สมุททวาณิชชาดก: เตรียมเรือไว้ก่อนคลื่นมา
ใช้ในชีวิตประจำวัน

สมุททวาณิชชาดก: เตรียมเรือไว้ก่อนคลื่นมา

สมุทฺทวาณิชชาตกํ

ชาวเกาะได้ยินเทวดาองค์หนึ่งเตือนว่าคลื่นใหญ่จะท่วมเกาะ อีกองค์บอกว่าปลอดภัย คนฉลาดไม่เชื่อฝ่ายใดง่าย ๆ แต่ต่อเรือเตรียมไว้โดยไม่ต้องทิ้งเกาะ คนที่ติดใจความสบายไม่ได้เตรียมอะไรเลย คาถาสอนให้ทำกิจที่ควรทำไว้ล่วงหน้า

๗ ข้อ

ในสมุททวาณิชชาดก ทวาทสนิบาต ชาดก ขุททกนิกาย คาถาแรกเป็นเสียงของผู้ที่อยู่บนเกาะกลางทะเล ว่าคนที่ต้องไถต้องหว่านเลี้ยงชีพไม่ได้รับส่วนแห่งเกาะนี้ เกาะของเราดีกว่าชมพูทวีป ต่อมามีเสียงเตือนว่า ในวันเพ็ญคลื่นใหญ่จากทะเลจะท่วมเกาะ ให้ไปหาที่พึ่งที่อื่น แต่มีอีกเสียงหนึ่งบอกว่าคลื่นจะไม่มา ไม่ต้องกลัว จงอยู่อย่างเบิกบานกับลูกหลาน

ผู้มีปัญญาในหมู่คนบนเกาะกล่าวว่า เทวดาสององค์พูดขัดกัน องค์หนึ่งบอกว่ามีภัย องค์หนึ่งบอกว่าปลอดภัย ให้ทุกคนช่วยกันต่อเรือใหญ่ที่แข็งแรงและมีอุปกรณ์ครบไว้ ถ้าคำเตือนเป็นจริง เรือก็ใช้ได้ทันที ถ้าไม่จริง ก็ไม่ต้องทิ้งเกาะ แล้วสรุปว่าไม่ควรเชื่อคำแรกหรือคำหลังโดยง่าย ผู้ที่พิจารณาแล้วถือเอาส่วนกลางย่อมถึงฐานะอันประเสริฐ คาถาท้ายเปรียบว่า ผู้มีปัญญาเห็นประโยชน์ในอนาคตจึงข้ามทะเลไปได้โดยสวัสดีด้วยการกระทำของตน ส่วนคนพาลที่ติดในรสย่อมจมลงเมื่อเหตุการณ์มาถึง

ชาดกในพระไตรปิฎกมีเพียงคาถา อรรถกถาเล่าเพิ่มว่า ช่างไม้พันครอบครัวที่หนีหนี้ไปพบเกาะอุดมสมบูรณ์ ภายหลังพากันทำสุราดื่มแล้วทำเกาะสกปรก เทวดาประจำเกาะจึงโกรธและจะให้คลื่นท่วมเกาะ เทพบุตรผู้ทรงธรรมมาเตือน ส่วนเทพบุตรที่ใจร้ายมาบอกว่าไม่มีภัย หัวหน้าช่างไม้ผู้พาลกับบริวาร ๕๐๐ ครอบครัวเชื่อฝ่ายหลัง หัวหน้าผู้บัณฑิตกับบริวารเตรียมเรือไว้และรอดไปได้ ส่วนฝ่ายที่ไม่เตรียมไม่รอด คาถาเรียกคนเหล่านี้ว่าพ่อค้า อรรถกถาอธิบายว่าเพราะเป็นผู้เดินทางกลางทะเล

  1. ๑

    ความสบายทำให้ลืมระวัง ชมฺพูทีปา อิทเมว โน วรํ

    คาถาแรกกล่าวว่า คนที่ต้องไถหว่านเลี้ยงชีพไม่ได้ส่วนแห่งเกาะนี้ เกาะของเราดีกว่าชมพูทวีป ความพอใจในสิ่งที่มีเป็นเรื่องดี แต่อรรถกถาเล่าว่า ความสบายนี้เองที่ทำให้คนบนเกาะเริ่มประมาทและทำผิดข้อตกลงที่ควรรักษา

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ช่วงที่งานมั่นคงและรายได้ดี คือช่วงที่เหมาะที่สุดในการเก็บเงินสำรองและพัฒนาทักษะ ไม่ใช่ช่วงที่จะเลิกวางแผน

  2. ๒

    เมื่อคำเตือนขัดกัน เอโก ภยํ สํสติ เขมเมโก

    เสียงหนึ่งเตือนว่าในวันเพ็ญคลื่นใหญ่จะท่วมเกาะ ให้หนีไปที่อื่น อีกเสียงบอกว่าเห็นนิมิตมากมายว่าคลื่นจะไม่มา ไม่ต้องกลัว ผู้มีปัญญาเห็นว่าทั้งสองพูดขัดกัน องค์หนึ่งบอกว่ามีภัย องค์หนึ่งบอกว่าปลอดภัย จึงไม่ด่วนตัดสิน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อข่าวหรือผู้เชี่ยวชาญพูดไม่ตรงกัน ให้จดไว้ว่าแต่ละฝ่ายพูดอะไร และถ้าฝ่ายนั้นถูก เราจะเสียหายแค่ไหน ก่อนเลือกเชื่อฝ่ายที่ฟังแล้วสบายใจกว่า

  3. ๓

    ต่อเรือไว้ โดยไม่ต้องทิ้งเกาะ สา เจว โน โหหิติ อาปทตฺถา

    ผู้มีปัญญาชวนทุกคนช่วยกันต่อเรือใหญ่ที่แข็งแรง มีอุปกรณ์ครบ ถ้าคำเตือนเป็นจริง เรือนั้นจะใช้ได้ในยามมีภัย ถ้าคำเตือนไม่จริง ก็ไม่ต้องทิ้งเกาะ การเตรียมตัวจึงคุ้มทั้งสองกรณี

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน เงินสำรองอย่างน้อยสองสามเดือน หรือสำเนาเอกสารสำคัญไว้ ของเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ชีวิตวันนี้ลำบาก แต่ช่วยได้มากในวันที่เกิดเรื่อง

  4. ๔

    ไม่เชื่อคำแรกหรือคำหลังโดยง่าย น เว สุคณฺหํ ปฐเมน เสฏฺฐํ

    ผู้มีปัญญากล่าวว่า ไม่ควรถือว่าคำที่ได้ยินก่อนเป็นจริงโดยง่าย และไม่ควรถือว่าคำที่ได้ยินทีหลังเป็นจริงโดยง่าย อรรถกถาอธิบายว่า คนพาลเลือกเชื่อคำหลังเพราะเห็นว่าเป็นคำที่พูดด้วยความรัก ส่วนคำแรกฟังดูเหมือนพูดด้วยความเคียดแค้น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    สังเกตตัวเองว่ากำลังเชื่อข้อมูลไหนเพราะมีหลักฐาน หรือเพราะมันพูดสิ่งที่เราอยากได้ยิน ข่าวที่ทำให้สบายใจก็ต้องตรวจสอบเหมือนข่าวที่ทำให้กังวล

  5. ๕

    พิจารณาแล้วถือเอาส่วนกลาง โย จีธ มชฺฌํ ปวิเจยฺย คณฺหติ

    คาถากล่าวว่า ผู้ใดพิจารณาเลือกแล้วถือเอาส่วนกลางไว้ได้ ผู้นั้นย่อมถึงฐานะอันประเสริฐ อรรถกถาอธิบายว่า คือนำคำก่อนและคำหลังมาพิจารณาใกล้ชิด แล้วยึดเอาส่วนที่แน่นอนจริง ในเรื่องนี้คือการเตรียมเรือไว้ แล้วดูว่าเหตุการณ์จริงเป็นอย่างไร

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อต้องตัดสินใจเรื่องใหญ่แต่ข้อมูลยังไม่ชัด ให้เลือกทางที่ยังปรับเปลี่ยนได้ เช่น ทดลองเล็ก ๆ ก่อนลงทุนเต็มที่ แทนการทุ่มไปทางใดทางหนึ่ง

  6. ๖

    คนพาลติดรสจนมองไม่เห็นข้างหน้า พาลา จ โมเหน รสานุคิทฺธา

    คาถากล่าวว่า คนพาลติดอยู่ในรสด้วยความหลง ไม่เห็นประโยชน์ในอนาคต เมื่อเรื่องที่ต้องรับมือมาถึงตรงหน้าจึงจมลง เหมือนคนเหล่านั้นที่จมลงกลางทะเล ส่วนผู้มีปัญญาเห็นประโยชน์ในอนาคต จึงไม่ปล่อยประโยชน์แม้เล็กน้อยให้ผ่านไป

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้าพบว่าตัวเองผัดเรื่องตรวจสุขภาพ ซ่อมหลังคา หรือทำประกันออกไปเรื่อย ๆ เพราะตอนนี้ยังไม่มีปัญหา ให้ลงวันที่ในปฏิทินจริงจังสักหนึ่งเรื่องในสัปดาห์นี้

  7. ๗

    ทำกิจที่ควรทำไว้ล่วงหน้า อนาคตํ ปฏิกยิราถ กิจฺจํ

    คาถาสุดท้ายสอนว่า ผู้เป็นบัณฑิตพึงทำกิจที่ต้องทำไว้ก่อน อย่าให้กิจนั้นมาบีบคั้นตนในเวลาที่ต้องใช้ กิจนั้นย่อมไม่บีบคั้นผู้ที่ทำไว้ล่วงหน้าแล้ว

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เตรียมงานนำเสนอ ภาษีประจำปี หรือเอกสารต่ออายุต่าง ๆ ก่อนถึงกำหนดสักสัปดาห์ วันที่ถึงกำหนดจริงจะไม่กลายเป็นวันที่ต้องวิ่งวุ่น

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

ชาดกนี้ใกล้กับชีวิตปัจจุบันมาก ทุกวันเราได้ยินข้อมูลที่ขัดกัน ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สุขภาพ ภัยธรรมชาติ และงาน บางคนบอกว่าจะมีปัญหา บางคนบอกว่าไม่มีอะไร

บทเรียนสำคัญไม่ใช่การเดาว่าใครพูดถูก แต่คือการเตรียมตัวให้ปลอดภัยไม่ว่าผลจะออกมาทางไหน การต่อเรือไว้ไม่ได้บังคับให้ต้องทิ้งเกาะ เหมือนการมีเงินสำรอง ประกัน หรือแผนสำรอง ที่ไม่ได้ทำให้ชีวิตวันนี้แย่ลง

ส่วนการเตือนเรื่องความติดสบาย ไม่ได้ห้ามมีความสุขกับสิ่งที่มี แต่เตือนว่าความสบายไม่ควรทำให้เราเลิกมองไปข้างหน้า

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

มัลลิกาสูตรและยัญญสูตร: ไม่มีใครรักยิ่งกว่าตน จึงไม่ควรเบียดเบียนใคร

ตสฺมา น หึเส ปรํ อตฺตกาโม

พระเจ้าปเสนทิโกศลกับพระนางมัลลิกายอมรับตรง ๆ ว่าไม่มีใครเป็นที่รักยิ่งกว่าตน พระพุทธเจ้าไม่ได้ตำหนิ แต่ตรัสว่า…

มหาสีหนาทสูตร: บันลือในที่ประชุม และบวชด้วยใจจริง

สีหนาทญฺจ สมโณ โคตโม นทติ

ตอนจบของมหาสีหนาทสูตร พระพุทธเจ้าตรัสว่าไม่มีอะไรยิ่งกว่าศีล จิต และปัญญาที่ถึงพร้อม ทรงยืนยันว่าคำสอนนี้ประกา…

มหาสีหนาทสูตร: ทางที่เดินอยู่จะพาไปถึงไหน

ตญฺจ มคฺคํ สมารูโฬฺห

สุนักขัตตะตั้งใจติพระพุทธเจ้า แต่กลับพูดชมโดยไม่รู้ตัว — แล้วทรงแสดงคติ ๕ ด้วยอุปมาคนเดินทางสายเดียวไปสู่หลุมถ…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้