มัยหกสกุณชาดก: นกที่ร้องว่า "ของเรา" จนผลไม้หมดต้น
มยฺหํ มยฺหนฺติ กนฺทตินกมัยหกะเกาะต้นเลียบที่ผลสุก ร้องว่า "ของเรา ของเรา" ขณะที่นกอื่นกินผลแล้วบินไป เหมือนคนที่สะสมทรัพย์ไว้มาก ไม…
มหาชนกชาตกํ
พระมหาชนกว่ายน้ำกลางมหาสมุทรแม้มองไม่เห็นฝั่ง เพราะเห็นคุณของความเพียร ภายหลังเมื่อได้เป็นพระราชา ทรงเห็นต้นมะม่วงที่มีผลถูกหักโค่น จึงสละราชสมบัติออกบวช เป็นชาดกเรื่องความเพียรที่ไม่ยอมแพ้และการรู้จักปล่อยวาง
ในมหาชนกชาดก มหานิบาตชาดก ขุททกนิกาย ตัวบทในพระไตรปิฎกเป็นคาถาล้วน ส่วนเรื่องเล่าเต็มมาจากอรรถกถาชาดก (ชาตกัฏฐกถา) พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพระมหาชนก หัวเรื่องในฉบับแปลไทยระบุว่าทรงบำเพ็ญวิริยบารมี ตามการจัดทศชาติที่สืบกันมา
คาถาแรกเป็นบทสนทนากลางทะเล เทวดาถามว่าคนอื่นจมหมดแล้ว ทำไมยังพยายามว่ายทั้งที่ไม่เห็นฝั่ง พระมหาชนกตอบว่าเห็นอานิสงส์ของความเพียร ผู้ทำความเพียรแม้ตายก็ไม่ถูกติเตียนและไม่เดือดร้อนภายหลัง เทวดาจึงพาไปยังที่ที่ใจปรารถนา ต่อมามีคาถาปริศนาขุมทรัพย์ ๑๖ ข้อ และคาถาว่าบัณฑิตพึงหวังและพยายามเรื่อยไป ไม่เบื่อหน่าย
ครึ่งหลังเป็นเรื่องการออกบวช พระราชาทรงรำพึงซ้ำ ๆ ว่าเมื่อไรจะได้ละกรุงมิถิลาออกบวช แล้วก็เสด็จออกจริง ๆ เมื่อมีผู้มาทูลว่าไฟไหม้คลังและโจรปล้นแคว้น ก็ตรัสว่าเราผู้ไม่มีกังวลอยู่เป็นสุข นารทดาบสเตือนว่าการครองผ้ากาสาวะยังไม่ใช่การข้ามกิเลส พระองค์ตรัสว่าต้นมะม่วงสองต้นเป็นครูของพระองค์ และตอนท้ายทรงยกคำของเด็กหญิงที่สวมกำไลข้างเดียวกับช่างศรที่หลับตาข้างหนึ่งเล็งลูกศร มาบอกพระนางสีวลีแล้วแยกทางกัน
รายละเอียดที่คนไทยรู้จักกันดี เช่น พระราชบิดาสิ้นพระชนม์ก่อนพระมหาชนกประสูติ การลงเรือไปค้าขายแล้วเรือแตก การว่ายน้ำอยู่เจ็ดวัน ชื่อนางมณีเมขลาผู้ช่วยไว้ และการที่พระนางสีวลีจัดคนมาทูลเรื่องไฟไหม้และโจรเพื่อให้พระองค์เสด็จกลับ เป็นรายละเอียดจากอรรถกถา
เทวดาถามว่าท่านเห็นประโยชน์อะไรจึงพยายามว่ายกลางมหาสมุทรทั้งที่มองไม่เห็นฝั่ง พระมหาชนกตอบว่า เห็นวัตรของโลกและอานิสงส์ของความพยายาม ผู้กระทำความเพียรอยู่ แม้จะตายก็ไม่ถูกติเตียนในหมู่ญาติ เทวดา และพรหม และผู้ที่ทำกิจของลูกผู้ชายเต็มที่แล้ว ย่อมไม่เดือดร้อนใจภายหลัง
ในวันที่งานหรือการรักษาตัวดูไม่มีทางสำเร็จ ให้ทำส่วนของวันนี้ให้เต็มที่ เพื่อว่าไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร เราจะไม่ต้องเสียใจว่ายังไม่ได้พยายาม
เทวดาแย้งว่าความพยายามในสิ่งที่ไม่มีทางสำเร็จจะมีประโยชน์อะไร พระมหาชนกตอบว่า ผู้ที่ละความเพียรในฐานะเช่นนั้นย่อมรู้ผลของความเกียจคร้าน คนทั้งหลายทำงานเพราะเห็นผลที่หวัง งานนั้นจะสำเร็จหรือไม่ก็ตาม และตอนนี้ผลก็ปรากฏแล้ว คนอื่นจมหมด เราคนเดียวยังว่ายอยู่และได้พบท่าน
เมื่อมีคนบอกว่าสิ่งที่เราทำไม่มีทางเป็นไปได้ ให้มองหาหลักฐานเล็ก ๆ ว่าเรามาได้ไกลกว่าเมื่อวานแล้ว แล้วใช้สิ่งนั้นเป็นกำลังใจไปต่อ
พระมหาชนกตรัสว่า บัณฑิตพึงหวังและพยายามเรื่อยไป ไม่พึงเบื่อหน่าย เพราะพระองค์ได้เห็นแล้วว่าตนถูกน้ำพัดขึ้นบก และได้เป็นพระราชาตามที่ปรารถนา ผู้มีปัญญาแม้ถูกทุกข์กระทบก็ไม่ตัดความหวังว่าความสุขจะมาถึง และตรัสด้วยว่าโภคะของหญิงหรือชายไม่ได้สำเร็จด้วยความคิดอย่างเดียว
เขียนเป้าหมายไว้ แล้วแปลงเป็นสิ่งที่ต้องลงมือทำในสัปดาห์นี้ เพราะความตั้งใจที่ไม่ได้ลงมือทำ ไม่เคยเปลี่ยนชีวิตใครได้
นารทดาบสถามว่าใครสอนพระองค์ พระมหาชนกตอบว่า ไม่เคยเข้าไปถามนักบวชคนใด แต่วันหนึ่งเสด็จไปพระราชอุทยาน เห็นต้นมะม่วงที่มีผลถูกคนหักรานจนไม่เหลือใบ ส่วนอีกต้นที่ไม่มีผลยังเขียวสดงดงาม จึงเห็นว่าคนมีทรัพย์ย่อมถูกศัตรูเบียดเบียนเหมือนต้นมะม่วงที่มีผล คนฆ่าเสือเพราะหนัง ฆ่าช้างเพราะงา ฆ่าคนรวยเพราะทรัพย์ แต่ใครจะฆ่าคนที่ไม่มีเรือนและไม่มีความผูกพัน
ก่อนสะสมของหรืออยากได้ตำแหน่งเพิ่ม ลองนับว่าสิ่งนั้นจะทำให้เราต้องระวัง ต้องปกป้อง และต้องแข่งขันเพิ่มขึ้นแค่ไหน
เมื่อมีผู้ทูลว่าคลังทั้งหลายถูกไฟไหม้ และโจรปล้นแว่นแคว้น ขอให้เสด็จกลับ พระมหาชนกตรัสว่า เราผู้ไม่มีกังวลเป็นสุขดีจริงหนอ เมื่อกรุงมิถิลาถูกไฟไหม้ อะไรของเราสักหน่อยก็ไม่ได้ถูกไหม้ เราจะมีปีติเป็นอาหารเหมือนเทพชั้นอาภัสสระ
เมื่อของที่รักเสียหายหรือหายไป ลองถามว่าสิ่งที่เป็นแก่นของชีวิตเรา เช่น ศีล ความรัก และความตั้งใจดี ยังอยู่ครบหรือไม่
นารทดาบสเตือนว่า อย่าสำคัญว่าเพียงครองผ้ากาสาวะแล้วจะข้ามกิเลสได้ อันตรายยังมีมาก คือความหลับ ความเกียจคร้าน ความง่วงเหงา ความไม่ยินดี และความเมาอาหาร แล้วแนะให้บำเพ็ญศีลและฌานให้บริบูรณ์ด้วยความอดทนและความสงบ อย่าถือตัวว่าเป็นกษัตริย์
การเปลี่ยนภาพลักษณ์ เช่น ไปวัด ใส่ชุดขาว หรือซื้อหนังสือธรรมะ เป็นเพียงจุดเริ่ม ให้สังเกตความขี้เกียจและความง่วงในชีวิตประจำวันซึ่งเป็นงานจริง
เด็กหญิงคนหนึ่งตอบว่า กำไลที่สวมสองวงกระทบกันจึงมีเสียง ส่วนข้อมือที่มีวงเดียวไม่มีเสียง เหมือนมุนีที่สงบนิ่ง ช่างศรก็ตอบว่า การเล็งด้วยตาสองข้างพร่าจนดัดลูกศรไม่ตรง ต้องหลับตาข้างหนึ่งจึงเห็นที่คด ทั้งสองกล่าวว่า คนสองคนถึงความวิวาทกัน คนคนเดียวจะวิวาทกับใคร พระมหาชนกจึงบอกพระนางสีวลีให้ต่างคนต่างไปคนละทาง
เวลาต้องทำงานที่ต้องการสมาธิมาก ให้หาเวลาอยู่ลำพัง ปิดการแจ้งเตือน และโฟกัสเรื่องเดียว เหมือนช่างศรที่หลับตาข้างหนึ่งเพื่อเล็งให้ตรง
คาถากลางทะเลเป็นหลักใจสำหรับคนที่ทำงานยากโดยยังไม่เห็นผล เช่น ผู้ป่วยที่รักษาตัวนาน คนที่เริ่มกิจการใหม่ หรือนักเรียนที่เตรียมสอบ ความเพียรในชาดกนี้ไม่ใช่ความดื้อดึง แต่เป็นการเห็นว่าตราบใดยังมีทางรอด การเลิกกลางทางคือการยอมแพ้ต่อผลที่แย่ที่สุดเอง
ครึ่งหลังสอนอีกด้านหนึ่ง คนที่เพียรจนได้มาทุกอย่างก็ยังต้องรู้จักวาง ต้นมะม่วงที่มีผลถูกคนรุมหัก ส่วนต้นที่ไม่มีผลยังเขียวอยู่ ของที่มีมากก็นำภัยมามากด้วย
การสละครอบครัวออกบวชในเรื่องเป็นวิถีของนักบวชในบริบทนั้น สำหรับคนที่ยังมีครอบครัว ใช้ข้อนี้ในแง่ลดความยึดติดในสมบัติและตำแหน่ง ไม่ใช่การทิ้งความรับผิดชอบ
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
นกมัยหกะเกาะต้นเลียบที่ผลสุก ร้องว่า "ของเรา ของเรา" ขณะที่นกอื่นกินผลแล้วบินไป เหมือนคนที่สะสมทรัพย์ไว้มาก ไม…
พระวินัยวางเกณฑ์ว่าภิกษุแบบใดจึงควรให้อุปสมบท ให้นิสสัย และรับสามเณรไว้ดูแล ตั้งแต่คุณธรรมของตนเอง ความรู้ ควา…
ห้าเรื่องที่ควรพิจารณาเนือง ๆ — แก่ เจ็บ ตาย พลัดพราก และมีกรรมเป็นของตน ไม่ใช่เพื่อให้หดหู่ แต่เพื่อคลายความป…
ทรัพย์ภายใน ๗ อย่างที่โจรลักไม่ได้และไฟไหม้ไม่ได้ — ศรัทธา ศีล หิริ โอตตัปปะ สุตะ จาคะ และปัญญา