เกสีสูตร: ฝึกอย่างละมุน อย่างเข้ม และการ "ฆ่า" ในวินัยของพระอริยะ
ข้อปฏิบัติ

เกสีสูตร: ฝึกอย่างละมุน อย่างเข้ม และการ "ฆ่า" ในวินัยของพระอริยะ

เกสีสุตฺตํ

เกสีผู้ฝึกม้าฝึกม้าด้วยวิธีละม่อม รุนแรง หรือทั้งสองอย่าง พระพุทธเจ้าก็ทรงฝึกคนเช่นนั้น — แต่คำว่า "ฆ่า" คนที่ฝึกไม่ได้ หมายถึงไม่เห็นว่าควรว่ากล่าวสั่งสอนอีก ไม่ใช่การทำร้ายชีวิตแต่อย่างใด

๗ ข้อ

ในเกสีสูตร จตุกกนิบาต อังคุตตรนิกาย เกสีผู้ฝึกม้ามีชื่อเสียงเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ทรงถามว่าเขาฝึกม้าอย่างไร เกสีทูลว่าฝึกด้วยวิธีละม่อมบ้าง รุนแรงบ้าง ทั้งละม่อมทั้งรุนแรงบ้าง และถ้าม้าตัวใดไม่รับการฝึกทั้งสามวิธี ก็ฆ่าเสีย เพื่อไม่ให้เสียชื่อสำนักของอาจารย์

เกสีทูลถามกลับว่าพระพุทธเจ้าทรงฝึกคนอย่างไร ทรงตอบว่าก็ฝึกด้วยสามวิธีเช่นกัน วิธีละม่อมคือการบอกว่ากาย วาจา ใจที่สุจริตเป็นอย่างนี้ ผลเป็นอย่างนี้ วิธีรุนแรงคือการบอกว่าทุจริตเป็นอย่างนี้ ผลเป็นอย่างนี้ และวิธีที่สามคือบอกทั้งสองฝ่าย

เมื่อทรงตอบว่าคนที่ไม่รับการฝึกทั้งสามวิธี พระองค์ก็ "ฆ่า" เสีย เกสีทักท้วงทันทีว่าการฆ่าสัตว์ไม่สมควรแก่พระองค์ พระพุทธเจ้าตรัสว่าจริง การฆ่าสัตว์ไม่สมควรแก่ตถาคต การ "ฆ่า" ในที่นี้คือ ตถาคตและเพื่อนผู้ประพฤติพรหมจรรย์ที่เป็นวิญญูชน ไม่เห็นว่าคนนั้นควรว่ากล่าว ควรสั่งสอนอีกต่อไป นี่คือการฆ่าอย่างดีในวินัยของพระอริยะ ไม่มีการทำร้ายร่างกายหรือชีวิตใด ๆ เลย

  1. ๑

    ผู้ฝึกม้าฝึกได้สามวิธี สณฺเหนปิ ทเมมิ ผรุเสนปิ ทเมมิ

    เกสีทูลว่า ฝึกม้าที่ควรฝึกด้วยวิธีละม่อมบ้าง รุนแรงบ้าง ทั้งละม่อมทั้งรุนแรงบ้าง ถ้าม้าตัวใดไม่รับการฝึกทั้งสามวิธี ก็ฆ่าเสีย เพื่อไม่ให้สำนักของอาจารย์เสียชื่อ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    สังเกตว่าตัวเองสอนลูก ลูกทีม หรือนักเรียนด้วยวิธีเดียวเสมอหรือไม่ บางคนต้องการคำชม บางคนต้องการคำเตือนตรง ๆ

  2. ๒

    วิธีละม่อม: ชี้ความดีและผลดี สณฺเหน

    พระพุทธเจ้าทรงฝึกด้วยวิธีละม่อม คือตรัสว่า กายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริตเป็นอย่างนี้ ผลของสุจริตเหล่านั้นเป็นอย่างนี้ เทวดาเป็นอย่างนี้ มนุษย์เป็นอย่างนี้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่ออยากให้ใครเปลี่ยนนิสัย เริ่มจากชี้ให้เห็นผลดีที่จะเกิดเมื่อทำสิ่งที่ถูก ก่อนจะพูดถึงผลเสีย

  3. ๓

    วิธีรุนแรง: ชี้ความชั่วและผลร้าย ผรุเสน

    วิธีรุนแรงคือตรัสว่า กายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริตเป็นอย่างนี้ ผลของทุจริตเหล่านั้นเป็นอย่างนี้ นรกเป็นอย่างนี้ กำเนิดสัตว์ดิรัจฉานเป็นอย่างนี้ ปิตติวิสัยเป็นอย่างนี้ ความรุนแรงอยู่ที่ความตรงของเนื้อหา ไม่ใช่การทำร้าย

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อต้องเตือนเรื่องที่ร้ายแรง พูดถึงผลเสียอย่างตรงไปตรงมาและตามจริง โดยไม่ต้องใช้คำหยาบหรือขู่เกินจริง

  4. ๔

    ทั้งละม่อมทั้งรุนแรง สณฺหผรุเสน

    วิธีที่สามคือตรัสทั้งสองฝ่ายคู่กัน สุจริตและผลของสุจริต ทุจริตและผลของทุจริต ทั้งทางกาย วาจา ใจ พร้อมทั้งสุคติและทุคติ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ในการให้ความเห็นเรื่องงาน ลองบอกทั้งสิ่งที่ทำได้ดีและควรรักษาไว้ กับสิ่งที่ต้องแก้และจะเสียหายอย่างไรถ้าไม่แก้

  5. ๕

    การ "ฆ่า" คือไม่ว่ากล่าวสั่งสอนอีก วโธ เหโส เกสิ อริยสฺส วินเย

    เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสว่าจะ "ฆ่า" คนที่ไม่รับการฝึก เกสีทักว่าการฆ่าสัตว์ไม่สมควรแก่พระองค์ ทรงยืนยันว่าจริง การฆ่าสัตว์ไม่สมควรแก่ตถาคต ความหมายคือ ตถาคตไม่เห็นว่าคนนั้นควรว่ากล่าว ควรสั่งสอน และเพื่อนพรหมจรรย์ผู้เป็นวิญญูชนก็ไม่เห็นว่าควรว่ากล่าวสั่งสอน นี่คือการฆ่าในวินัยของพระอริยะ ไม่ใช่การทำร้ายชีวิตหรือร่างกาย

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    อย่าเอาคำนี้ไปใช้ตัดขาดหรือประจานใคร แต่ใช้เตือนตัวเองว่า การที่ไม่มีใครกล้าเตือนเราอีก คือความสูญเสียที่หนักมาก

  6. ๖

    ผู้สอนก็มีขอบเขต น วตฺตพฺพํ อนุสาสิตพฺพํ มญฺญติ

    การหยุดว่ากล่าวสั่งสอนเกิดขึ้นหลังจากพยายามครบทั้งสามวิธีแล้วเท่านั้น ไม่ใช่การตัดสินตั้งแต่แรก และเป็นเรื่องของการสอนธรรม ไม่ได้หมายถึงการเลิกมีเมตตาหรือเลิกช่วยเหลือในเรื่องอื่น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้าเตือนใครอย่างดีที่สุดหลายวิธีแล้วเขายังไม่รับ การถอยออกมาไม่ต้องรู้สึกผิด แต่ยังปฏิบัติต่อเขาอย่างสุภาพได้

  7. ๗

    เกสีขอถึงสรณะ อุปาสกํ มํ ภควา ธาเรตุ

    เมื่อฟังความหมายของการ "ฆ่า" แล้ว เกสียอมรับว่านั่นเป็นการฆ่าอย่างแท้จริง กล่าวว่าภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก แล้วขอถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นสรณะตลอดชีวิต

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อได้ยินคำที่ฟังดูแปลกหรือรุนแรงในคำสอน ให้ถามความหมายให้ชัดเหมือนเกสี ก่อนจะสรุปหรือปฏิเสธ

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

คำว่า "รุนแรง" ในพระสูตรไม่ได้หมายถึงการใช้กำลังหรือคำหยาบ แต่หมายถึงการพูดตรง ๆ ถึงความประพฤติที่ไม่ดีและผลของมัน ส่วน "ละม่อม" คือการชี้ให้เห็นความดีและผลดี ผู้สอนที่ดีรู้ว่าเมื่อไรควรใช้แบบไหน

เรื่องการ "ฆ่า" ต้องเข้าใจให้ชัด พระสูตรไม่ได้สนับสนุนการทำร้ายใคร และไม่ได้สนับสนุนการทารุณสัตว์อย่างที่ผู้ฝึกม้าในสมัยนั้นทำ ความหมายคือการที่ผู้สอนไม่ว่ากล่าวสั่งสอนคนที่ไม่รับการสอนอีก ซึ่งเป็นผลที่หนักสำหรับผู้ที่ต้องการความเจริญ เพราะไม่มีใครชี้ทางให้แล้ว

ในชีวิตประจำวัน ข้อนี้ไม่ได้แปลว่าควรตัดขาด ดูถูก หรือเลิกมีเมตตาต่อใคร โดยเฉพาะกับเด็กหรือคนใกล้ชิดที่ยังต้องการการดูแล แต่เตือนเราในฐานะผู้เรียนว่า ถ้าไม่ยอมรับคำสอนเลย วันหนึ่งคนที่หวังดีอาจหยุดบอกเรา

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

อติเรกจีวรและอติเรกบาตร: ของสำรองที่กลายเป็นของสะสม

โย ปน ภิกฺขุ อติเรกจีวรํ ธาเรยฺย

พระฉัพพัคคีย์ใช้จีวรสามสำรับ สำรับหนึ่งเข้าบ้าน สำรับหนึ่งอยู่วัด สำรับหนึ่งสรงน้ำ และสั่งสมบาตรไว้มากจนชาวบ้า…

มหาสีหนาทสูตร: ทางที่เดินอยู่จะพาไปถึงไหน

ตญฺจ มคฺคํ สมารูโฬฺห

สุนักขัตตะตั้งใจติพระพุทธเจ้า แต่กลับพูดชมโดยไม่รู้ตัว — แล้วทรงแสดงคติ ๕ ด้วยอุปมาคนเดินทางสายเดียวไปสู่หลุมถ…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้