มารธีตุสูตร: ตัณหา อรดี ราคา ผู้มายั่วยวน
การฝึกจิต

มารธีตุสูตร: ตัณหา อรดี ราคา ผู้มายั่วยวน

มารธีตุสุตฺตํ

ธิดามารสามตน ชื่อตัณหา อรดี และราคา แปลงกายเป็นหญิงหลายวัยเข้าไปยั่วยวนพระพุทธเจ้าครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ไม่สำเร็จ แล้วจึงถามปัญหาเป็นคาถา พระองค์ตรัสตอบถึงความสงบที่ได้จากการชนะสิ่งที่น่ารักน่าพอใจ

๗ ข้อ

ในมารธีตุสูตร มารสังยุต สังยุตตนิกาย ธิดามารสามตน คือ นางตัณหา นางอรดี และนางราคา เห็นพระยามารเศร้าโศก จึงรับอาสาจะผูกบุรุษผู้นั้นด้วยบ่วงคือราคะมาให้ พระยามารตอบว่าบุรุษนั้นเป็นพระอรหันต์ ก้าวล่วงบ่วงมารไปแล้ว ไม่อาจนำมาด้วยราคะได้ง่าย ๆ

ธิดามารทั้งสามเข้าไปขอบำเรอพระบาท เมื่อพระองค์ไม่ใส่พระทัย ก็คิดว่าความชอบของบุรุษมีต่าง ๆ กัน จึงแปลงกายเป็นหญิงสาว หญิงที่ยังไม่เคยคลอดบุตร หญิงที่คลอดบุตรแล้ว หญิงกลางคน และหญิงสูงวัย คนละร้อย ๆ แต่พระองค์ก็ไม่ใส่พระทัยทุกครั้ง เพราะทรงหลุดพ้นในความสิ้นอุปธิอย่างยอดเยี่ยมแล้ว

สุดท้ายทั้งสามจึงถามปัญหาเป็นคาถาคนละข้อ พระองค์ตรัสตอบถึงความสุขของการเพ่งอยู่ผู้เดียว และภาวะของผู้ที่กามสัญญาครอบงำไม่ได้ เมื่อกลับไป พระยามารกล่าวว่าการทำอย่างนั้นเหมือนเอาก้านบัวทำลายภูเขา

ชื่อของธิดาทั้งสามตรงกับกิเลสสามอย่าง คือ ความทะยานอยาก ความไม่ยินดี และความกำหนัด การอ่านเรื่องนี้จึงเหมือนดูว่ากิเลสเหล่านี้เปลี่ยนรูปมาหาเราได้กี่แบบ

  1. ๑

    ผู้ก้าวล่วงบ่วงมาร นำมาด้วยราคะไม่ได้ง่าย ๆ มารเธยฺยํ อติกฺกนฺโต

    ธิดามารอาสาจะผูกบุรุษผู้ทำให้บิดาเศร้าโศกด้วยบ่วงคือราคะ เหมือนคนผูกช้างมาจากป่า แต่พระยามารตอบว่าบุรุษนั้นเป็นพระอรหันต์ ผู้ดำเนินไปดีแล้วในโลก ก้าวล่วงบ่วงมารไปแล้ว

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    สิ่งยั่วยุมีแรงดึงก็ต่อเมื่อในใจเรายังมีที่ให้มันผูก สังเกตว่าเรื่องไหนที่ดึงเราได้ง่าย นั่นคือจุดที่ควรฝึก

  2. ๒

    เปลี่ยนรูปไปหลายแบบ ก็ไม่ใส่ใจ อนุตฺตเร อุปธิสงฺขเย วิมุตฺโต

    ธิดามารคิดว่าความชอบของบุรุษมีต่าง ๆ กัน จึงแปลงกายเป็นหญิงสาว หญิงยังไม่เคยคลอดบุตร หญิงคลอดบุตรแล้วหนึ่งครั้งและสองครั้ง หญิงกลางคน และหญิงสูงวัย คนละร้อย ๆ แต่พระพุทธเจ้าไม่ใส่พระทัยทุกครั้ง เพราะทรงหลุดพ้นในความสิ้นอุปธิอย่างยอดเยี่ยม

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อเลิกสิ่งหนึ่งได้ ให้ระวังว่าความอยากเดิมอาจกลับมาในรูปใหม่ เช่น เลิกเล่นเกมได้แต่ไปไถคลิปแทน ให้ดูที่ตัวความอยาก ไม่ใช่ดูแค่ของที่เปลี่ยนไป

  3. ๓

    ชื่อของธิดามารทั้งสาม ตณฺหา อรติ รคา

    ชื่อของธิดามารทั้งสามคือ ตัณหา (ความทะยานอยาก) อรดี (ความไม่ยินดี ความเบื่อหน่ายกระสับกระส่าย) และราคา (ความกำหนัด) ทั้งสามมาด้วยกันและร่วมคิดกันทุกครั้ง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เวลาอยากได้อะไรแล้วไม่ได้ ให้สังเกตว่าความอยากมักพาความหงุดหงิดและความเบื่อตามมาด้วย เห็นทันแล้วจะไม่ถูกทั้งสามลากไปพร้อมกัน

  4. ๔

    ความสุขของการชนะสิ่งที่น่ารักน่าพอใจ อตฺถสฺส ปตฺตึ หทยสฺส สนฺตึ

    นางตัณหาถามว่าพระองค์เศร้าโศก เสียทรัพย์ หรือทำผิดอะไรไว้ จึงมาซบเซาอยู่ในป่าและไม่ผูกมิตรกับใคร พระองค์ตอบว่า ทรงชนะเสนาคือสิ่งที่น่ารักและน่าพอใจแล้ว เพ่งอยู่ผู้เดียว ได้รู้ว่าการบรรลุประโยชน์และความสงบแห่งใจเป็นความสุข

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    คนอื่นอาจมองว่าคนที่ชอบอยู่เงียบ ๆ เป็นคนเหงาหรือมีปัญหา ถ้าเรารู้ว่าความสงบนั้นเป็นความสุขจริง ก็ไม่จำเป็นต้องอธิบายให้ทุกคนเข้าใจ

  5. ๕

    ผู้ที่กามสัญญาห้อมล้อมไม่ได้ ปสฺสทฺธกาโย สุวิมุตฺตจิตฺโต

    นางอรดีถามว่าภิกษุอยู่อย่างไร เพ่งอย่างไร กามสัญญาจึงห้อมล้อมไม่ได้ พระองค์ตอบว่า ผู้มีกายสงบ จิตหลุดพ้นดีแล้ว ไม่ปรุงแต่ง มีสติ ไม่มีอาลัย รู้ทั่วถึงธรรม เพ่งด้วยฌานที่ไม่มีวิตก ย่อมไม่กำเริบ ไม่ซัดส่าย ไม่หดหู่

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เริ่มจากสิ่งที่ทำได้ คือให้กายสงบก่อน นั่งนิ่ง ๆ หายใจช้า ๆ สักครู่ เมื่อกายผ่อนคลาย ความคิดที่ฟุ้งไปหาสิ่งเร้าก็จะเบาลงด้วย

  6. ๖

    ผู้นำไปด้วยธรรม ไม่มีเหตุให้ริษยา สทฺธมฺเมน ตถาคตา

    นางราคากล่าวว่าพระศาสดาตัดตัณหาได้แล้ว คนมีศรัทธาเป็นอันมากจะประพฤติตาม และพระองค์จะนำคนจำนวนมากข้ามไปฝั่งนิพพาน พระองค์ตอบว่าตถาคตนำสัตว์ไปด้วยสัทธรรม เมื่อนำไปโดยธรรมแล้ว ผู้รู้จะริษยาไปทำไม

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อรู้สึกไม่สบายใจที่คนอื่นมีคนนับถือมาก ให้ถามว่าเขานำคนไปในทางที่ดีหรือไม่ ถ้าดี ความริษยาก็ไม่มีเหตุผลให้ยึดไว้

  7. ๗

    ปลิวไปเหมือนนุ่นต้องลม ตูลํ ภฏฺฐํว มาลุโต

    พระยามารกล่าวว่าการที่ธิดาทั้งสามพยายามทำให้พระโคดมเบื่อหน่ายแล้วหลีกไป เหมือนคนโง่เอาก้านบัวทำลายภูเขา เอาเล็บขุดภูเขา เอาฟันเคี้ยวเหล็ก และพระศาสดาได้ขับไล่ทั้งสามให้หนีไปเหมือนลมพัดปุยนุ่น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อใจมั่นคงในสิ่งที่เลือกแล้ว สิ่งยั่วยุที่ดูหนักหนาจะเบาเหมือนปุยนุ่น ความมั่นคงนั้นสร้างได้ทีละน้อยจากการไม่ทำตามความอยากในเรื่องเล็ก ๆ

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

สิ่งที่น่าสังเกตคือธิดามารไม่ได้ลองครั้งเดียวแล้วเลิก แต่เปลี่ยนรูปไปเรื่อย ๆ ตามความคิดว่า "คนแต่ละคนชอบไม่เหมือนกัน" ความอยากในชีวิตจริงก็ทำอย่างนั้น ถ้าไม่มาในรูปของสิ่งหนึ่ง ก็มาในรูปของอีกสิ่งหนึ่ง

พระพุทธเจ้าไม่ได้ต่อสู้หรือโต้เถียงกับแต่ละร่างเลย พระองค์เพียงไม่ใส่ใจ เพราะใจไม่มีช่องให้สิ่งเหล่านั้นเกาะ บทเรียนสำหรับคนทั่วไปคือ การไม่ป้อนความสนใจให้สิ่งยั่วยุ มักได้ผลกว่าการทะเลาะกับมันในหัว

เรื่องนี้เป็นเรื่องของผู้หลุดพ้นแล้ว คนทั่วไปยังหวั่นไหวได้เป็นธรรมดา ไม่ต้องตำหนิตัวเองเมื่อยังรู้สึก แต่ค่อย ๆ ฝึกให้ความรู้สึกนั้นผ่านไปโดยไม่ต้องทำตาม

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

ปุคคลบัญญัติ: ติชมอย่างใคร่ครวญ และพูดความจริงให้ถูกกาล

ภูตํ ตจฺฉํ กาเลน

สามชุดในจตุกกนิทเทส: คนที่ชมหรือติ เลื่อมใสหรือไม่เลื่อมใส โดยไม่ใคร่ครวญ คนที่ทำอย่างเดียวกันหลังใคร่ครวญแล้ว…

วัจฉโคตตะกับปัญหาที่ไม่ทรงพยากรณ์: ไฟลุกเพราะมีเชื้อ

อพฺยากตสํยุตฺตํ

วัจฉโคตตปริพาชกถามพระพุทธเจ้า พระมหาโมคคัลลานะ และพระสภิยกัจจานะเรื่องที่ไม่ทรงพยากรณ์ ได้คำตอบว่าคนอื่นตอบเพร…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้