เมฆิยสูตร: ธรรม ๕ ที่ทำให้ใจพร้อม
ข้อปฏิบัติ

เมฆิยสูตร: ธรรม ๕ ที่ทำให้ใจพร้อม

เมฆิยสุตฺตํ

พระเมฆิยะขอไปบำเพ็ญเพียรในสวนมะม่วงทั้งที่พระพุทธเจ้าทรงขอให้รอ แล้วกลับถูกความคิดเรื่องกาม ความพยาบาท และการเบียดเบียนรุมเร้า พระพุทธเจ้าจึงทรงสอนธรรม ๕ ข้อที่ทำให้ใจที่ยังไม่พร้อมพร้อมขึ้น เริ่มจากการมีมิตรดี และธรรมอีก ๔ ข้อสำหรับแก้ปัญหาแต่ละอย่าง

๗ ข้อ

ในเมฆิยสูตร อุทาน ขุททกนิกาย (เรื่องเดียวกันนี้มีในนวกนิบาต อังคุตตรนิกายด้วย) พระเมฆิยะเป็นอุปัฏฐากของพระพุทธเจ้าอยู่ที่จาลิกบรรพต วันหนึ่งท่านกลับจากบิณฑบาต เดินพักที่ฝั่งแม่น้ำกิมิกาฬา เห็นสวนมะม่วงน่ารื่นรมย์ จึงคิดว่าที่นี่เหมาะแก่การบำเพ็ญเพียร แล้วทูลขออนุญาต

พระพุทธเจ้าตรัสว่า "จงรอก่อน เราอยู่แต่ผู้เดียว" ให้รอจนกว่าภิกษุรูปอื่นจะมา แต่พระเมฆิยะทูลขอถึงสามครั้ง โดยให้เหตุผลว่าพระองค์ไม่มีกิจที่ต้องทำเพิ่มแล้ว แต่ตนยังมี พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า "เราจะพูดอะไรกับเธอผู้กล่าวว่าจะบำเพ็ญเพียรเล่า" และทรงปล่อยให้ไป

เมื่อนั่งอยู่ในสวนมะม่วง พระเมฆิยะกลับถูกกามวิตก พยาบาทวิตก และวิหิงสาวิตกครอบงำ ท่านแปลกใจว่าตนบวชด้วยศรัทธาแล้วยังเป็นอย่างนี้ จึงกลับมาทูลเล่า พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม ๕ ประการที่เป็นไปเพื่อความแก่กล้าแห่งเจโตวิมุติที่ยังไม่แก่กล้า และธรรมอีก ๔ ข้อที่ควรเจริญต่อ

  1. ๑

    มีมิตรดี กลฺยาณมิตฺโต โหติ กลฺยาณสหาโย กลฺยาณสมฺปวงฺโก

    ธรรมข้อแรกคือเป็นผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีเพื่อนดี และทรงย้ำว่าภิกษุผู้มีมิตรดีหวังได้ว่าตนจะมีศีล ได้ฟังเรื่องที่ขัดเกลากิเลส ปรารภความเพียร และมีปัญญา มิตรดีจึงเป็นฐานของข้ออื่นทั้งหมด

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้าอยากเปลี่ยนนิสัย ให้เริ่มจากคนรอบตัว หาเพื่อนหรือกลุ่มที่ทำสิ่งที่เราอยากทำอยู่แล้ว เช่น กลุ่มนั่งสมาธิ ชมรมอ่านหนังสือ หรือเพื่อนที่ชวนกันออกกำลังกาย

  2. ๒

    มีศีล สีลวา โหติ

    เป็นผู้มีศีล สำรวมในปาติโมกข์ ถึงพร้อมด้วยอาจาระและโคจร เห็นภัยในโทษแม้เล็กน้อย สมาทานศึกษาในสิกขาบท ข้อนี้กล่าวถึงวินัยของภิกษุ สำหรับผู้ครองเรือนเทียบได้กับการรักษาศีลที่ถือไว้ให้สม่ำเสมอ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ใจที่ยังรู้สึกผิดเรื่องเมื่อวานสงบได้ยาก เลือกข้อที่มักพลาดบ่อยที่สุดมาหนึ่งข้อ แล้วตั้งใจรักษาให้ได้ตลอดสัปดาห์

  3. ๓

    ได้ฟังเรื่องที่ขัดเกลาใจ อภิสลฺเลขิกา เจโตวิวรณสปฺปายา กถา

    ได้ฟังได้พูดเรื่องที่ขัดเกลากิเลสและช่วยเปิดใจโดยง่าย ไม่ลำบาก ได้แก่ เรื่องความมักน้อย ความสันโดษ ความสงัด การไม่คลุกคลี การปรารภความเพียร ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ และวิมุตติญาณทัสสนะ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ตรวจดูสิ่งที่เข้าหูเข้าตาแต่ละวัน ทั้งพอดแคสต์ คลิป และวงสนทนา แล้วแทนที่สักหนึ่งอย่างด้วยเรื่องที่ทำให้ใจเบาลงแทนที่จะอยากได้มากขึ้น

  4. ๔

    ปรารภความเพียร อารทฺธวีริโย วิหรติ

    ปรารภความเพียรเพื่อละอกุศลธรรมและให้กุศลธรรมเกิดขึ้น มีกำลัง บากบั่นมั่นคง ไม่ทอดทิ้งธุระในกุศลธรรม

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ตั้งเป้าเล็กแต่ทำทุกวัน เช่น นั่งสงบสิบนาทีก่อนนอน ความเพียรที่ไม่ทอดธุระสำคัญกว่าความเพียรที่แรงแต่ไม่นาน

  5. ๕

    มีปัญญาเห็นความเกิดและความดับ อุทยตฺถคามินิยา ปญฺญาย สมนฺนาคโต

    เป็นผู้มีปัญญา ประกอบด้วยปัญญาที่พิจารณาเห็นความเกิดขึ้นและความดับไป เป็นอริยะ ชำแรกกิเลส ให้ถึงความสิ้นทุกข์โดยชอบ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อความคิดหรืออารมณ์หนึ่งเกิดขึ้น ลองดูให้ถึงตอนที่มันจางไป การเห็นว่ามันไม่อยู่ถาวรทำให้เราไม่ต้องเชื่อมันทุกครั้ง

  6. ๖

    อสุภะแก้ราคะ เมตตาแก้พยาบาท อสุภา ภาเวตพฺพา ราคสฺส ปหานาย

    เมื่อตั้งอยู่ในธรรม ๕ ข้อแล้ว พึงเจริญธรรมอีก ๔ ข้อ สองข้อแรกคือ เจริญอสุภะเพื่อละราคะ และเจริญเมตตาเพื่อละพยาบาท ตรงกับวิตกที่รบกวนพระเมฆิยะในสวนมะม่วง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้าใจติดความอยาก ลองพิจารณาอีกด้านของสิ่งที่อยากได้ ถ้าใจขุ่นเคืองใคร ลองตั้งใจอวยพรให้เขามีความสุขสักสองสามประโยค

  7. ๗

    อานาปานสติตัดความคิด อนิจจสัญญาถอนความถือตัว อานาปานสฺสติ ภาเวตพฺพา วิตกฺกุปจฺเฉทาย

    เจริญอานาปานสติเพื่อตัดวิตก และเจริญอนิจจสัญญาเพื่อถอนอัสมิมานะ คือความถือตัวว่า "เราเป็น" ทรงอธิบายว่าอนัตตสัญญาย่อมปรากฏแก่ผู้ได้อนิจจสัญญา และผู้ได้อนัตตสัญญาย่อมบรรลุนิพพานอันเป็นที่ถอนอัสมิมานะได้ในปัจจุบัน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อความคิดวนไม่หยุด กลับมาอยู่กับลมหายใจเข้าออกสักสิบรอบ และเมื่อรู้สึกว่า "ฉันต้องเป็นแบบนี้" ให้นึกว่าตัวตนที่ยึดไว้นั้นก็เปลี่ยนไปตลอดเวลา

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

เรื่องของพระเมฆิยะคุ้นกับคนยุคนี้มาก เราคิดว่าถ้าได้ไปอยู่ในที่สวย ๆ เงียบ ๆ ลาพักร้อนไปปฏิบัติธรรม หรือย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด ใจจะสงบเอง แต่พอไปถึง ความคิดเดิม ๆ ก็ตามไปด้วย พระสูตรนี้บอกว่าที่ดีช่วยได้ แต่ใจที่ยังไม่พร้อมต้องมีพื้นฐานก่อน

ลำดับในพระสูตรน่าสังเกต ข้อแรกไม่ใช่สมาธิหรือปัญญา แต่เป็นการมีมิตรดี และทรงย้ำว่าผู้มีมิตรดีหวังได้ว่าอีกสี่ข้อจะตามมา มิตรดีในที่นี้จึงเป็นฐานที่ทำให้ศีล การได้ฟังเรื่องที่เหมาะ ความเพียร และปัญญาเกิดตาม

ธรรม ๔ ข้อท้ายใช้ได้แบบตรงจุด คือ ดูว่าใจกำลังติดอะไร แล้วเลือกเครื่องมือให้ตรงกับปัญหานั้น

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

ความผิดที่ปิดไว้ย่อมรั่ว: คาถาปิดท้ายของปริวาร

ฉนฺนมติวสฺสติ วิวฏํ นาติวสฺสติ

พระอุบาลีทูลถามว่าสิกขาบทมีเท่าไรและบัญญัติไว้กี่เมือง คำตอบพาไปสู่ความหมายของชื่ออาบัติแต่ละกอง และจบด้วยคาถา…

ภิกขุนีวิภังค์: รับคนเข้ามาดูแล ต้องพร้อมจริงทั้งสองฝ่าย

อูนทฺวาทสวสฺสา วุฏฺฐาเปยฺย

ผู้บวชให้ยังใหม่เกินไปจนศิษย์ก็ไม่รู้สิ่งควรไม่ควรเหมือนกัน ตั้งเงื่อนไขว่าให้ผ้าหรือให้ติดตามสองปีก่อนแล้วไม่…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้