ตุวฏกสุตตนิทเทส: ใจนิ่งเหมือนกลางมหาสมุทร
มชฺเฌ ยถา สมุทฺทสฺสแนวปฏิบัติจากตุวฏกสูตร ตัดรากความคิดเนิ่นช้าคือความถือว่าเป็นเรา ไม่ทะนงเพราะคุณธรรม สงบภายในเหมือนกลางมหาสมุท…
ปณฺฑิตวคฺโค
คาถาเด่นจากธรรมบทวรรคที่ ๖–๑๐ — คนชี้โทษเหมือนคนบอกขุมทรัพย์ ภูเขาหินไม่ไหวเพราะลม ชนะตนประเสริฐกว่าชนะคนเป็นล้าน อยู่อย่างมีศีลวันเดียวดีกว่าร้อยปี หยาดน้ำเต็มหม้อ และเอาตนเป็นเครื่องเปรียบ
ในธรรมบท ขุททกนิกาย วรรคที่ ๖ ถึง ๑๐ ได้แก่ ปัณฑิตวรรค (ว่าด้วยบัณฑิต) อรหันตวรรค (ว่าด้วยพระอรหันต์) สหัสสวรรค (ว่าด้วยของที่นับเป็นพัน) ปาปวรรค (ว่าด้วยบาป) และทัณฑวรรค (ว่าด้วยอาชญา)
หน้านี้เลือกคาถาที่นำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ชัด เช่น การคบคนที่กล้าชี้ข้อบกพร่อง ความมั่นคงต่อคำนินทาและสรรเสริญ ชัยชนะเหนือตนเอง คุณค่าของชีวิตที่มีศีลแม้เพียงวันเดียว การสะสมบุญบาปทีละน้อย และการเอาใจเขามาใส่ใจเรา
อรหันตวรรคซึ่งอยู่ในช่วงเดียวกันบรรยายพระอรหันต์ว่ามีใจเสมอแผ่นดิน มั่นคงเหมือนเสาเขื่อน ใสเหมือนห้วงน้ำที่ไม่มีโคลน และที่ใดที่พระอรหันต์อยู่ ที่นั้นเป็นที่รื่นรมย์
พึงเห็นคนที่ชี้โทษและกล่าวข่มด้วยปัญญา เหมือนคนที่บอกที่อยู่ของขุมทรัพย์ พึงคบบัณฑิตเช่นนั้น เพราะคบแล้วมีแต่ดี ไม่มีเสีย ผู้ที่ตักเตือนและห้ามจากสิ่งไม่ดีเป็นที่รักของคนดี แต่ไม่เป็นที่รักของคนไม่ดี
เมื่อมีคนชี้ข้อผิดพลาดในงานของเรา ให้กล่าวขอบคุณก่อนจะอธิบายหรือแก้ตัว แล้วค่อยพิจารณาว่าข้อไหนจริง
ภูเขาหินล้วนเป็นแท่งทึบย่อมไม่หวั่นไหวเพราะลมฉันใด บัณฑิตย่อมไม่หวั่นไหวเพราะนินทาและสรรเสริญฉันนั้น และเมื่อสุขหรือทุกข์มาถูกต้อง บัณฑิตก็ไม่แสดงอาการขึ้น ๆ ลง ๆ
ก่อนอ่านคอมเมนต์หรือรีวิวเกี่ยวกับตัวเอง ตั้งใจไว้ว่าจะรับฟังทั้งคำชมและคำติด้วยใจที่เท่ากัน
วาจาแม้เป็นพันที่ประกอบด้วยถ้อยคำไร้ประโยชน์ สู้ถ้อยคำมีประโยชน์เพียงบทเดียวที่ฟังแล้วสงบไม่ได้ คาถาแม้ร้อยพันบทก็เช่นเดียวกัน
ลดเวลาเลื่อนดูข้อความที่ผ่านตาแล้วลืม เพิ่มเวลาให้ข้อความสั้น ๆ ที่อ่านแล้วใจสงบและนำไปใช้ได้
ผู้ที่ชนะมนุษย์พันคูณด้วยพันในสงคราม ยังไม่ใช่ผู้ชนะสูงสุด ผู้ที่ชนะตนคนเดียวจึงเป็นผู้ชนะสูงสุด ชนะตนประเสริฐกว่าชนะผู้อื่น และชัยชนะของผู้ฝึกตนแล้ว สำรวมเป็นนิตย์ แม้เทวดา มาร หรือพรหมก็ทำให้กลับแพ้ไม่ได้
เลือกนิสัยหนึ่งอย่างที่อยากเอาชนะ เช่น ตอบโต้ทันทีเวลาโกรธ แล้วนับชัยชนะเล็ก ๆ ทุกครั้งที่หยุดได้
ผู้มีศีล มีจิตตั้งมั่น มีชีวิตอยู่วันเดียว ประเสริฐกว่าผู้ทุศีล จิตไม่ตั้งมั่น มีชีวิตอยู่ร้อยปี คาถาชุดเดียวกันกล่าวถึงผู้มีปัญญา ผู้ปรารภความเพียร และผู้เห็นความเกิดดับทำนองเดียวกัน และกล่าวว่าผู้ไหว้และอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่เป็นนิตย์ ย่อมเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ
อย่ารอให้ชีวิตพร้อมก่อนจึงเริ่มทำดี วันนี้วันเดียวที่ใช้อย่างมีสติและมีศีลก็มีคุณค่าในตัวเองแล้ว
พึงรีบทำความดี พึงห้ามจิตจากบาป เพราะเมื่อทำบุญช้าไป ใจจะยินดีในบาป ถ้าทำบาปก็ไม่ควรทำซ้ำและไม่ควรพอใจในบาปนั้น ถ้าทำบุญก็ควรทำบ่อย ๆ และพอใจในบุญนั้น เพราะการสั่งสมบุญนำสุขมาให้
เมื่อคิดจะทำความดีเล็ก ๆ เช่น โทรหาพ่อแม่หรือช่วยเพื่อนร่วมงาน ให้ทำภายในวันนั้น ไม่ต้องรอจังหวะที่เหมาะกว่า
อย่าดูหมิ่นบาปว่าเล็กน้อยคงไม่มาถึงตัว หม้อน้ำยังเต็มได้ด้วยหยาดน้ำที่ตกทีละหยด คนพาลสะสมบาปทีละน้อยก็เต็มด้วยบาป และอย่าดูหมิ่นบุญว่าเล็กน้อย นักปราชญ์สะสมบุญทีละน้อยก็เต็มด้วยบุญ
สังเกตข้ออ้างว่า "แค่นิดเดียวเอง" ทั้งเวลาจะทำสิ่งไม่ดี และเวลาจะไม่ทำสิ่งดี เพราะทั้งสองทางสะสมได้เหมือนกัน
สัตว์ทั้งปวงสะดุ้งต่ออาชญา กลัวต่อความตาย ชีวิตเป็นที่รักของสัตว์ทั้งปวง เมื่อเอาตนเป็นเครื่องเปรียบแล้ว ไม่พึงฆ่าเองและไม่พึงใช้ให้ผู้อื่นฆ่า คาถาในวรรคเดียวกันยังเตือนว่าอย่ากล่าวคำหยาบกับใคร เพราะผู้ที่ถูกว่าจะว่าตอบ และคำแข็งกร้าวนำทุกข์มาให้
ก่อนพูดแรง ๆ หรือทำอะไรที่กระทบคนหรือสัตว์อื่น ถามตัวเองสั้น ๆ ว่า ถ้าเป็นเราถูกทำแบบนี้จะรู้สึกอย่างไร
คาถาในวรรคเหล่านี้สั้นและจำง่าย เหมาะจะเลือกไว้สักบทหนึ่งเป็นคติประจำสัปดาห์ แล้วคอยสังเกตว่าวันไหนได้ใช้จริง
คาถาเรื่องหยาดน้ำเต็มหม้อเตือนทั้งสองด้าน นิสัยไม่ดีเล็ก ๆ ที่ทำซ้ำทุกวันสะสมเป็นปัญหาใหญ่ได้ และความดีเล็ก ๆ ที่ทำซ้ำทุกวันก็สะสมเป็นคุณธรรมได้เช่นกัน
คาถาเรื่องชนะตนไม่ได้สอนให้ทารุณตัวเอง ชัยชนะที่หมายถึงคือการฝึกและสำรวมใจอย่างสม่ำเสมอ เหมือนช่างศรดัดลูกศรอย่างใจเย็น ไม่ใช่หักลูกศรทิ้ง
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
แนวปฏิบัติจากตุวฏกสูตร ตัดรากความคิดเนิ่นช้าคือความถือว่าเป็นเรา ไม่ทะนงเพราะคุณธรรม สงบภายในเหมือนกลางมหาสมุท…
สัตว์ทั้งหลายคบค้ากันโดยธาตุ คนใจต่ำคบกับคนใจต่ำ คนใจดีคบกับคนใจดี เหมือนนมเข้ากับนม น้ำผึ้งเข้ากับน้ำผึ้ง พระ…
กลุ่มกถาท้ายวรรคที่ ๑๓ ถามว่าผู้อยู่ในฌานยินดีในฌานนั้นขณะเดียวกันได้หรือ มีความยินดีในสิ่งที่ไม่ชอบใจหรือ และ…
จิตนี้ผุดผ่อง แต่เศร้าหมองด้วยอุปกิเลสที่จรมา ปุถุชนไม่รู้ข้อนี้จึงไม่อบรมจิต อริยสาวกรู้จึงอบรมจิต และไม่มีสิ…