อปัณณกชาดก: เลือกทางที่ไม่ผิดแน่นอน
อปณฺณกชาตกํชาดกเรื่องแรกในพระไตรปิฎก คาถาสอนว่าคนมีปัญญาควรถือเอาทางที่ไม่ผิด ไม่ใช่ทางของนักเดา อรรถกถาเล่าเรื่องพ่อค้าส…
นานา หิ โข โน ภนฺเต กายา เอกญฺจ ปน มญฺเญ จิตฺตํ
พระอนุรุทธ พระนันทิยะ และพระกิมิละอยู่ร่วมกันเหมือนน้ำนมกับน้ำ เพราะมีกาย วาจา ใจประกอบด้วยเมตตาทั้งต่อหน้าและลับหลัง ยอมวางความต้องการของตนเพื่อเพื่อนร่วมทาง และแบ่งงานส่วนรวมกันโดยไม่ต้องมีใครสั่ง
ในจูฬโคสิงคสาลสูตร มัชฌิมนิกาย พระพุทธเจ้าเสด็จไปยังป่าโคสิงคสาลวัน ที่ซึ่งพระอนุรุทธ พระนันทิยะ และพระกิมิละพักอยู่ คนเฝ้าป่าเห็นพระองค์มาแต่ไกลก็ห้ามไว้ เพราะเกรงจะรบกวนภิกษุทั้งสาม พระอนุรุทธได้ยินจึงบอกว่านั่นคือพระศาสดาของพวกเรา ทั้งสามออกมาต้อนรับ รูปหนึ่งรับบาตรจีวร รูปหนึ่งปูอาสนะ รูปหนึ่งตั้งน้ำล้างพระบาท
พระพุทธเจ้าตรัสถามว่า พวกเธอยังพร้อมเพรียงกัน ชื่นบานต่อกัน ไม่วิวาทกัน เป็นเหมือนน้ำนมกับน้ำ มองกันด้วยสายตาที่เป็นที่รักอยู่หรือ และทำได้อย่างไร พระอนุรุทธทูลว่า ท่านคิดว่าเป็นลาภที่ได้อยู่กับเพื่อนพรหมจรรย์เช่นนี้ จึงตั้งกายกรรม วจีกรรม มโนกรรมที่ประกอบด้วยเมตตาต่อเพื่อนทั้งต่อหน้าและลับหลัง และวางความต้องการของตนไว้ แล้วทำตามความต้องการของเพื่อน กายต่างกันจริง แต่ใจเหมือนเป็นอันเดียวกัน พระนันทิยะและพระกิมิละก็ทูลตอบอย่างเดียวกัน
จากนั้นทรงถามถึงความไม่ประมาท ท่านเล่ากิจวัตรที่แบ่งกันทำ และเมื่อทรงถามถึงคุณวิเศษ ท่านทูลตอบตั้งแต่ปฐมฌานไปจนถึงสัญญาเวทยิตนิโรธและความสิ้นอาสวะ ท้ายพระสูตร ทีฆปรชนยักษ์กล่าวว่าเป็นลาภของชาววัชชี เสียงนั้นต่อกันไปจนถึงพรหมโลก และพระพุทธเจ้าตรัสว่า ถ้าตระกูลหรือโลกระลึกถึงกุลบุตรทั้งสามด้วยใจเลื่อมใส ก็จะเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขตลอดกาลนาน
ความสามัคคีเริ่มจากความคิดของพระอนุรุทธที่ว่า เป็นลาภของเราหนอ เราได้ดีแล้วหนอ ที่ได้อยู่ร่วมกับเพื่อนพรหมจรรย์เช่นนี้ การมองคนรอบตัวเป็นโชคดีทำให้การดูแลกันเกิดขึ้นได้ง่าย
ก่อนบ่นคนในบ้านหรือเพื่อนร่วมงาน ลองนึกถึงสิ่งที่เขาทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นสักหนึ่งอย่าง
ท่านตั้งกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรมที่ประกอบด้วยเมตตาต่อเพื่อนทั้งต่อหน้าและลับหลัง ไม่ได้ดีต่อกันเฉพาะเวลาที่อีกฝ่ายเห็น แต่เมื่ออยู่ลับหลังก็ยังทำ พูด และคิดต่อเพื่อนด้วยความปรารถนาดี
สังเกตว่าเราพูดถึงคนที่ไม่อยู่ในวงสนทนาอย่างไร ถ้าเขาได้ยิน เขาจะรู้สึกเหมือนตอนที่เราพูดต่อหน้าหรือไม่
พระอนุรุทธคิดว่า ไฉนหนอเราพึงเก็บจิตของตนเสีย แล้วประพฤติตามจิตของท่านเหล่านี้ แล้วก็ทำอย่างนั้นจริง เมื่อทั้งสามรูปต่างทำอย่างเดียวกัน จึงไม่มีใครต้องยืนกรานเอาตามใจตน
ในเรื่องที่ไม่สำคัญจริง เช่น จะกินร้านไหนหรือจะดูอะไร ลองยอมตามอีกฝ่ายโดยไม่ทวงบุญคุณภายหลัง
ผลที่เกิดขึ้นคือทั้งสามพร้อมเพรียงกัน ชื่นบานต่อกัน ไม่วิวาทกัน เป็นเหมือนน้ำนมกับน้ำ มองกันด้วยสายตาที่เป็นที่รัก ท่านกล่าวว่า กายของพวกข้าพระองค์ต่างกันจริง แต่จิตดูเหมือนเป็นอันเดียวกัน
ความกลมกลืนไม่ได้แปลว่าต้องเหมือนกันทุกเรื่อง น้ำนมกับน้ำเป็นของต่างชนิดแต่ผสมกันได้สนิท ลองมองความต่างของคนในบ้านแบบนั้น
รูปใดกลับจากบิณฑบาตก่อน ก็ปูอาสนะ ตั้งน้ำฉันน้ำใช้ และตั้งถาดสำรับไว้ รูปที่กลับทีหลัง ถ้ามีอาหารเหลือและต้องการก็ฉัน ถ้าไม่ต้องการก็ทิ้งในที่ไม่มีพืชสีเขียว หรือเทลงในน้ำที่ไม่มีสัตว์ แล้วเก็บอาสนะ เก็บน้ำ เก็บถาด และกวาดโรงฉัน
ในบ้านหรือที่ทำงาน ตกลงกติกาง่าย ๆ แบบนี้ เช่น ใครใช้ครัวก่อนเป็นคนเตรียม ใครใช้ทีหลังเป็นคนล้างเก็บ โดยไม่ต้องรอให้ใครสั่ง
รูปใดเห็นหม้อน้ำฉัน หม้อน้ำใช้ หรือหม้อน้ำชำระว่างเปล่า ก็นำน้ำมาตั้งไว้ ถ้าหนักเกินกำลังก็กวักมือเรียกอีกรูปมาช่วยกันยก ทั้งสามไม่ต้องเอ่ยวาจาเพราะเรื่องเหล่านี้
เห็นกระดาษทิชชูหรือน้ำดื่มหมดก็เติมเลย ไม่ต้องประกาศหรือรอให้คนอื่นเห็นความดีของเรา
แม้เรื่องกิจวัตรจะไม่ต้องพูดกัน แต่ทุกวันที่ห้า ทั้งสามจะนั่งสนทนาธรรมกันตลอดคืน นี่เป็นส่วนหนึ่งของคำตอบเมื่อพระพุทธเจ้าตรัสถามว่า พวกเธออยู่อย่างไม่ประมาท มีความเพียรได้อย่างไร
ครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนที่ใช้ชีวิตด้วยกัน ควรมีเวลาคุยเรื่องที่ลึกกว่าธุระประจำวันอย่างสม่ำเสมอ เช่น สัปดาห์ละครั้ง
ทีฆปรชนยักษ์ประกาศว่าเป็นลาภของชาววัชชีที่พระพุทธเจ้าและกุลบุตรทั้งสามมาพักอยู่ เสียงนั้นต่อกันไปจนถึงพรหมโลก พระพุทธเจ้าตรัสว่า ถ้าตระกูล หมู่บ้าน เมือง หรือโลกระลึกถึงทั้งสามด้วยใจเลื่อมใส ก็จะเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขตลอดกาลนาน เพราะทั้งสามปฏิบัติเพื่อประโยชน์และความสุขของคนจำนวนมาก
บ้านหรือทีมเล็ก ๆ ที่อยู่กันอย่างเกื้อกูลเป็นแบบอย่างให้คนรอบข้างได้โดยไม่ต้องสั่งสอนใคร เริ่มจากความสัมพันธ์ที่ใกล้ตัวที่สุดก่อน
พระสูตรนี้เป็นภาพของการอยู่ร่วมกันที่ใช้ได้กับครอบครัว เพื่อนร่วมห้อง และทีมงาน ความสามัคคีไม่ได้เกิดจากการที่ทุกคนคิดเหมือนกัน แต่เกิดจากการที่แต่ละคนตั้งใจทำดีต่อกันทั้งเวลาที่อีกฝ่ายเห็นและไม่เห็น
การ "เก็บจิตของตน" ในพระสูตรไม่ได้หมายถึงการกดความรู้สึกหรือยอมให้ถูกเอาเปรียบ ทั้งสามรูปทำอย่างนี้ต่อกันทุกฝ่าย เมื่อทุกคนต่างยอมกัน จึงไม่มีใครเสียเปรียบ ถ้ามีฝ่ายเดียวที่ยอมตลอด ก็ควรพูดคุยกันตรง ๆ
กิจวัตรของท่านก็ร่วมสมัย ใครมาก่อนเตรียม ใครมาทีหลังเก็บ ใครเห็นว่าอะไรหมดก็เติม ของหนักก็เรียกคนช่วย ระบบเล็ก ๆ ที่ไม่ต้องมีคนสั่งแบบนี้ลดเรื่องกระทบกระทั่งในบ้านได้มาก
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
ชาดกเรื่องแรกในพระไตรปิฎก คาถาสอนว่าคนมีปัญญาควรถือเอาทางที่ไม่ผิด ไม่ใช่ทางของนักเดา อรรถกถาเล่าเรื่องพ่อค้าส…
กามภพ รูปภพ อรูปภพ — ภาวะที่ชีวิตเป็นอยู่ ซึ่งทรงสอนให้ละ ไม่ใช่ให้แสวงหาภพที่ดีกว่า
เรื่องสั้นแบบคาถาที่พระพุทธเจ้าทรงเล่าถึงชาติก่อน ดาบสอกิตติให้อาหารของตนหมด สังขพราหมณ์ถวายร่มและรองเท้า กระต…
พระพุทธเจ้าถามพระอานนท์ว่า ศีล พรต ชีวิต พรหมจรรย์ ที่บำรุงดีแล้ว มีผลทุกอย่างไปหรือ พระอานนท์ตอบว่าตอบแง่เดีย…