ปฐมสังคายนา: รักษาคำสอนหลังพระศาสดาปรินิพพาน
หลักธรรมพื้นฐาน

ปฐมสังคายนา: รักษาคำสอนหลังพระศาสดาปรินิพพาน

ปญฺจสติกกฺขนฺธกํ

เมื่อภิกษุแก่รูปหนึ่งดีใจว่าพ้นจากคำห้ามแล้ว พระมหากัสสปะชวนสงฆ์ร้อยกรองพระธรรมวินัย คัดพระอรหันต์ ๔๙๙ รูปกับพระอานนท์ ซ่อมที่พักก่อนหนึ่งเดือน พระอานนท์บรรลุอรหัตในคืนก่อนประชุม พระอุบาลีวิสัชนาพระวินัย พระอานนท์วิสัชนาพระธรรม และพระปุราณะขอทรงจำตามที่ได้ฟังมาเอง

๘ ข้อ

ในปัญจสติกขันธกะ จุลวรรค พระวินัยปิฎก มีบันทึกการสังคายนาครั้งแรก ชื่อขันธกะมาจากจำนวนพระ ๕๐๐ รูปที่ร่วมประชุม เรื่องเริ่มจากพระมหากัสสปะเล่าว่า ขณะเดินทางจากเมืองปาวาไปกุสินาราพร้อมภิกษุราว ๕๐๐ รูป ได้พบอาชีวกผู้บอกว่าพระสมณโคดมปรินิพพานได้ ๗ วันแล้ว ภิกษุที่ยังไม่ปราศจากราคะร่ำไห้ ผู้ที่ปราศจากราคะแล้วอดกลั้นได้ด้วยเห็นว่าสังขารไม่เที่ยง แต่สุภัททะผู้บวชเมื่อแก่กลับกล่าวว่า พวกเราพ้นดีแล้วจากพระมหาสมณะ

พระมหากัสสปะจึงชวนให้สังคายนาพระธรรมและพระวินัย สงฆ์ตกลงให้พระ ๕๐๐ รูปจำพรรษาที่ราชคฤห์เพื่อการนี้ พระอุบาลีตอบคำถามเรื่องพระวินัย พระอานนท์ตอบคำถามเรื่องพระสูตรในนิกายทั้ง ๕ ในขันธกะยังมีเรื่องสิกขาบทเล็กน้อย การที่พระเถระปรับอาบัติทุกกฏพระอานนท์ เรื่องพระปุราณะ และการลงพรหมทัณฑ์แก่พระฉันนะซึ่งภายหลังได้บรรลุอรหัต

ตัวบทในขันธกะไม่ได้เล่ารายละเอียดของสถานที่ประชุม หัวข้อท้ายขันธกะกล่าวถึงถ้ำไว้เพียงสั้น ๆ ส่วนชื่อถ้ำสัตตบรรณคูหาและการที่พระเจ้าอชาตศัตรูทรงอุปถัมภ์การประชุมมาจากอรรถกถา

  1. ๑

    เสียงที่ดีใจว่าพ้นจากกฎ สุมุตฺตา มยํ เตน มหาสมเณน

    พระมหากัสสปะเตือนภิกษุที่ร่ำไห้ว่า พระพุทธเจ้าตรัสไว้แล้วว่าความพลัดพรากจากสิ่งที่รักย่อมมี สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วจะไม่ให้แตกสลายย่อมเป็นไปไม่ได้ แต่สุภัททะผู้บวชเมื่อแก่กล่าวว่า อย่าเศร้าเลย พวกเราพ้นดีแล้วจากพระมหาสมณะที่คอยบอกว่าสิ่งนี้ควร สิ่งนี้ไม่ควร ต่อไปอยากทำอะไรก็ทำได้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อผู้นำ ครู หรือพ่อแม่ที่เคยวางกรอบให้จากไป ระวังความคิดว่า "ตอนนี้ไม่มีใครห้ามแล้ว" กฎที่ดีมีไว้เพราะเหตุผล ไม่ใช่เพราะมีคนเฝ้าดู

  2. ๒

    รักษาไว้ก่อนสิ่งผิดจะรุ่งเรือง ปุเร อธมฺโม ทิปฺปติ

    พระมหากัสสปะชวนสงฆ์สังคายนาพระธรรมและพระวินัย ก่อนที่สิ่งไม่ใช่ธรรมจะรุ่งเรืองและธรรมถูกเบียดบัง ก่อนที่สิ่งไม่ใช่วินัยจะรุ่งเรืองและวินัยถูกเบียดบัง และก่อนที่ผู้กล่าวสิ่งไม่ใช่ธรรมจะมีกำลัง ผู้กล่าวธรรมจะอ่อนกำลัง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ความรู้สำคัญของครอบครัวหรือองค์กร ควรบันทึกและทบทวนร่วมกันตอนที่คนรู้จริงยังอยู่ อย่ารอให้เกิดความสับสนก่อนแล้วค่อยมาหาว่าอะไรถูก

  3. ๓

    เลือกคนด้วยคุณสมบัติที่ชัด อภพฺโพ ฉนฺทา โทสา โมหา ภยา

    พระมหากัสสปะคัดพระอรหันต์ได้ ๔๙๙ รูป ภิกษุทั้งหลายขอให้เลือกพระอานนท์ด้วย แม้ท่านยังเป็นเสกขบุคคล เพราะท่านไม่ลำเอียงด้วยความชอบ ความชัง ความหลง และความกลัว และได้เรียนธรรมวินัยมากในสำนักพระพุทธเจ้า พระมหากัสสปะก็เลือกท่าน สงฆ์ตกลงให้พระ ๕๐๐ รูปนี้จำพรรษาที่ราชคฤห์ซึ่งมีที่บิณฑบาตและที่พักพอ และไม่ให้ภิกษุอื่นจำพรรษาที่นั่น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เวลาเลือกคนทำงานสำคัญ ดูทั้งความรู้และความไม่ลำเอียง คนที่ยังไม่สมบูรณ์ทุกด้านก็เลือกได้ ถ้ามีคุณสมบัติที่งานนั้นต้องการจริงและเหตุผลเปิดเผย

  4. ๔

    เตรียมที่ทางก่อนเริ่มงานใหญ่ ขณฺฑผุลฺลปฏิสงฺขรณํ

    พระเถระคิดว่าพระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญการซ่อมแซมเสนาสนะที่ชำรุด จึงใช้เดือนแรกซ่อมที่พัก แล้วจึงประชุมสังคายนาพระธรรมวินัยในเดือนที่สอง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ก่อนเริ่มโครงการใหญ่ เตรียมพื้นที่ เครื่องมือ และความพร้อมพื้นฐานให้เรียบร้อย งานสำคัญเดินได้ดีเมื่อสิ่งแวดล้อมพร้อม

  5. ๕

    พระอานนท์บรรลุในคืนก่อนประชุม อปฺปตฺตญฺจ สีสํ พิมฺโพหนํ

    พระอานนท์คิดว่าไม่สมควรที่ตนยังเป็นเสกขบุคคลจะเข้าประชุม จึงใช้เวลาเกือบทั้งคืนเจริญกายคตาสติ ใกล้รุ่งเอนกายลงด้วยตั้งใจจะนอน ศีรษะยังไม่ถึงหมอน เท้ายังไม่พ้นพื้น จิตก็หลุดพ้นจากอาสวะเพราะไม่ถือมั่น แล้วท่านไปประชุมในฐานะพระอรหันต์

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ความตั้งใจจริงก่อนวันสำคัญช่วยให้เราทำได้เต็มที่ และสิ่งที่พยายามมานานบางครั้งก็เกิดขึ้นตอนที่ใจผ่อนลง ไม่ใช่ตอนที่เกร็งที่สุด

  6. ๖

    ถามเป็นระบบ ตอบตามที่รู้ ปุฏฺโฐ ปุฏฺโฐ อายสฺมา อุปาลิ วิสฺสชฺเชสิ

    สงฆ์ตกลงด้วยญัตติ แล้วพระมหากัสสปะถามพระอุบาลีทีละสิกขาบท ว่าทรงบัญญัติที่ไหน ปรารภใคร ในเรื่องอะไร รวมทั้งวัตถุ นิทาน บุคคล บัญญัติ อนุบัญญัติ อาบัติ และอนาบัติ จนครบวินัยทั้งสองฝ่าย แล้วถามพระอานนท์ว่า พรหมชาลสูตรตรัสที่ไหน ปรารภใคร สามัญญผลสูตรตรัสที่ไหน กับใคร จนครบนิกายทั้ง ๕

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เวลาเก็บความรู้ ให้ถามด้วยโครงเดียวกันทุกเรื่อง เช่น เกิดที่ไหน เกี่ยวกับใคร เพราะอะไร แล้วบันทึกไว้ คนรุ่นหลังจะเข้าใจบริบท ไม่ใช่รู้แค่ตัวกฎ

  7. ๗

    ไม่เพิ่ม ไม่ตัด เมื่อยังไม่ชัด อปฺปญฺญตฺตํ น ปญฺญาเปยฺย

    พระอานนท์แจ้งว่าก่อนปรินิพพาน พระพุทธเจ้าตรัสว่าสงฆ์จะถอนสิกขาบทเล็กน้อยก็ได้ แต่ท่านไม่ได้ทูลถามว่าข้อใดเล็กน้อย พระเถระจึงเห็นต่างกันหลายแบบ พระมหากัสสปะชี้ว่าคฤหัสถ์รู้สิกขาบทของพระอยู่ ถ้าถอนเสีย จะมีคนว่าพระศึกษาสิกขาบทเฉพาะตอนที่พระศาสดายังอยู่ สงฆ์จึงตกลงว่าจะไม่บัญญัติสิ่งที่ไม่ทรงบัญญัติ และไม่ถอนสิ่งที่ทรงบัญญัติแล้ว พระเถระยังปรับอาบัติทุกกฏพระอานนท์หลายเรื่อง รวมทั้งที่ไม่ได้ทูลถามข้อนี้ พระอานนท์ชี้แจงเหตุผลว่าไม่เห็นว่าเป็นอาบัติ แต่ยอมแสดงอาบัติเพราะเชื่อพระเถระ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อผู้วางกฎจากไปและยังไม่ชัดว่าข้อไหนเปลี่ยนได้ อย่ารีบแก้ตามความเห็นส่วนตัว และเราอธิบายเหตุผลของตัวเองได้ พร้อมกับยอมรับมติของกลุ่มโดยไม่ถือโกรธ

  8. ๘

    พระปุราณะ: ขอทรงจำตามที่ได้ฟังมาเอง ยเถว มยา ภควโต สมฺมุขา สุตํ

    พระปุราณะจาริกอยู่ที่ชนบททักขิณาคิรีพร้อมภิกษุราว ๕๐๐ รูป เมื่อการสังคายนาเสร็จแล้วจึงมาหาพระเถระที่เวฬุวัน พระเถระบอกให้ท่านรับรู้พระธรรมวินัยที่สังคายนาแล้ว ท่านกล่าวว่าพระเถระสังคายนาไว้ดีแล้ว แต่ท่านได้ฟังและได้รับมาเฉพาะพระพักตร์พระพุทธเจ้าอย่างไร ก็จะทรงจำไว้อย่างนั้น ตัวบทไม่ได้บันทึกว่าพระเถระตอบว่าอย่างไร

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เคารพข้อสรุปของส่วนรวม และบันทึกประสบการณ์ตรงของเราไว้ด้วย ความทรงจำจากหลายแหล่งช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น ไม่จำเป็นต้องกลายเป็นการแข่งกันว่าใครถูก

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

ทุกครอบครัว ชุมชน และองค์กรต้องเจอวันที่ผู้ก่อตั้งหรือผู้นำจากไป เรื่องปฐมสังคายนาแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่ควรทำคือรวบรวมความรู้ในขณะที่ผู้รู้จริงยังอยู่ ทำอย่างเป็นระบบ และตกลงกันอย่างเปิดเผย

เรื่องนี้ยังมีแง่มุมของความถ่อมตน พระอานนท์ยอมแสดงอาบัติตามที่พระเถระเห็น แม้ตัวท่านจะไม่เห็นว่าผิด ส่วนพระปุราณะเคารพงานของส่วนรวม แต่ขอรักษาสิ่งที่ได้ยินมาเอง ทั้งสองแบบบอกว่าการอยู่ร่วมกันไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนกันทุกเรื่อง

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

สุตมยญาณ: ฟังแล้วรู้ว่าธรรมข้อนี้ต้องทำอย่างไร

โสตาวธาเน ปญฺญา สุตมเย ญาณํ

ญาณข้อแรกของปฏิสัมภิทามรรคไม่ใช่การจำคำได้มาก แต่คือฟังแล้วแยกออกว่าธรรมข้อไหนควรรู้ยิ่ง ควรกำหนดรู้ ควรละ ควร…

อาชินสูตร: เสียงเชียร์ว่าเก่ง ไม่ใช่เครื่องวัดความถูก

ปณฺฑิโต วต โภ

ปริพาชกอาชินะเล่าว่าเพื่อนของตนชื่อบัณฑิต คิดข้อซักถามไว้ ๕๐๐ ข้อสำหรับข่มลัทธิอื่น พระพุทธเจ้าตรัสถึงคนหลายแบ…

ปิณฑปาตปาริสุทธิสูตร: ทบทวนใจหลังเดินบิณฑบาต

ปิณฺฑปาตปาริสุทฺธิสุตฺตํ

พระสารีบุตรมีอินทรีย์ผ่องใสเพราะอยู่ด้วยสุญญตวิหาร พระพุทธเจ้าทรงสอนวิธีทบทวนตนว่า ตลอดทางที่เดินไปบิณฑบาต ใจม…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้