มูลสูตร: ธรรมทั้งปวงมีฉันทะเป็นมูล
หลักธรรมพื้นฐาน

มูลสูตร: ธรรมทั้งปวงมีฉันทะเป็นมูล

ฉนฺทมูลกา สพฺเพ ธมฺมา

ถ้านักบวชลัทธิอื่นถามว่าธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นมูล พระพุทธเจ้าทรงให้ตอบว่า มีฉันทะเป็นมูล มีมนสิการเป็นแดนเกิด มีผัสสะเป็นเหตุเกิด มีเวทนาเป็นที่ประชุมลง มีสมาธิเป็นประมุข มีสติเป็นใหญ่ มีปัญญาเป็นยิ่ง มีวิมุตติเป็นแก่น มีอมตะเป็นที่หยั่งลง และมีนิพพานเป็นที่สุด

๘ ข้อ

ในมูลสูตร สติวรรค อัฏฐกนิบาต อังคุตตรนิกาย พระพุทธเจ้าตรัสถามภิกษุว่า ถ้าอัญญเดียรถีย์ปริพาชกถามว่า ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นมูล มีอะไรเป็นแดนเกิด ไปจนถึงมีอะไรเป็นแก่น จะตอบอย่างไร ภิกษุทูลว่าธรรมของพวกตนมีพระผู้มีพระภาคเป็นมูล ขอให้พระองค์ทรงอธิบาย พระพุทธเจ้าจึงตรัสคำตอบไว้ ๘ ข้อ

ในมูลสูตร ทสกนิบาต มีคำถามและคำตอบเดียวกัน แต่เพิ่มอีกสองข้อท้าย คือ มีอมตะเป็นที่หยั่งลง และมีนิพพานเป็นที่สุด รวมเป็น ๑๐ ข้อ

พระสูตรให้ไว้เพียงรายการสั้น ๆ ไม่ได้อธิบายแต่ละคำ คำอธิบายในหน้านี้จึงเป็นการอ่านตามความหมายทั่วไปของศัพท์ ข้อควรสังเกตคือ ฉันทะในที่นี้ไม่ได้หมายถึงตัณหาเสมอไป ในคัมภีร์ชั้นหลังมักอธิบายฉันทะว่าเป็นความต้องการจะทำ ซึ่งเป็นได้ทั้งฝ่ายดีและฝ่ายไม่ดี

  1. ๑

    ฉันทะเป็นมูล ฉนฺทมูลกา สพฺเพ ธมฺมา

    ข้อแรกตอบว่าธรรมทั้งปวงมีฉันทะเป็นรากเหง้า ความต้องการ ความพอใจ หรือความอยากทำ เป็นจุดตั้งต้นของสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต พระสูตรไม่ได้แยกว่าเป็นฉันทะฝ่ายดีหรือไม่ดี

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ก่อนเริ่มทำอะไร ถามตัวเองสั้น ๆ ว่ากำลังต้องการอะไรจากสิ่งนี้ คำตอบมักบอกได้ว่าเรื่องนี้จะไปทางไหน

  2. ๒

    มนสิการเป็นแดนเกิด มนสิการสมฺภวา สพฺเพ ธมฺมา

    ธรรมทั้งปวงเกิดขึ้นได้เพราะการใส่ใจ สิ่งที่ไม่ได้รับความใส่ใจก็ไม่ได้เกิดเป็นประสบการณ์ในใจ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เลือกว่าจะใส่ใจอะไรให้ดี เช่น ปิดการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็น เพราะสิ่งที่เราให้ความสนใจจะเติบโตในใจเรา

  3. ๓

    ผัสสะเป็นเหตุเกิด ผสฺสสมุทยา สพฺเพ ธมฺมา

    ธรรมทั้งปวงมีผัสสะเป็นเหตุเกิดร่วม คือเมื่ออายตนะ อารมณ์ และการรับรู้มาประจวบกัน ประสบการณ์จึงเกิดขึ้น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้ารู้ว่าอะไรกระตุ้นนิสัยที่ไม่อยากมี เช่น ขนมบนโต๊ะหรือแอปบนหน้าจอแรก ให้ลดการกระทบตั้งแต่ต้น

  4. ๔

    เวทนาเป็นที่ประชุมลง เวทนาสโมสรณา สพฺเพ ธมฺมา

    ทุกสิ่งที่เกิดจากการกระทบมาบรรจบกันที่ความรู้สึก สุข ทุกข์ หรือเฉย ๆ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อรู้สึกไม่ดี ให้รู้ว่านี่คือจุดที่หลายเหตุมาบรรจบ ไม่ใช่ตัวเราทั้งหมด หายใจแล้วค่อยเลือกว่าจะตอบสนองอย่างไร

  5. ๕

    สมาธิเป็นประมุข สมาธิปฺปมุขา สพฺเพ ธมฺมา

    ธรรมทั้งปวงมีสมาธิเป็นประมุข เป็นผู้นำหน้า ใจที่ตั้งมั่นนำไปในทิศที่ชัดเจน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ก่อนงานสำคัญ ใช้เวลาสองสามนาทีให้ใจนิ่งก่อน งานที่นำด้วยใจตั้งมั่นมักออกมาดีกว่า

  6. ๖

    สติเป็นใหญ่ สตาธิปเตยฺยา สพฺเพ ธมฺมา

    ธรรมทั้งปวงมีสติเป็นใหญ่ สติเป็นผู้กำกับดูแล ทำให้รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ให้สติเป็นหัวหน้าในใจ ไม่ใช่อารมณ์ เช่น รู้ตัวก่อนกดส่งข้อความตอนโกรธ

  7. ๗

    ปัญญาเป็นยิ่ง วิมุตติเป็นแก่น วิมุตฺติสารา สพฺเพ ธมฺมา

    ปัญญาเป็นสิ่งที่ยิ่งกว่าข้อก่อน ๆ และวิมุตติ คือความหลุดพ้น เป็นแก่นสารของทั้งหมด สมาธิและสติจึงไม่ใช่เป้าหมายในตัวเอง แต่นำไปสู่ความเข้าใจและความเป็นอิสระ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถามตัวเองเป็นระยะว่า การฝึกที่ทำอยู่ทำให้ยึดติดน้อยลงหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ อาจยังไม่ถึงแก่น

  8. ๘

    อมตะเป็นที่หยั่งลง นิพพานเป็นที่สุด นิพฺพานปริโยสานา สพฺเพ ธมฺมา

    สองข้อนี้มีเฉพาะในมูลสูตร ทสกนิบาต คือธรรมทั้งปวงมีอมตะเป็นที่หยั่งลง และมีนิพพานเป็นที่สุด ทำให้รายการครบตั้งแต่ต้นทางคือฉันทะ จนถึงปลายทางคือนิพพาน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อรู้ปลายทาง การเลือกเล็ก ๆ ในแต่ละวันก็มีทิศทาง ถามว่าสิ่งนี้พาเราเข้าใกล้ความสงบที่แท้หรือพาออกห่าง

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

รายการนี้เหมือนแผนที่ย่อของชีวิตจิตใจ ทุกอย่างเริ่มจากความต้องการ ต่อด้วยการใส่ใจ การกระทบ และความรู้สึก ถ้าหยุดอยู่แค่นั้น ชีวิตก็วนอยู่กับความชอบและไม่ชอบ แต่รายการยังไปต่อถึงสมาธิ สติ ปัญญา และความหลุดพ้น

ในทางปฏิบัติ ถ้าอยากเปลี่ยนนิสัย ให้เริ่มดูที่ต้นทาง คือเราต้องการอะไร และเรากำลังใส่ใจอะไรอยู่ เพราะสองอย่างนี้กำหนดว่าจะเกิดประสบการณ์แบบไหนตามมา

รายการนี้ยังเตือนว่า ความรู้สึกที่มาถึงเป็นเพียงที่ประชุมลงของเหตุก่อนหน้า ไม่ใช่จุดหมาย สิ่งที่ควรเป็นใหญ่ในใจคือสติ และแก่นของการฝึกคือความหลุดพ้น

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

ปัฏฐาน: ปัจจนียนัย และเหตุที่คัมภีร์ต้องซ้ำมากขนาดนั้น

ปจฺจนียํ

ปัฏฐานไม่ได้ถามแค่ว่าอะไรเป็นปัจจัยแก่อะไร แต่ถามฝ่ายปฏิเสธด้วยว่าอะไรเกิดขึ้นโดยไม่ใช่ปัจจัยข้อนั้น แล้วผสมยื…

นางวิสาขาขอพร ๘ ประการ: ให้ตามความต้องการจริง

อฏฺฐาหํ ภนฺเต ภควนฺตํ วรานิ ยาจามิ

นางวิสาขาทูลขอถวายสิ่งจำเป็นแปดอย่างแก่สงฆ์ตลอดชีวิต ตั้งแต่ผ้าอาบน้ำฝน อาหารสำหรับภิกษุที่มาใหม่ ภิกษุที่จะเด…

ปุคคลบัญญัติ: ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตน ประโยชน์ผู้อื่น หรือทั้งสองฝ่าย

อตฺตหิตาย ปฏิปนฺโน

บางคนมีศีล สมาธิ ปัญญาแต่ไม่ชวนใคร บางคนชวนคนอื่นแต่ตัวเองไม่มี บางคนมีเองและชวนคนอื่นด้วย บางคนไม่ทั้งสองอย่า…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้