จูฬโคสิงคสาลสูตร: กายต่างกัน แต่ใจเป็นหนึ่งเดียว
ใช้ในชีวิตประจำวัน

จูฬโคสิงคสาลสูตร: กายต่างกัน แต่ใจเป็นหนึ่งเดียว

นานา หิ โข โน ภนฺเต กายา เอกญฺจ ปน มญฺเญ จิตฺตํ

พระอนุรุทธ พระนันทิยะ และพระกิมิละอยู่ร่วมกันเหมือนน้ำนมกับน้ำ เพราะมีกาย วาจา ใจประกอบด้วยเมตตาทั้งต่อหน้าและลับหลัง ยอมวางความต้องการของตนเพื่อเพื่อนร่วมทาง และแบ่งงานส่วนรวมกันโดยไม่ต้องมีใครสั่ง

๘ ข้อ

ในจูฬโคสิงคสาลสูตร มัชฌิมนิกาย พระพุทธเจ้าเสด็จไปยังป่าโคสิงคสาลวัน ที่ซึ่งพระอนุรุทธ พระนันทิยะ และพระกิมิละพักอยู่ คนเฝ้าป่าเห็นพระองค์มาแต่ไกลก็ห้ามไว้ เพราะเกรงจะรบกวนภิกษุทั้งสาม พระอนุรุทธได้ยินจึงบอกว่านั่นคือพระศาสดาของพวกเรา ทั้งสามออกมาต้อนรับ รูปหนึ่งรับบาตรจีวร รูปหนึ่งปูอาสนะ รูปหนึ่งตั้งน้ำล้างพระบาท

พระพุทธเจ้าตรัสถามว่า พวกเธอยังพร้อมเพรียงกัน ชื่นบานต่อกัน ไม่วิวาทกัน เป็นเหมือนน้ำนมกับน้ำ มองกันด้วยสายตาที่เป็นที่รักอยู่หรือ และทำได้อย่างไร พระอนุรุทธทูลว่า ท่านคิดว่าเป็นลาภที่ได้อยู่กับเพื่อนพรหมจรรย์เช่นนี้ จึงตั้งกายกรรม วจีกรรม มโนกรรมที่ประกอบด้วยเมตตาต่อเพื่อนทั้งต่อหน้าและลับหลัง และวางความต้องการของตนไว้ แล้วทำตามความต้องการของเพื่อน กายต่างกันจริง แต่ใจเหมือนเป็นอันเดียวกัน พระนันทิยะและพระกิมิละก็ทูลตอบอย่างเดียวกัน

จากนั้นทรงถามถึงความไม่ประมาท ท่านเล่ากิจวัตรที่แบ่งกันทำ และเมื่อทรงถามถึงคุณวิเศษ ท่านทูลตอบตั้งแต่ปฐมฌานไปจนถึงสัญญาเวทยิตนิโรธและความสิ้นอาสวะ ท้ายพระสูตร ทีฆปรชนยักษ์กล่าวว่าเป็นลาภของชาววัชชี เสียงนั้นต่อกันไปจนถึงพรหมโลก และพระพุทธเจ้าตรัสว่า ถ้าตระกูลหรือโลกระลึกถึงกุลบุตรทั้งสามด้วยใจเลื่อมใส ก็จะเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขตลอดกาลนาน

  1. ๑

    เห็นเพื่อนร่วมทางเป็นลาภ ลาภา วต เม สุลทฺธํ วต เม

    ความสามัคคีเริ่มจากความคิดของพระอนุรุทธที่ว่า เป็นลาภของเราหนอ เราได้ดีแล้วหนอ ที่ได้อยู่ร่วมกับเพื่อนพรหมจรรย์เช่นนี้ การมองคนรอบตัวเป็นโชคดีทำให้การดูแลกันเกิดขึ้นได้ง่าย

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ก่อนบ่นคนในบ้านหรือเพื่อนร่วมงาน ลองนึกถึงสิ่งที่เขาทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นสักหนึ่งอย่าง

  2. ๒

    กาย วาจา ใจประกอบด้วยเมตตา ทั้งต่อหน้าและลับหลัง อาวิ เจว รโห จ

    ท่านตั้งกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรมที่ประกอบด้วยเมตตาต่อเพื่อนทั้งต่อหน้าและลับหลัง ไม่ได้ดีต่อกันเฉพาะเวลาที่อีกฝ่ายเห็น แต่เมื่ออยู่ลับหลังก็ยังทำ พูด และคิดต่อเพื่อนด้วยความปรารถนาดี

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    สังเกตว่าเราพูดถึงคนที่ไม่อยู่ในวงสนทนาอย่างไร ถ้าเขาได้ยิน เขาจะรู้สึกเหมือนตอนที่เราพูดต่อหน้าหรือไม่

  3. ๓

    วางความต้องการของตน ทำตามใจเพื่อน สกํ จิตฺตํ นิกฺขิปิตฺวา

    พระอนุรุทธคิดว่า ไฉนหนอเราพึงเก็บจิตของตนเสีย แล้วประพฤติตามจิตของท่านเหล่านี้ แล้วก็ทำอย่างนั้นจริง เมื่อทั้งสามรูปต่างทำอย่างเดียวกัน จึงไม่มีใครต้องยืนกรานเอาตามใจตน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ในเรื่องที่ไม่สำคัญจริง เช่น จะกินร้านไหนหรือจะดูอะไร ลองยอมตามอีกฝ่ายโดยไม่ทวงบุญคุณภายหลัง

  4. ๔

    เหมือนน้ำนมกับน้ำ ขีโรทกีภูตา

    ผลที่เกิดขึ้นคือทั้งสามพร้อมเพรียงกัน ชื่นบานต่อกัน ไม่วิวาทกัน เป็นเหมือนน้ำนมกับน้ำ มองกันด้วยสายตาที่เป็นที่รัก ท่านกล่าวว่า กายของพวกข้าพระองค์ต่างกันจริง แต่จิตดูเหมือนเป็นอันเดียวกัน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ความกลมกลืนไม่ได้แปลว่าต้องเหมือนกันทุกเรื่อง น้ำนมกับน้ำเป็นของต่างชนิดแต่ผสมกันได้สนิท ลองมองความต่างของคนในบ้านแบบนั้น

  5. ๕

    ใครมาก่อนเตรียม ใครมาทีหลังเก็บ โย ปฐมํ คามโต ปิณฺฑาย ปฏิกฺกมติ

    รูปใดกลับจากบิณฑบาตก่อน ก็ปูอาสนะ ตั้งน้ำฉันน้ำใช้ และตั้งถาดสำรับไว้ รูปที่กลับทีหลัง ถ้ามีอาหารเหลือและต้องการก็ฉัน ถ้าไม่ต้องการก็ทิ้งในที่ไม่มีพืชสีเขียว หรือเทลงในน้ำที่ไม่มีสัตว์ แล้วเก็บอาสนะ เก็บน้ำ เก็บถาด และกวาดโรงฉัน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ในบ้านหรือที่ทำงาน ตกลงกติกาง่าย ๆ แบบนี้ เช่น ใครใช้ครัวก่อนเป็นคนเตรียม ใครใช้ทีหลังเป็นคนล้างเก็บ โดยไม่ต้องรอให้ใครสั่ง

  6. ๖

    เห็นอะไรหมดก็เติม ของหนักก็เรียกเพื่อน หตฺถวิลงฺฆเกน

    รูปใดเห็นหม้อน้ำฉัน หม้อน้ำใช้ หรือหม้อน้ำชำระว่างเปล่า ก็นำน้ำมาตั้งไว้ ถ้าหนักเกินกำลังก็กวักมือเรียกอีกรูปมาช่วยกันยก ทั้งสามไม่ต้องเอ่ยวาจาเพราะเรื่องเหล่านี้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เห็นกระดาษทิชชูหรือน้ำดื่มหมดก็เติมเลย ไม่ต้องประกาศหรือรอให้คนอื่นเห็นความดีของเรา

  7. ๗

    ทุกห้าวันสนทนาธรรมตลอดคืน ปญฺจาหิกํ สพฺพรตฺติกํ ธมฺมิยา กถาย สนฺนิสีทาม

    แม้เรื่องกิจวัตรจะไม่ต้องพูดกัน แต่ทุกวันที่ห้า ทั้งสามจะนั่งสนทนาธรรมกันตลอดคืน นี่เป็นส่วนหนึ่งของคำตอบเมื่อพระพุทธเจ้าตรัสถามว่า พวกเธออยู่อย่างไม่ประมาท มีความเพียรได้อย่างไร

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนที่ใช้ชีวิตด้วยกัน ควรมีเวลาคุยเรื่องที่ลึกกว่าธุระประจำวันอย่างสม่ำเสมอ เช่น สัปดาห์ละครั้ง

  8. ๘

    ความดีของคนไม่กี่คนแผ่ไปไกล พหุชนหิตาย ปฏิปนฺนา

    ทีฆปรชนยักษ์ประกาศว่าเป็นลาภของชาววัชชีที่พระพุทธเจ้าและกุลบุตรทั้งสามมาพักอยู่ เสียงนั้นต่อกันไปจนถึงพรหมโลก พระพุทธเจ้าตรัสว่า ถ้าตระกูล หมู่บ้าน เมือง หรือโลกระลึกถึงทั้งสามด้วยใจเลื่อมใส ก็จะเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขตลอดกาลนาน เพราะทั้งสามปฏิบัติเพื่อประโยชน์และความสุขของคนจำนวนมาก

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    บ้านหรือทีมเล็ก ๆ ที่อยู่กันอย่างเกื้อกูลเป็นแบบอย่างให้คนรอบข้างได้โดยไม่ต้องสั่งสอนใคร เริ่มจากความสัมพันธ์ที่ใกล้ตัวที่สุดก่อน

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

พระสูตรนี้เป็นภาพของการอยู่ร่วมกันที่ใช้ได้กับครอบครัว เพื่อนร่วมห้อง และทีมงาน ความสามัคคีไม่ได้เกิดจากการที่ทุกคนคิดเหมือนกัน แต่เกิดจากการที่แต่ละคนตั้งใจทำดีต่อกันทั้งเวลาที่อีกฝ่ายเห็นและไม่เห็น

การ "เก็บจิตของตน" ในพระสูตรไม่ได้หมายถึงการกดความรู้สึกหรือยอมให้ถูกเอาเปรียบ ทั้งสามรูปทำอย่างนี้ต่อกันทุกฝ่าย เมื่อทุกคนต่างยอมกัน จึงไม่มีใครเสียเปรียบ ถ้ามีฝ่ายเดียวที่ยอมตลอด ก็ควรพูดคุยกันตรง ๆ

กิจวัตรของท่านก็ร่วมสมัย ใครมาก่อนเตรียม ใครมาทีหลังเก็บ ใครเห็นว่าอะไรหมดก็เติม ของหนักก็เรียกคนช่วย ระบบเล็ก ๆ ที่ไม่ต้องมีคนสั่งแบบนี้ลดเรื่องกระทบกระทั่งในบ้านได้มาก

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

สีลัพพตสูตร: ข้อวัตรแบบไหนมีผล แบบไหนไม่มีผล

อกุสลา ธมฺมา ปริหายนฺติ กุสลา ธมฺมา อภิวฑฺฒนฺติ

พระพุทธเจ้าถามพระอานนท์ว่า ศีล พรต ชีวิต พรหมจรรย์ ที่บำรุงดีแล้ว มีผลทุกอย่างไปหรือ พระอานนท์ตอบว่าตอบแง่เดีย…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้