ทสรถชาดก: รามบัณฑิตกับข่าวการสวรรคตของพระบิดา
ใช้ในชีวิตประจำวัน

ทสรถชาดก: รามบัณฑิตกับข่าวการสวรรคตของพระบิดา

ทสรถชาตกํ

เมื่อได้ข่าวว่าพระบิดาสวรรคต ทุกคนร้องไห้ แต่รามบัณฑิตไม่เศร้าโศก และอธิบายว่าชีวิตรักษาไว้ไม่ได้ด้วยการคร่ำครวญ ทุกคนเหมือนผลไม้สุกที่รอวันหล่น แล้วหันมาทำหน้าที่ดูแลคนที่ยังอยู่

๗ ข้อ

ในทสรถชาดก เอกาทสกนิบาต ชาดก ขุททกนิกาย รามบัณฑิตเรียกลักขณะและสีดาให้ลงไปในน้ำ แล้วบอกว่าภรตะนำข่าวมาว่าพระเจ้าทสรถสวรรคตแล้ว ภรตะถามว่าด้วยอานุภาพอะไร พระองค์จึงไม่เศร้าโศก รามบัณฑิตตอบด้วยคาถาหลายบทว่า ชีวิตรักษาไว้ไม่ได้ด้วยการคร่ำครวญ ทุกคนมุ่งหน้าสู่ความตาย การร่ำไห้ทำร้ายตนเองและไม่ช่วยผู้ล่วงลับ ผู้มีปัญญาจึงดับความโศกโดยเร็ว แล้วทำหน้าที่ดูแลครอบครัวและผู้คนต่อไป

เรื่องเล่ามาจากอรรถกถา พระเจ้าทสรถแห่งพาราณสีมีพระโอรสสององค์คือรามบัณฑิตกับลักขณะ และพระธิดาชื่อสีดา ซึ่งต่างจากรามเกียรติ์ที่คนไทยคุ้นเคย เมื่อพระมเหสีองค์ใหม่ทูลขอราชสมบัติให้ภรตะโอรสของตน พระราชาเกรงอันตรายจะเกิดแก่โอรสทั้งสอง จึงให้ไปอยู่ป่าและกลับมาเมื่อครบ ๑๒ ปี สีดาตามไปด้วย แต่พระราชาสวรรคตในปีที่ ๙ ภรตะจึงไปเชิญรามบัณฑิตกลับมาครองราชย์

รามบัณฑิตไม่ยอมกลับก่อนครบกำหนดตามที่พระบิดาตรัสไว้ จึงมอบรองเท้าหญ้าให้วางไว้บนราชบัลลังก์แทน อรรถกถาเล่าว่าพระพุทธเจ้าตรัสเรื่องนี้แก่คหบดีผู้ทิ้งการงานทั้งหมดเพราะโศกเศร้าถึงพ่อที่ล่วงลับ

  1. ๑

    บอกข่าวร้ายอย่างใส่ใจคนฟัง เอถ ลกฺขณสีตา จ อุโภ โอตรโถทกํ

    คาถาแรก รามบัณฑิตเรียกลักขณะและสีดาให้ลงไปในน้ำ แล้วบอกข่าวการสวรรคตของพระบิดา อรรถกถาอธิบายว่า รามบัณฑิตเห็นว่าน้องทั้งสองยังเด็ก ถ้ารู้ข่าวกะทันหันอาจทนความเศร้าไม่ไหว จึงให้ลงแช่น้ำก่อน ทั้งสองก็ยังสลบไป

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อต้องบอกข่าวร้าย เลือกเวลาและสถานที่ที่อีกฝ่ายนั่งพักได้ มีคนอยู่ด้วย และไม่ต้องขับรถหรือทำงานต่อทันที

  2. ๒

    ชีวิตรักษาไว้ไม่ได้ด้วยการคร่ำครวญ ยํ น สกฺกา นํ ปาเลตุํ

    รามบัณฑิตตอบภรตะว่า สิ่งที่คนมากมายพร่ำเพ้อถึงแต่ไม่อาจรักษาไว้ได้ ผู้รู้แจ้งมีปัญญาจะทำตนให้เดือดร้อนไปเพื่ออะไร อรรถกถาอธิบายว่า แม้คนจะร่ำไห้มากเพียงใด ก็ไม่มีใครรักษาชีวิตของผู้ใดไว้ได้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ในวันที่คิดวนว่า "ถ้าตอนนั้นทำอย่างนี้" ให้แยกว่าเรื่องไหนยังทำอะไรได้ เรื่องไหนผ่านไปแล้ว แล้ววางพลังไว้กับเรื่องที่ยังทำได้

  3. ๓

    ทุกคนเหมือนผลไม้สุก ผลานมิว ปกฺกานํ

    คาถากล่าวว่า ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ทั้งคนพาลและบัณฑิต ทั้งคนมั่งมีและคนยากจน ล้วนมุ่งหน้าสู่ความตาย ผลไม้ที่สุกแล้วมีภัยคือการหล่นอยู่เสมอฉันใด สัตว์ที่เกิดมาแล้วก็มีภัยคือความตายอยู่เสมอฉันนั้น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ใช้ความจริงข้อนี้เป็นเหตุให้บอกรักและขอบคุณคนในบ้านตั้งแต่วันนี้ ไม่ต้องรอโอกาสพิเศษ

  4. ๔

    เช้าเห็นกัน เย็นอาจไม่เห็น สายเมเก น ทิสฺสนฺติ

    คาถากล่าวว่า ตอนเช้าเห็นคนอยู่มาก ตอนเย็นบางคนก็ไม่เห็นแล้ว ตอนเย็นเห็นคนอยู่มาก ตอนเช้าบางคนก็ไม่เห็นแล้ว

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ก่อนออกจากบ้านหรือวางสายโทรศัพท์ ลองจบด้วยคำที่ดี แม้ในวันที่เพิ่งทะเลาะกัน เพราะเราไม่รู้ว่าจะได้คุยกันอีกเมื่อไร

  5. ๕

    ร่ำไห้ทำร้ายตนแต่ไม่ช่วยผู้จากไป นิรตฺถา ปริเทวนา

    คาถากล่าวว่า ถ้าการคร่ำครวญจนหลงลืมตัวนำประโยชน์มาได้แม้เล็กน้อย ผู้มีปัญญาก็คงทำ แต่ผู้ที่ทำร้ายตนเองย่อมซูบผอม ผิวพรรณหม่นหมอง ผู้ล่วงลับไม่ได้รับการคุ้มครองด้วยการร่ำไห้นั้น การร่ำไห้จึงไร้ประโยชน์

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ในช่วงไว้ทุกข์ ดูแลร่างกายขั้นพื้นฐานไว้ คือกินข้าว ดื่มน้ำ และนอน แม้ใจยังเศร้า การดูแลตัวเองไม่ได้แปลว่ารักผู้จากไปน้อยลง

  6. ๖

    ดับความโศกเหมือนดับไฟไหม้บ้าน วาโต ตูลํว ธํสเย

    คาถากล่าวว่า คนฉลาดดับไฟที่ไหม้บ้านด้วยน้ำฉันใด ผู้มีปัญญาที่ได้ศึกษามาดีก็พึงกำจัดความโศกที่เกิดขึ้นโดยเร็ว เหมือนลมพัดปุยนุ่นฉันนั้น เพราะคนเดียวตาย คนเดียวเกิด ความเกี่ยวข้องกันของสัตว์ทั้งหลายมีเพียงการได้อยู่ร่วมกัน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อความเศร้าท่วมท้น ลองทำสิ่งเล็ก ๆ ที่พาใจกลับมาอยู่กับปัจจุบัน เช่น เดิน ล้างจาน หรือคุยกับเพื่อนที่ไว้ใจ ไม่ต้องบังคับตัวเองให้หายเศร้าทันที

  7. ๗

    กลับมาทำหน้าที่ต่อคนที่ยังอยู่ โสหํ ยสญฺจ โภคญฺจ

    คาถาสุดท้ายของรามบัณฑิตกล่าวว่า เราจะให้ยศและโภคทรัพย์ เลี้ยงดูคู่ครอง ญาติ และคนที่เหลือ นี่คือกิจของผู้รู้ ในอรรถกถา รามบัณฑิตยังรักษาคำของพระบิดาโดยไม่กลับก่อนครบกำหนด และมอบรองเท้าหญ้าให้วางบนบัลลังก์แทนจนกว่าจะกลับมา

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    หลังการสูญเสีย ถามตัวเองว่าผู้จากไปฝากอะไรไว้ให้ดูแล เช่น ครอบครัว งาน หรือความตั้งใจที่ยังไม่เสร็จ แล้วค่อย ๆ ทำสิ่งนั้นต่อ

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

ชาดกนี้ไม่ได้สอนว่าคนที่ร้องไห้เมื่อสูญเสียเป็นคนผิด ในเรื่องเอง ลักขณะ สีดา และภรตะก็ร้องไห้ รามบัณฑิตไม่ได้ดุน้อง ๆ แต่เลือกวิธีบอกข่าวอย่างระมัดระวัง และอธิบายความไม่เที่ยงจนอรรถกถาเล่าว่าทุกคนที่ฟังพากันสร่างโศก

สิ่งที่ใช้ได้คือการมองความตายให้ตรงกับความจริง และไม่ปล่อยให้ความโศกทำลายตัวเองจนทิ้งหน้าที่ต่อคนที่ยังอยู่ เหมือนคหบดีในต้นเรื่องที่ทิ้งงานทั้งหมด

ความเศร้าหลังการสูญเสียเป็นเรื่องธรรมชาติและใช้เวลาต่างกันในแต่ละคน ถ้าความเศร้ายาวนานจนกินไม่ได้ นอนไม่หลับ หรือใช้ชีวิตประจำวันไม่ได้ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต ๑๓๒๓ (เบอร์ในประเทศไทย หากอยู่ต่างประเทศให้ติดต่อสายด่วนในประเทศที่อยู่)

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

ขนาดที่ทรงกำหนด: กล่องเข็ม เตียงตั่ง ผ้านั่ง และจีวรที่ไม่เท่าของพระศาสดา

อาสยโต ภิกฺขเว โมฆปุริโส เวทิตพฺโพ

สิกขาบทท้ายรตนวรรคกำหนดของใช้ของภิกษุไม่ให้เกินประมาณ ตั้งแต่กล่องเข็มที่ทำให้ช่างงาไม่มีเวลาทำมาหากิน เตียงสู…

สัมปสาทนียสูตร: มั่นใจได้แค่ไหนในสิ่งที่ตรวจสอบเองไม่ได้

ธมฺมนฺวโย วิทิโต

พระสารีบุตรบันลือสีหนาทว่าไม่มีใครรู้ยิ่งกว่าพระพุทธเจ้าในทางสัมโพธิญาณ พระองค์ทรงย้อนถามว่ารู้ใจพระพุทธเจ้าทุ…

กัณหชาดก: ไม่ใช่คนดำเพราะผิว และพรที่ขอให้ใจไม่ร้าย

กณฺหชาตกํ

ท้าวสักกะติว่าฤๅษีกัณหะผิวดำ กินของดำ อยู่ในที่ดำ ฤๅษีตอบว่าคนไม่ได้ดำเพราะผิว แต่ดำเพราะบาปกรรม เมื่อท้าวสักก…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้