ปุคคลบัญญัติ: วาจาเหมือนคูถ เหมือนดอกไม้ เหมือนน้ำผึ้ง
คูถภาณี ปุปฺผภาณี มธุภาณีคนหนึ่งโกหกเมื่อถูกถามเป็นพยาน อีกคนพูดตรงตามที่รู้เห็น อีกคนพูดคำไม่มีโทษ สบายหู จับใจคน — พร้อมบุคคลที่ประมา…
อริยสฺส วินเย โสเจยฺยํ
นายจุนทะกัมมารบุตรชอบความสะอาดแบบพราหมณ์ ที่ให้ตื่นเช้ามาจับดิน โคมัยสด หญ้าสด บำเรอไฟ ไหว้พระอาทิตย์ และลงน้ำ พระพุทธเจ้าตรัสว่าความสะอาดในวินัยของพระอริยะคือความสะอาดทางกาย ๓ วาจา ๔ ใจ ๓ ผู้ที่ทำกรรมชั่ว ๑๐ อย่าง จะทำพิธีหรือไม่ก็ยังไม่สะอาด
ในจุนทสูตร ชานุสโสณีวรรค ทสกนิบาต อังคุตตรนิกาย พระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่สวนมะม่วงของนายจุนทะกัมมารบุตร ใกล้เมืองปาวา ทรงถามจุนทะว่าชอบความสะอาดของใคร จุนทะทูลว่าชอบความสะอาดที่พราหมณ์ชาวปัจฉาภูมิบัญญัติไว้ พราหมณ์พวกนี้ถือเต้าน้ำ สวมพวงมาลัยสาหร่าย บำเรอไฟ และลงน้ำเป็นวัตร สอนสาวกให้ตื่นแต่เช้าแล้วจับต้องแผ่นดิน ถ้าไม่จับแผ่นดินก็จับโคมัยสด หญ้าเขียวสด บำเรอไฟ ประนมมือไหว้พระอาทิตย์ หรือลงน้ำวันละสามครั้ง
พระพุทธเจ้าตรัสว่าความสะอาดในวินัยของพระอริยะเป็นอีกอย่างหนึ่ง แล้วทรงแสดงความไม่สะอาดทางกาย ๓ ทางวาจา ๔ ทางใจ ๓ ซึ่งก็คืออกุศลกรรมบถ ๑๐ และความสะอาดทางกาย ๓ ทางวาจา ๔ ทางใจ ๓ คือกุศลกรรมบถ ๑๐ ผู้ประกอบด้วยอกุศลกรรมบถ จะจับดินหรือไม่จับ จะลงน้ำหรือไม่ลง ก็ยังไม่สะอาดอยู่นั่นเอง ผู้ประกอบด้วยกุศลกรรมบถ จะทำพิธีเหล่านั้นหรือไม่ ก็สะอาดอยู่นั่นเอง จบพระสูตร จุนทะประกาศตนเป็นอุบาสก
พระพุทธเจ้าทรงเริ่มด้วยการถามจุนทะว่าชอบความสะอาดของใคร จุนทะตอบว่าชอบความสะอาดที่พราหมณ์ชาวปัจฉาภูมิผู้ถือเต้าน้ำ สวมพวงมาลัยสาหร่าย บำเรอไฟ และลงน้ำเป็นวัตร บัญญัติไว้ พระองค์ให้จุนทะเล่าเองก่อนว่าความสะอาดแบบนั้นเป็นอย่างไร
ก่อนแนะนำใคร ลองถามก่อนว่าเขาเข้าใจเรื่องนั้นอย่างไร แล้วค่อยต่อยอดจากสิ่งที่เขามี
พราหมณ์พวกนั้นสอนให้ลุกจากที่นอนแต่เช้าแล้วจับต้องแผ่นดิน ถ้าไม่จับแผ่นดินก็จับโคมัยสด ถ้าไม่จับโคมัยสดก็จับหญ้าเขียวสด หรือบำเรอไฟ หรือประนมมือนอบน้อมพระอาทิตย์ หรือลงน้ำวันละสามครั้ง
สำรวจกิจวัตรที่เราทำเพื่อให้รู้สึกดีหรือรู้สึกปลอดภัย ว่าข้อไหนช่วยให้เป็นคนดีขึ้นจริง ข้อไหนเป็นเพียงความเคยชิน
ละการฆ่าสัตว์ วางทัณฑะ วางศัสตรา มีความละอาย มีความเอ็นดู หวังประโยชน์เกื้อกูลแก่สัตว์ทั้งปวง ละการลักทรัพย์ ไม่ถือเอาของที่เจ้าของไม่ได้ให้ และละการประพฤติผิดในกาม
ในวันที่หงุดหงิด ระวังการกระทำเล็ก ๆ ที่ทำร้ายผู้อื่นหรือสัตว์ และการหยิบใช้ของส่วนรวมหรือของคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
เมื่อถูกเรียกเป็นพยานในที่ประชุม ไม่รู้ก็บอกว่าไม่รู้ รู้ก็บอกว่ารู้ ไม่พูดเท็จเพื่อตนเอง เพื่อผู้อื่น หรือเพื่อลาภเล็กน้อย ไม่ฟังข้างนี้ไปบอกข้างโน้นเพื่อให้แตกกัน แต่สมานคนที่แตกกัน พูดคำที่ไม่มีโทษ ไพเราะ และพูดถูกกาล พูดจริง มีประโยชน์ มีหลักฐาน
ก่อนส่งต่อเรื่องของคนหนึ่งให้อีกคนฟัง ถามตัวเองว่าคำนี้ทำให้คนใกล้กันขึ้นหรือห่างกันมากขึ้น
ไม่เพ่งเล็งอยากได้ของผู้อื่น ไม่มีจิตพยาบาท แต่คิดว่าขอสัตว์เหล่านี้จงไม่มีเวร ไม่มีความมุ่งร้าย ไม่มีทุกข์ มีสุข รักษาตนเถิด และมีความเห็นชอบ เช่น เห็นว่าทานมีผล ผลของกรรมดีกรรมชั่วมีอยู่ มารดามี บิดามี
เมื่อเห็นของคนอื่นแล้วเกิดความอยากได้ หรือนึกถึงคนที่ไม่ชอบแล้วใจขุ่น ให้เปลี่ยนความคิดเป็นคำอวยพรสั้น ๆ ให้เขาพ้นทุกข์
ผู้ประกอบด้วยอกุศลกรรมบถ ๑๐ ตื่นเช้ามาจะจับดินหรือไม่จับ จะบำเรอไฟ ไหว้พระอาทิตย์ หรือลงน้ำหรือไม่ก็ตาม ก็ยังไม่สะอาดอยู่นั่นเอง เพราะอกุศลกรรมบถเป็นทั้งความไม่สะอาดและเป็นตัวทำให้ไม่สะอาด และเป็นเหตุให้ทุคติปรากฏ
ถ้าพบว่าตัวเองขยันทำพิธีหรือทำบุญ แต่ยังพูดร้ายหรือเอาเปรียบคนอื่นอยู่ ให้ย้ายความพยายามมาที่พฤติกรรมก่อน
ผู้ประกอบด้วยกุศลกรรมบถ ๑๐ จะทำพิธีเหล่านั้นหรือไม่ ก็สะอาดอยู่นั่นเอง เพราะกุศลกรรมบถเป็นทั้งความสะอาดและเป็นตัวทำให้สะอาด และเป็นเหตุให้เทวดา มนุษย์ และสุคติปรากฏ
ความสะอาดแบบนี้ไม่ต้องใช้สถานที่หรืออุปกรณ์ ทำได้ทุกที่ ทั้งในที่ทำงาน บนถนน และบนหน้าจอ
ทุกวันนี้เราให้ความสำคัญกับความสะอาดภายนอกมาก ทั้งร่างกาย บ้าน และภาพลักษณ์ที่คนอื่นเห็น สิ่งเหล่านี้ไม่ผิด พระสูตรไม่ได้สอนให้เลิกอาบน้ำ แต่ชี้ว่าความสะอาดภายนอกล้างสิ่งที่เราทำทางกาย วาจา ใจไม่ได้
พิธีกรรมสมัยใหม่ก็มีหน้าตาคล้ายกัน เช่น การทำพิธีเพื่อลบล้างความผิด หรือการขอโทษเป็นพิธีโดยไม่เปลี่ยนพฤติกรรม พระสูตรนี้ชวนให้ถามว่า หลังทำสิ่งเหล่านั้นแล้ว เราพูดเท็จน้อยลง พูดยุยงน้อยลง คิดร้ายน้อยลงหรือเปล่า
วิธีใช้ง่าย ๆ คือถือกรรมบถ ๑๐ ข้อเป็นเหมือนกิจวัตรทำความสะอาดประจำวัน ก่อนนอนลองทบทวนว่าวันนี้กาย วาจา ใจ สะอาดหรือเปื้อนตรงไหน
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
คนหนึ่งโกหกเมื่อถูกถามเป็นพยาน อีกคนพูดตรงตามที่รู้เห็น อีกคนพูดคำไม่มีโทษ สบายหู จับใจคน — พร้อมบุคคลที่ประมา…
ช่างไม้ปัญจกังคะกับพระอุทายีเถียงกันว่าเวทนามีสองหรือสามอย่าง พระพุทธเจ้าตรัสว่าทรงแสดงเวทนาไว้หลายปริยาย ใครไ…
อุบาสกในแคว้นอวันตีขอบวชกับพระมหากัจจานะ แต่ต้องรอถึง ๓ ปีเพราะหาพระให้ครบองค์ประชุมไม่ได้ เมื่อได้เฝ้าพระพุทธ…
คัมภีร์อธิบายว่าสิ่งที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยให้สิ่งชนิดเดียวกันที่เกิดหลัง ๆ มีกำลังขึ้น ตัวอย่างที่ยกไว้คือบร…