มณิกุณฑลชาดก: เสียทุกอย่างแต่ใจไม่เสีย
มณิกุณฺฑลชาตกํพระราชาที่เสียทั้งแผ่นดิน ม้า ต่างหู แก้วมณี และครอบครัว ถูกถามว่าทำไมไม่เศร้าโศก ทรงตอบว่าทรัพย์ไม่แน่นอน บาง…
สมณสามีจิปฏิปทา
การครองผ้าสังฆาฏิ การเปลือยกาย หรือการมุ่นผม ไม่ได้ทำให้ใครเป็นสมณะ ถ้าเพียงแต่งกายแล้วละกิเลสได้ ญาติคงให้เด็กแต่งอย่างนั้นตั้งแต่เกิด — ผู้ปฏิบัติสมควรแก่สมณะคือผู้ละกิเลส ๑๒ อย่าง แล้วใจสงบเย็นเหมือนสระน้ำใสที่ใครมาก็ดับกระหายได้
ในจูฬอัสสปุรสูตร มัชฌิมนิกาย พระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่อัสสปุรนิคมในแคว้นอังคะ ตรัสกับภิกษุว่า คนทั้งหลายรู้จักพวกเธอว่าเป็นสมณะ และพวกเธอก็รับว่าเป็นสมณะ จึงควรศึกษาว่าจะปฏิบัติข้อปฏิบัติที่สมควรแก่สมณะ เพื่อให้ชื่อและคำรับนั้นเป็นจริง ปัจจัยที่ผู้อื่นถวายมีผลมาก และการบวชไม่เป็นหมัน
ทรงแสดงว่า ภิกษุที่ยังละอภิชฌา พยาบาท ความโกรธ ความผูกโกรธ ความลบหลู่ ความตีเสมอ ความริษยา ความตระหนี่ ความโอ้อวด มายา ความปรารถนาลามก และความเห็นผิดไม่ได้ ยังไม่ชื่อว่าปฏิบัติสมควรแก่สมณะ ทรงเรียกสิ่งเหล่านี้ว่ามลทิน โทษ และน้ำฝาดของสมณะ และตรัสว่าการเพียงครองผ้าสังฆาฏิ เปลือยกาย มุ่นผม หรือบำเพ็ญวัตรภายนอกอย่างอื่น ไม่ได้ทำให้ใครเป็นสมณะ
ส่วนผู้ละกิเลสเหล่านี้ได้ พิจารณาเห็นตนบริสุทธิ์ แล้วเกิดปราโมทย์ ปีติ ความสงบ ความสุข และสมาธิ แผ่เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขาไปทุกทิศ ไม่ว่ามาจากตระกูลใด ทรงเรียกว่าผู้ปฏิบัติสมควรแก่สมณะ และผู้ทำให้แจ้งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ ทรงเรียกว่าเป็นสมณะเพราะสิ้นอาสวะ
พระสูตรนี้เป็นคู่กับมหาอัสสปุรสูตร ซึ่งแสดงธรรมที่ทำให้เป็นสมณะไว้ตามลำดับตั้งแต่หิริโอตตัปปะ ส่วนจูฬอัสสปุรสูตรเน้นกิเลสที่ต้องละ และความต่างระหว่างรูปแบบภายนอกกับการเปลี่ยนแปลงภายใน
เมื่อคนเรียกเราว่าสมณะ และเราก็รับว่าเป็นสมณะ ต้องปฏิบัติให้สมกับชื่อนั้น เพื่อให้ชื่อและคำรับเป็นจริง ปัจจัยที่ผู้อื่นถวายมีผลมาก และการบวชมีผล ไม่เป็นหมัน
ทุกบทบาทที่เรารับไว้ เช่น พ่อแม่ ครู หมอ หรือชาวพุทธ มีคำถามเดียวกัน คือเราทำให้ชื่อนั้นเป็นจริงแล้วหรือยัง
อภิชฌา พยาบาท ความโกรธ ความผูกโกรธ ความลบหลู่ ความตีเสมอ ความริษยา ความตระหนี่ ความโอ้อวด มายา ความปรารถนาลามก และความเห็นผิด ทรงเรียกว่ามลทิน โทษ และน้ำฝาดของสมณะ เป็นเหตุให้เกิดในอบาย ผู้ที่ยังละไม่ได้ ยังไม่ชื่อว่าปฏิบัติสมควรแก่สมณะ
เลือกมาหนึ่งข้อที่เกิดกับเราบ่อยที่สุด เช่น ความริษยาเมื่อเห็นเพื่อนประสบความสำเร็จ แล้วตั้งใจสังเกตมันเป็นพิเศษตลอดสัปดาห์
ทรงเปรียบการบวชของผู้ที่ยังละกิเลสเหล่านี้ไม่ได้ ว่าเหมือนอาวุธชื่อมตชะที่มีคมสองข้าง ชุบและลับไว้อย่างดี แล้วถูกห่อหุ้มเก็บไว้ ภาพนี้ชี้ว่าเพศนักบวชที่ห่อไว้ภายนอก ไม่ได้ทำให้สิ่งที่คมอยู่ข้างในหายไป
ความสุภาพภายนอกที่ซ่อนความขุ่นเคืองไว้ อาจบาดคนได้ในวันที่เผลอ ดูแลที่ต้นเหตุในใจ ไม่ใช่แค่ห่อหุ้มให้ดูดี
ทรงตรัสว่าไม่ได้เรียกใครว่าสมณะเพียงเพราะครองผ้าสังฆาฏิ เปลือยกาย หมักหมมด้วยธุลี ลงอาบน้ำ อยู่โคนไม้ อยู่กลางแจ้ง กินอาหารตามวาระ ท่องมนต์ หรือมุ่นผม ถ้าการครองผ้าสังฆาฏิทำให้ละกิเลสได้ มิตรและญาติคงให้เด็กครองผ้าสังฆาฏิตั้งแต่เกิด แต่ทรงเห็นคนที่ครองผ้าสังฆาฏิแล้วยังมีกิเลสเหล่านี้อยู่ จึงไม่ตรัสอย่างนั้น
ก่อนประเมินใครจากการแต่งตัว ตำแหน่ง หรือความเคร่งที่มองเห็น รวมทั้งประเมินตัวเอง ให้ดูว่าความโกรธ ความตระหนี่ และความริษยาลดลงหรือไม่
ผู้ละกิเลสเหล่านี้ได้ พิจารณาเห็นตนบริสุทธิ์ พ้นจากอกุศลธรรมเหล่านี้ ปราโมทย์ก็เกิด เมื่อปราโมทย์ ปีติก็เกิด เมื่อใจมีปีติ นามกายก็สงบ เมื่อสงบก็เสวยสุข เมื่อมีสุข จิตก็ตั้งมั่น
ความสงบใจไม่ได้มาจากการบังคับใจให้นิ่งเท่านั้น ลองสังเกตว่าในวันที่ไม่ได้ทำอะไรให้ต้องรู้สึกผิด การนั่งสมาธิง่ายขึ้นอย่างไร
ผู้มีจิตตั้งมั่นแล้ว แผ่จิตที่ประกอบด้วยเมตตาไปทิศที่หนึ่ง ที่สอง ที่สาม ที่สี่ ทั้งเบื้องบน เบื้องล่าง เบื้องขวาง ไปทั่วโลก ด้วยใจที่กว้างขวาง ไม่มีประมาณ ไม่มีเวร ไม่มีความพยาบาท และแผ่กรุณา มุทิตา อุเบกขาในทำนองเดียวกัน
ก่อนนอน นึกถึงคนในบ้าน คนในที่ทำงาน คนที่ไม่รู้จัก และคนที่ไม่ชอบ แล้วตั้งใจขอให้ทุกคนไม่มีเวรภัย ทีละกลุ่ม
เหมือนสระโบกขรณีที่มีน้ำใส จืด เย็น สะอาด มีท่าลงดี คนที่ร้อนและกระหายน้ำไม่ว่ามาจากทิศใดก็ดับกระหายได้ ผู้บวชจากตระกูลกษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร หรือตระกูลใดก็ตาม เมื่อเจริญเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ย่อมได้ความสงบภายในเหมือนกัน และผู้ทำให้แจ้งความสิ้นอาสวะ ทรงเรียกว่าเป็นสมณะเพราะสิ้นอาสวะ
ธรรมะไม่เลือกพื้นเพ ไม่ว่าจะมาจากครอบครัวแบบไหนหรือเรียนมาเท่าไร ก็เข้าถึงความเย็นใจได้ อย่าใช้ภูมิหลังเป็นข้ออ้างว่าตัวเองปฏิบัติไม่ได้
คนทุกยุคมีเครื่องแบบของความดี สมัยพุทธกาลคือผ้าสังฆาฏิ การเปลือยกาย หรือการมุ่นผม สมัยนี้อาจเป็นชุดขาว ภาพถ่ายตอนไปปฏิบัติธรรม หรือศัพท์ธรรมะในการพูด สิ่งเหล่านี้ไม่ผิด แต่ไม่ได้ทำงานแทนการละความโกรธหรือความริษยาให้เรา
พระสูตรไม่ได้ปฏิเสธผ้าสังฆาฏิหรือการถือวัตร ภิกษุในพระพุทธศาสนาเองก็ครองผ้าสังฆาฏิ ประเด็นคือเครื่องหมายภายนอกทำหน้าที่แทนการละกิเลสไม่ได้ สิ่งที่ตัดสินคือสิ่งที่อยู่ข้างใน
รายการกิเลส ๑๒ อย่างใช้เป็นแบบตรวจตัวเองได้ดี ทุกเย็นลองไล่ดูว่าวันนี้มีข้อไหนเกิดขึ้นบ้าง โดยไม่ต้องตำหนิตัวเองรุนแรง เพียงเห็นให้ชัดก็เป็นก้าวแรกของการละ
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
พระราชาที่เสียทั้งแผ่นดิน ม้า ต่างหู แก้วมณี และครอบครัว ถูกถามว่าทำไมไม่เศร้าโศก ทรงตอบว่าทรัพย์ไม่แน่นอน บาง…
นันทะถามว่าคนเรียกใครว่ามุนี ผู้มีญาณหรือผู้มีวิถีชีวิตเคร่งครัด พระพุทธเจ้าตรัสว่าไม่ใช่เพราะความเห็น การสดับ…
บางคนข่มคนในกลุ่มตัวเองแต่ไม่แตะคนนอก บางคนข่มคนนอกแต่ดีกับพวกตัวเอง บางคนข่มทั้งสองฝ่าย และบางคนไม่ข่มใครเลย …
พระพุทธเจ้าทรงสอนให้ภิกษุเข้าไปสู่ตระกูลเหมือนดวงจันทร์ ถอยกายถอยใจ เป็นผู้ใหม่เสมอ ไม่คะนอง ใจไม่ติดข้องเหมือ…