ธาตุ ๖
ศึกษาเชิงลึก

ธาตุ ๖

ฉ ธาตุโย

แยก "ตัวเรา" ออกเป็น ๖ ธาตุ — ดิน น้ำ ไฟ ลม อากาศ วิญญาณ วิธีมองที่ทรงใช้สอนคนที่กำลังจะตาย

๖ ข้อ

ในธาตุวิภังคสูตร ทรงแสดงแก่ปุกกุสาติผู้ยังไม่รู้ว่ากำลังสนทนากับใคร ว่าบุรุษนี้ประกอบด้วยธาตุ ๖ คือ ปฐวี (ของแข็ง) อาโป (ของเหลว) เตโช (ความร้อน) วาโย (ความเคลื่อนไหว) อากาส (ช่องว่าง) และวิญญาณ (ความรู้แจ้ง)

วิธีมองแบบนี้ทำให้ “ตัวเรา” ที่ดูเป็นก้อนเดียวกัน แยกออกเป็นสิ่งที่ยืมโลกมาใช้ชั่วคราวทั้งหมด ไม่มีส่วนไหนที่เป็นของเราแต่แรกและไม่มีส่วนไหนที่จะเอาไปได้

  1. ๑

    ปฐวีธาตุ — ส่วนที่แข็ง ปฐวีธาตุ

    ส่วนที่มีลักษณะแข้นแข็งในร่างกาย เช่น ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง กระดูก ทั้งหมดล้วนมาจากอาหารซึ่งมาจากดินอีกทอดหนึ่ง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เวลากังวลเรื่องรูปร่างหน้าตา ลองระลึกว่าสิ่งที่กังวลอยู่คือธาตุดินที่ยืมมาและต้องคืนไปทั้งหมด

  2. ๒

    อาโปธาตุ — ส่วนที่เหลว อาโปธาตุ

    ส่วนที่มีลักษณะเอิบอาบซึมซาบ เช่น เลือด น้ำเหลือง น้ำลาย เหงื่อ เป็นส่วนที่ไหลเวียนอยู่ตลอดโดยเราไม่ได้สั่ง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เตือนว่าร่างกายทำงานเองเป็นส่วนใหญ่ สิ่งที่เราควบคุมได้จริงมีน้อยกว่าที่คิดมาก

  3. ๓

    เตโชธาตุ — ความร้อน เตโชธาตุ

    ความอบอุ่นที่ทำให้ร่างกายย่อยอาหาร เผาผลาญ และทรงตัวอยู่ได้ เมื่อหมดความร้อนนี้ ร่างกายก็หมดสภาพทันที

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ระลึกว่าความอบอุ่นที่ยังมีอยู่ในตัวคือสิ่งที่ยืนยันว่ายังมีเวลาให้ทำสิ่งที่ควรทำอยู่

  4. ๔

    วาโยธาตุ — ความเคลื่อนไหว วาโยธาตุ

    ลมและการเคลื่อนไหวในร่างกาย ตั้งแต่ลมหายใจไปจนถึงการไหวของอวัยวะภายใน เป็นธาตุที่สัมผัสได้ง่ายที่สุดในการภาวนา

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ใช้ลมหายใจเป็นสะพานกลับมาที่กายได้ทุกเมื่อ เพราะเป็นธาตุที่รู้สึกได้ชัดโดยไม่ต้องหาอุปกรณ์อะไร

  5. ๕

    อากาสธาตุ — ช่องว่าง อากาสธาตุ

    ช่องว่างในร่างกาย เช่น ช่องหู ช่องจมูก ช่องทางเดินอาหาร เป็นสิ่งที่ทำให้ธาตุอื่นทำงานได้ ถ้าไม่มีที่ว่างก็ไม่มีการเคลื่อนไหว

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ใช้เปรียบกับชีวิตได้ตรง ๆ — ตารางที่ไม่มีช่องว่างเลยคือตารางที่ทำงานไม่ได้จริง เว้นที่ว่างไว้บ้างในแต่ละวัน

  6. ๖

    วิญญาณธาตุ — ความรู้แจ้ง วิญฺญาณธาตุ

    ธาตุรู้ที่ทำให้ห้าธาตุข้างต้นกลายเป็นชีวิตที่รับรู้ได้ ทรงชี้ต่อว่าแม้ธาตุรู้นี้ก็เกิดดับตามเหตุ ไม่ใช่ตัวตนที่เที่ยง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    สังเกตว่าความรู้สึกตัวของเราวันนี้กับเมื่อวานไม่ใช่ก้อนเดียวกันที่ต่อเนื่อง แต่เป็นกระแสที่เกิดใหม่ตลอดเวลา

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

ใช้เป็นวิธีคลายความยึดเวลาที่ร่างกายมีปัญหา — เจ็บป่วย แก่ลง หรือหน้าตาไม่เป็นอย่างที่หวัง ลองไล่ดูว่าส่วนไหนคือดิน ส่วนไหนคือน้ำ ส่วนไหนคือความร้อนและการเคลื่อนไหว

อีกทางหนึ่งคือใช้ปลอบใจเวลาสูญเสีย เพราะสิ่งที่คืนไปคือธาตุที่ยืมมา ส่วนสิ่งที่เหลืออยู่จริงคือกรรมและความดีที่ทำไว้ ซึ่งไม่ได้อยู่ในธาตุใดเลย

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

ปิลินทวัจฉเถราปทาน: ถวายของที่ใช้ได้จริง

ปิลินฺทวจฺฉตฺเถราปทานํ

นายประตูเมืองหงสวดีคิดจะถวายสิ่งที่ยังไม่มีใครเคยถวาย จึงไม่ได้เลือกของที่แพงที่สุด แต่รวบรวมบริขารทุกอย่างที่…

ปุคคลบัญญัติ: ฟังมากหรือน้อย สำคัญที่รู้ความและปฏิบัติตาม

พหุสฺสุโต สุเตน อุปปนฺโน

บางคนเรียนธรรมมาน้อยและไม่ได้ประโยชน์ บางคนเรียนน้อยแต่ได้ประโยชน์ บางคนเรียนมากแต่ไม่ได้ประโยชน์ บางคนเรียนมา…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้