สัญญาเวทยิตกถา: นิโรธสมาบัติเป็นโลกิยะหรือโลกุตตระ และผู้อยู่ในนิโรธตายได้หรือ
สญฺญาเวทยิตกถากลุ่มกถาท้ายวรรคที่ ๑๕ ว่าด้วยสัญญาเวทยิตนิโรธ ภาวะที่สัญญาและเวทนาดับ ถามว่าเป็นโลกุตตระหรือโลกิยะ ผู้เข้าอยู…
อฏฺฐ โลกธมฺมา
แปดอย่างที่หมุนเวียนเข้ามาในชีวิตทุกคน — ได้ลาภ เสื่อมลาภ ได้ยศ เสื่อมยศ สรรเสริญ นินทา สุข ทุกข์
โลกธรรม ๘ คือสิ่งที่ครอบงำสัตว์โลกและหมุนเวียนอยู่กับทุกคนไม่มียกเว้น แบ่งเป็น ๔ คู่ คือ ได้ลาภ–เสื่อมลาภ ได้ยศ–เสื่อมยศ สรรเสริญ–นินทา และสุข–ทุกข์
ทรงชี้ว่าความต่างระหว่างปุถุชนกับอริยสาวกไม่ได้อยู่ที่ว่าใครเจอโลกธรรมหรือไม่เจอ เพราะเจอเหมือนกันทั้งคู่ แต่อยู่ที่ว่าเมื่อเจอแล้ว ใจกระเพื่อมตามไปไหม
การได้มาซึ่งทรัพย์สินและสิ่งที่ปรารถนา เป็นด้านที่คนชอบ แต่ก็เป็นด้านที่ทำให้ประมาทได้ง่ายที่สุดเช่นกัน
ตอนได้มา ให้รีบวางแผนใช้และแบ่งปันทันที ก่อนที่ความเคยชินจะทำให้คิดว่าสิ่งนี้เป็นของเราตลอดไป
การสูญเสียทรัพย์และสิ่งที่เคยมี ทั้งจากความผิดพลาดของตัวเองและจากเหตุที่ควบคุมไม่ได้
แยกให้ชัดระหว่างสิ่งที่เสียไปจริง กับความทุกข์ที่เกิดจากการเปรียบเทียบกับตอนที่ยังมี ส่วนใหญ่ความทุกข์มาจากส่วนหลังมากกว่า
การได้ตำแหน่ง อำนาจ และการยอมรับ เป็นของที่มากับหน้าที่เสมอ ไม่ได้มาเปล่า ๆ
ถามตัวเองว่าคนเข้าหาเราเพราะตัวเราหรือเพราะตำแหน่ง คำตอบนี้จะมีประโยชน์มากในวันที่ตำแหน่งไม่อยู่แล้ว
การสูญเสียตำแหน่ง อำนาจ และการยอมรับ เป็นด้านที่กระทบตัวตนแรงที่สุดสำหรับหลายคน
อย่าผูกคุณค่าของตัวเองไว้กับตำแหน่งเดียว สร้างคุณค่าที่ติดตัวไปได้ เช่น ทักษะ ความน่าไว้ใจ และมิตรภาพที่ไม่ได้อยู่บนผลประโยชน์
คำชมและการยกย่อง ฟังแล้วสบายใจ แต่ถ้ายึดมากจะทำให้เราใช้ชีวิตตามที่คนอื่นอยากให้เป็น
รับคำชมด้วยการขอบคุณแล้ววางลง อย่าเก็บไว้เลี้ยงตัวตน เพราะใครก็ตามที่ให้ค่าเราได้ ก็ถอนค่านั้นคืนได้เช่นกัน
คำติเตียนและการพูดถึงในทางเสียหาย ทรงตรัสว่าไม่มีใครในโลกที่ไม่ถูกนินทาเลย ไม่ว่าจะทำดีแค่ไหน
แยกคำติที่มีข้อเท็จจริง ออกจากคำติที่เป็นแค่อารมณ์ของคนพูด ข้อแรกเอาไว้ปรับปรุง ข้อหลังปล่อยผ่านได้เลย
ความสบายกายสบายใจที่ผ่านเข้ามา เป็นของดีที่ควรรู้จักใช้ แต่ไม่ใช่ของที่จะบังคับให้อยู่ตลอด
ตอนสุข ให้รู้ตัวว่ากำลังสุขและใช้ช่วงนี้สร้างเหตุดีเพิ่ม เพราะเป็นช่วงที่ทำอะไรก็ง่ายกว่าตอนใจตก
ความไม่สบายกายไม่สบายใจที่ผ่านเข้ามา เป็นด้านที่สอนได้มากที่สุดถ้าไม่จมไปกับมันเสียก่อน
ตอนทุกข์ ให้ทำสองอย่างคือดูแลกายให้พอ และอย่าเพิ่งตัดสินใจเรื่องใหญ่ ความทุกข์ทำให้ทุกอย่างดูถาวรกว่าความจริงเสมอ
เขียนโลกธรรม ๘ ไว้ในที่ที่เห็นบ่อย แล้วเวลาเจออะไรสักอย่างให้ชี้ว่านี่คือข้อไหนในแปดข้อ การรู้ว่า “อ๋อ นี่คือข้อสรรเสริญ” หรือ “นี่คือข้อนินทา” ทำให้ใจถอยออกมาหนึ่งก้าวทันที
สิ่งที่ช่วยที่สุดคือการรู้ล่วงหน้าว่าทั้งแปดข้อจะมาแน่ ๆ ไม่ใช่เรื่องผิดปกติที่เกิดกับเราคนเดียว คนที่เตรียมใจไว้ก่อนจะเสียหลักน้อยกว่าคนที่คิดว่าชีวิตควรมีแต่ด้านดี
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
กลุ่มกถาท้ายวรรคที่ ๑๕ ว่าด้วยสัญญาเวทยิตนิโรธ ภาวะที่สัญญาและเวทนาดับ ถามว่าเป็นโลกุตตระหรือโลกิยะ ผู้เข้าอยู…
ผลดี ๑๑ ประการของการเจริญเมตตาอย่างสม่ำเสมอ — หลับสบาย ตื่นสบาย ไม่ฝันร้าย เป็นที่รัก ใจตั้งมั่นเร็ว หน้าผ่องใ…
อุบาลีคฤหบดีตั้งใจไปโต้วาทะว่ากายกรรมหนักที่สุด แต่เมื่อฟังเหตุผลกลับเห็นว่ามโนกรรมสำคัญกว่า พระพุทธเจ้ายังเตื…
เทวดาองค์หนึ่งทูลว่า ความเคารพในพระศาสดา พระธรรม พระสงฆ์ และสิกขา ความเป็นผู้ว่าง่าย และความมีมิตรดี ทำให้ภิกษ…