โสณนันทชาดก: สองพี่น้องผู้แย่งกันดูแลพ่อแม่
ใช้ในชีวิตประจำวัน

โสณนันทชาดก: สองพี่น้องผู้แย่งกันดูแลพ่อแม่

โสณนนฺทชาตกํ

โสณะกับนันทะสองพี่น้องบวชพร้อมพ่อแม่และช่วยกันดูแลท่าน เมื่อน้องชายทำตามใจตนจนถูกพี่ห้าม ก็กลับมาขอขมาพร้อมพระราชาจำนวนมาก พี่ชายยกโทษและให้พ่อแม่เลือกว่าจะให้ใครดูแล คาถาพรรณนาพระคุณแม่และสอนให้เลี้ยงดูพ่อแม่ด้วยสังคหวัตถุ

๗ ข้อ

ในโสณนันทชาดก สัตตตินิบาต ชาดก ขุททกนิกาย คาถาเล่าว่า พระเจ้ามโนชะพร้อมกษัตริย์ร้อยเอ็ดพระองค์มาที่อาศรมตามคำขอของนันทดาบส เพื่อขอให้โสณดาบสผู้เป็นพี่ชายยกโทษ โสณะกล่าวว่าตนเลี้ยงดูพ่อแม่ไม่เกียจคร้านทั้งกลางวันกลางคืน เพราะระลึกถึงอุปการะที่ท่านทำไว้ นันทะขอโอกาสทำบุญในพ่อแม่บ้าง โสณะตอบว่าพ่อแม่และญาติเป็นภาระของพี่ใหญ่ เหมือนนายเรือรับภาระหนัก เมื่อนันทะยอมทำตามคำพี่ โสณะก็ชมน้องและให้พ่อแม่เลือกว่าจะให้นันทะดูแลใคร แม่เลือกนันทะ โสณะจึงกล่าวคาถาพรรณนาพระคุณแม่ และสอนเรื่องการเลี้ยงดูพ่อแม่

รายละเอียดเบื้องหลังมาจากอรรถกถา โสณะและนันทะเป็นบุตรพราหมณ์ ไม่ยอมครองเรือน พ่อแม่จึงออกบวชพร้อมลูกทั้งสอง ทั้งสองช่วยกันดูแลพ่อแม่ วันหนึ่งนันทะอยากให้พ่อแม่กินผลไม้ของตนก่อน จึงรีบนำผลไม้ทั้งดิบทั้งสุกมาให้แต่เช้า ผลไม้สุกดีที่โสณะไปเลือกมาจึงไม่มีใครกิน โสณะขอให้รอไปพร้อมกัน นันทะไม่ยอม โสณะจึงไล่ไป อรรถกถาบอกว่าโสณะไม่ได้ผูกโกรธ แต่ทำเพื่อลดมานะของน้อง

อรรถกถาเล่าต่อว่า นันทะเจริญฌานได้ แล้วใช้ฤทธิ์ช่วยพระเจ้ามโนชะให้พระราชาทั้งหลายยอมอ่อนน้อม โดยอรรถกถาย้ำว่าไม่ให้เลือดตกแม้เท่าที่แมลงวันจะดื่มได้ แล้วพาพระราชาเหล่านั้นมาขอขมาพี่ชาย ท้ายเรื่อง โสณะสอนให้พระราชาตั้งอยู่ในศีลห้า และสองพี่น้องดูแลพ่อแม่จนตลอดชีวิต

  1. ๑

    เลี้ยงดูเพราะระลึกถึงอุปการะ โปเสมิ มาตาปิตโร ปุพฺเพกตมนุสฺสรํ

    เมื่อพระราชาถามถึงผู้ที่คานหาบน้ำลอยอยู่เหนือบ่า โสณะตอบว่า ตนชื่อโสณะ เป็นดาบสผู้เลี้ยงดูพ่อแม่ไม่เกียจคร้านทั้งกลางวันกลางคืน นำผลไม้และเผือกมันในป่ามาเลี้ยงท่าน เพราะระลึกถึงอุปการะที่ท่านทำไว้ในกาลก่อน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้าการดูแลพ่อแม่เริ่มรู้สึกเป็นภาระ ลองนึกถึงเรื่องจริงสักเรื่องที่ท่านเคยทำให้เรา เช่น เฝ้าไข้หรือทำงานหนักส่งเรียน ความทรงจำนี้ช่วยให้ทำต่อด้วยใจที่นุ่มลง

  2. ๒

    ดูแลให้ถูกวิธี ไม่ใช่แข่งกันทำ โสณนนฺทชาตกํ

    ในอรรถกถา นันทะรีบนำผลไม้ทั้งดิบทั้งสุกมาให้พ่อแม่กินก่อนทุกเช้า ผลไม้ดีที่โสณะไปหามาจากที่ไกลจึงเน่าเสีย โสณะเห็นว่าถ้าเป็นอย่างนี้พ่อแม่จะอยู่ได้ไม่นาน จึงขอให้น้องรอแล้วให้ท่านกินพร้อมกัน แต่นันทะมุ่งแต่ความดีของตน จึงไม่ทำตาม

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อพี่น้องหลายคนช่วยกันดูแลพ่อแม่ ให้คุยกันว่าใครทำอะไร เช่น ใครดูเรื่องยา ใครพาไปหาหมอ จะได้ไม่ซ้ำซ้อนหรือขัดกัน ความตั้งใจดีต้องมาพร้อมการประสานงาน

  3. ๓

    พี่ใหญ่รับภาระเหมือนนายเรือ อาทิยิตฺวา ครุํ ภารํ นาวิโก วิย อุสฺสเห

    โสณะกล่าวว่า ผู้ทำให้ประเพณีของตระกูลเสื่อม ไม่ประพฤติธรรมต่อผู้ใหญ่ ย่อมไปสู่นรก พ่อแม่ พี่น้อง และญาติทั้งหมดเป็นภาระของพี่ใหญ่ ตนเป็นพี่ใหญ่จึงรับภาระหนักได้ เหมือนนายเรือรับภาระหนักแล้วพาเรือไปได้ และไม่ประมาทในธรรม

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้าเราเป็นคนที่พึ่งพาได้มากที่สุดในบ้าน ให้รับบทนั้นอย่างมั่นคง แต่นายเรือที่ดีก็ยังรู้ว่าเรือบรรทุกได้เท่าไร อย่าแบกจนตัวเองล้ม และเปิดทางให้คนอื่นช่วยได้

  4. ๔

    ยอมรับคำเตือนและให้อภัย อริโย อริยสมาจาโร

    นันทะกล่าวว่า ถ้าพี่ไม่รับอัญชลีของตน ตนก็จะทำตามคำพี่และคอยรับใช้พี่ไม่เกียจคร้าน โสณะจึงกล่าวว่า นันทะรู้แจ้งสัทธรรมที่สัตบุรุษแสดงแล้วเป็นแน่ เป็นคนดี มีความประพฤติงาม พี่ชอบใจยิ่งนัก

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อคนในบ้านยอมรับผิด อย่าตอกย้ำความผิดซ้ำ ให้ชมความกล้าที่เขายอมรับ และเปิดทางให้เขากลับมามีบทบาทอีกครั้ง

  5. ๕

    ให้พ่อแม่ได้เลือกเอง กํ นนฺโท อุปติฏฺฐตุ

    โสณะบอกพ่อแม่ว่า การดูแลนี้ไม่เคยเป็นภาระหนักสำหรับตน แต่นันทะขอดูแลท่านบ้าง ท่านผู้ใดปรารถนาก็เลือกนันทะได้ แม่จึงกล่าวว่าหัวใจแม่หวั่นไหวเหมือนใบโพธิ์ต้องลม เพราะนาน ๆ จึงได้เห็นลูก ขอให้นันทะดูแลแม่ อรรถกถาอธิบายว่าให้โสณะดูแลพ่อ นันทะดูแลแม่

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เวลาตัดสินใจเรื่องที่อยู่หรือการดูแลพ่อแม่ อย่าตกลงกันเองเฉพาะพี่น้อง ถามท่านด้วยว่าอยากอยู่กับใครหรืออยากได้รับการดูแลแบบไหน พ่อแม่ยังเป็นเจ้าของชีวิตตัวเอง

  6. ๖

    พระคุณของแม่ อนุกมฺปกา ปติฏฺฐา จ ปุพฺเพ รสทที

    โสณะกล่าวว่า แม่เป็นผู้อนุเคราะห์ เป็นที่พึ่ง เป็นผู้ให้น้ำนมก่อน เป็นทางไปสู่สวรรค์ แล้วพรรณนาต่อว่า แม่อุ้มท้อง คลอด ปลอบลูกที่ร้องไห้ด้วยน้ำนม เพลงกล่อม และอ้อมกอด ดูแลเมื่อลูกเล่นกลางลมแดด เก็บทรัพย์ไว้ให้ลูก สอนลูก และเป็นห่วงเมื่อลูกโตเป็นหนุ่มแล้วกลับบ้านค่ำ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ลองถามแม่หรือผู้ที่เลี้ยงเรามาถึงเรื่องตอนเราเป็นเด็กที่เราจำไม่ได้ การได้ฟังเรื่องเหล่านั้นทำให้เห็นความเหนื่อยที่มองไม่เห็นในวันนี้

  7. ๗

    พ่อแม่คือพรหมและครูคนแรก พฺรหฺมาติ มาตาปิตโร ปุพฺพาจริยาติ วุจฺจเร

    คาถากล่าวว่า การให้ วาจาน่ารัก การประพฤติประโยชน์ และความเสมอต้นเสมอปลาย เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวในโลกเหมือนสลักเพลารถ พ่อแม่เรียกว่าพรหมและบุรพาจารย์ของลูก บัณฑิตพึงนอบน้อมและดูแลท่านด้วยข้าว น้ำ ผ้า ที่นอน การอาบน้ำ และการล้างเท้า อรรถกถาอธิบายว่าความเสมอต้นเสมอปลายคือแสดงความเคารพเหมือนกันทั้งในที่ลับและในที่ประชุม

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ดูแลพ่อแม่ด้วยของใช้อย่างเดียวยังไม่ครบ เพิ่มคำพูดดี ๆ การช่วยเรื่องที่ท่านต้องการจริง และความเคารพที่เหมือนกันทั้งต่อหน้าคนอื่นและตอนอยู่กันตามลำพัง

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

เรื่องนี้ต่างจากนิทานลูกกตัญญูทั่วไป เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่ไม่มีใครดูแลพ่อแม่ แต่อยู่ที่พี่น้องอยากดูแลคนละแบบจนกระทบกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายบ้านเจอจริง เช่น ใครจะรับพ่อแม่ไปอยู่ด้วย ใครจ่ายค่ารักษา หรือใครตัดสินใจเรื่องการดูแล

คาถาบางบทพูดถึงผลของการไม่ดูแลพ่อแม่ไว้แรง ควรอ่านเป็นแรงจูงใจ ไม่ใช่เครื่องมือกดดันใคร แต่ละครอบครัวมีข้อจำกัดต่างกัน การดูแลอาจเป็นการจัดหาคนช่วยหรือสถานที่ที่เหมาะสม และคนที่ดูแลก็ต้องดูแลใจตัวเองด้วย

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

ปัฏฐาน: ปีติ สุข อุเบกขา ความรู้สึกไม่ได้บอกว่าดีหรือชั่ว

ปีติตฺติกํ

ปีติตติกะจัดธรรมตามความรู้สึกที่เกิดร่วม คือปีติ สุข หรืออุเบกขา ตัวอย่างในปัญหาวารแสดงว่าความดีที่ทำด้วยใจเบิ…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้