้า แต่ผู้ที่รับผลคือลา คนที่ถูกใช้ให้สวมบทบาทแทนผู้อื่นก็เสี่ยงเช่นกัน

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

รับนิมนต์แล้วไปฉันที่อื่น: ภัตตาหารของกรรมกรเข็ญใจ

อญฺญตฺร นิมนฺติตา อญฺญตฺร ภุญฺชิสฺสนฺติ

กรรมกรยากจนเก็บค่าจ้างมาเลี้ยงพระสงฆ์ แต่ภิกษุไปบิณฑบาตฉันมาก่อนแล้วรับอาหารของเขาเพียงเล็กน้อย เขาจึงน้อยใจว่…

ปาฏลิยสูตร: เมื่อครูสี่ท่านพูดไม่ตรงกัน จะเชื่อใครดี

ปาฏลิโย คามณี

นายบ้านปาฏลิยะเล่าว่ามีศาสดาสี่ท่านซึ่งเห็นต่างกันสุดขั้วมาพักในเรือนพักของตน จนเกิดความสงสัยว่าใครพูดจริง พระ…

จูฬทุกขักขันธสูตร: รู้โทษของกามแล้ว ทำไมยังถูกดึงกลับ

จูฬทุกฺขกฺขนฺธสุตฺตํ

เจ้ามหานามะรู้ว่าโลภ โกรธ หลง เป็นเครื่องเศร้าหมองของใจ แต่บางครั้งก็ยังครอบงำใจได้ พระพุทธเจ้าตรัสว่า เพียงเห…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้