สกลิกสูตร: เจ็บกายโดยมีสติ
สกลิกสุตฺตํพระบาทของพระพุทธเจ้าถูกสะเก็ดหินบาด เกิดเวทนากล้าแข็ง พระองค์ทรงอดกลั้นด้วยสติสัมปชัญญะ ไม่กระสับกระส่าย มารมา…
เหมกมาณวกปญฺหานิทฺเทโส
คำอธิบายปัญหาของเหมกะในจูฬนิทเทส ว่าคำสอนที่เล่าสืบกันมามีต้นทางอย่างไร ทำไมจึงทำให้ความคิดงอกงาม สิ่งที่รักในโลกมีอะไรบ้าง และนิพพานคือบทที่บรรเทาความกำหนัดพอใจในสิ่งที่เห็น ได้ยิน ได้ทราบ และรู้แจ้ง
เหมกมาณวกปัญหานิทเทสอยู่ในจูฬนิทเทส ขุททกนิกาย เป็นคัมภีร์อธิบายความแบบอรรถกถาในพระไตรปิฎก ซึ่งอธิบายคาถาในปารายนวรรค สุตตนิบาต เหมกะทูลว่า อาจารย์ก่อนศาสนาของพระโคดมพยากรณ์ว่า "เรื่องนี้ได้มีแล้วอย่างนี้ เรื่องนี้จักมีอย่างนี้" คำทั้งหมดนั้นเป็นคำเล่าสืบกันมา เป็นเครื่องเพิ่มความตรึก ตนไม่ยินดีในคำนั้น จึงขอธรรมเป็นเครื่องกำจัดตัณหา ที่รู้แล้วมีสติเที่ยวไป จะข้ามตัณหาที่ซ่านไปในโลกได้
พระพุทธเจ้าตรัสตอบสั้น ๆ ว่า บทนิพพานที่ไม่เคลื่อน คือการบรรเทาฉันทราคะในสิ่งที่รักทั้งหลาย ทั้งที่ได้เห็น ได้ยิน ได้ทราบ และรู้แจ้ง ผู้รู้ชัดข้อนี้ มีสติ ดับกิเลสได้ในปัจจุบัน สงบทุกเมื่อ และข้ามตัณหาที่ซ่านไปในโลกได้แล้ว
นิทเทสระบุว่าอาจารย์ในคาถาหมายถึงพราหมณ์พาวรีและอาจารย์ของพาวรี แล้วอธิบายว่าคำเล่าสืบกันมาเกิดจากอะไร ทำให้ความคิดแบบไหนงอกงาม และสิ่งที่รักครอบคลุมอะไรบ้าง ซึ่งทำให้คำตอบสั้น ๆ ของพระพุทธเจ้านำไปใช้ได้ชัดขึ้น
นิทเทสอธิบายว่าอาจารย์เหล่านั้นกล่าวธรรมที่ไม่ได้ประจักษ์แก่ตน ไม่ได้รู้เอง โดยอาศัยการได้ยินต่อกันมา การสืบต่อตามลำดับ การอ้างตำรา การนึกเดา การคาดคะเน การตรึกตามอาการ และเพราะชอบใจว่าตรงกับลัทธิของตน
เมื่อได้ยินคำทำนาย ข่าวลือ หรือ "เขาว่ากันว่า" ลองถามว่าผู้พูดรู้เองหรือได้ยินต่อมา ถ้าได้ยินต่อมา ให้ถือไว้อย่างเบา ๆ และยังไม่ต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญจากมัน
นิทเทสว่าคำเหล่านั้นทำให้ความตรึกงอกงาม ทั้งความคิดเรื่องกาม ความคิดพยาบาท ความคิดเบียดเบียน ความคิดเรื่องญาติ เรื่องบ้านเมือง ความคิดที่ผูกกับความห่วงใยผู้อื่น ความคิดเรื่องลาภสักการะและคำสรรเสริญ และความคิดอยากไม่ให้ใครดูหมิ่น
ข่าวลือและคำทำนายมักไม่ได้ให้คำตอบ แต่ให้เรื่องให้คิดวนต่อ ถ้าอ่านอะไรแล้วใจฟุ้งมากขึ้นแทนที่จะชัดขึ้น นั่นคือสัญญาณให้พัก
เหมกะไม่ได้ขอคำพยากรณ์ใหม่ แต่ขอธรรมเป็นเครื่องกำจัดตัณหา นิทเทสอธิบายว่าธรรมที่ขอคือพรหมจรรย์ที่งามในเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุด ได้แก่สติปัฏฐาน ๔ ไปจนถึงอริยมรรคมีองค์ ๘ นิพพาน และข้อปฏิบัติให้ถึงนิพพาน ส่วนคำว่า "รู้แล้ว" คือรู้ชัดว่าสังขารทั้งปวงไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา
เมื่อเลือกอ่านหรือฟังเรื่องธรรม ให้เลือกสิ่งที่นำไปฝึกได้ มากกว่าสิ่งที่ตอบความอยากรู้เรื่องอดีตหรืออนาคต
นิทเทสแจกแจงว่าสิ่งที่เป็นที่รักและน่ายินดีในโลก ไม่ได้มีเพียงรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส และอารมณ์ทางใจ แต่รวมถึงตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจเอง วิญญาณทั้งหก ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา ตัณหา ไปจนถึงความตรึกและความตรองในอารมณ์ทั้งหก
สิ่งที่เราติดบางทีไม่ใช่ของภายนอก แต่เป็นความรู้สึกดีหรือความคิดที่เราชอบคิด เช่น การวางแผนเรื่องที่ชอบใจซ้ำไปซ้ำมา การรู้ว่าความคิดเองก็เป็นของรักได้ ช่วยให้วางได้ง่ายขึ้น
นิทเทสว่าฉันทราคะคือความพอใจ ความกำหนัด ความเพลิน ความอยาก ความสิเน่หาในกาม การบรรเทาฉันทราคะคือการละ การสงบ การสละคืน ซึ่งก็คืออมตนิพพาน คำว่าบทนิพพานคือบทที่ต้านทาน ที่หลบภัย ที่ไม่มีภัย ส่วนคำว่าไม่เคลื่อนคือมั่นคง ไม่แปรปรวน
คำตอบนี้ไม่ได้ชวนให้ไปแสวงหาอะไรใหม่ แต่ให้ลดแรงยึดในสิ่งที่มีอยู่แล้ว ทุกครั้งที่ความอยากในสิ่งหนึ่งเบาลง ใจจะได้พักจากแรงดึงนั้น
นิทเทสอธิบายว่าตัณหาเรียกว่าวิสัตติกาเพราะแผ่ไป ซ่านไป ผู้รู้ชัดบทนิพพาน มีสติด้วยการเจริญสติปัฏฐาน ๔ ดับกิเลสแล้ว ย่อมสงบทุกเมื่อ คือทุกเวลา ทุกฤดู ทุกช่วงวัย และข้ามตัณหาที่ซ่านไปในโลกได้
ในยุคนี้ความอยากซ่านไปทางหน้าจอเป็นหลัก การมีสติกับการเลื่อนหน้าจอแต่ละครั้ง คือการฝึกไม่ให้ใจซ่านตามไปทุกทิศ
ยุคนี้เรามีคำเล่าต่อมากกว่ายุคไหน ทั้งคำทำนาย ข่าวลือ และความรู้มือสอง เหมกะเป็นตัวอย่างของคนที่ฟังมามากแล้วรู้สึกว่ายิ่งฟังยิ่งฟุ้ง จึงเปลี่ยนคำถามจาก "อะไรจะเกิดขึ้น" มาเป็น "จะออกจากความอยากที่พาใจไปทั่วได้อย่างไร"
คำตอบของพระพุทธเจ้าพาความสนใจกลับมาที่สิ่งใกล้ตัว คือความพอใจที่เรามีต่อสิ่งที่เห็น ได้ยิน ได้ลิ้ม ได้สัมผัส และได้คิดในแต่ละวัน ไม่ต้องไปหาคำตอบเรื่องอดีตหรืออนาคตที่ไกลตัว
การไม่เชื่อคำเล่าต่อทันทีไม่ได้แปลว่าไม่เคารพครูหรือประเพณี แต่คือการถือไว้อย่างเบา ๆ จนกว่าจะเห็นเอง
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
พระบาทของพระพุทธเจ้าถูกสะเก็ดหินบาด เกิดเวทนากล้าแข็ง พระองค์ทรงอดกลั้นด้วยสติสัมปชัญญะ ไม่กระสับกระส่าย มารมา…
คาถา ๘ บทของพระมหากัจจายนะ ว่าด้วยการไม่ยุ่งกับงานเกินจำเป็น ลูกศรละเอียดของลาภสักการะ คนไม่ได้เป็นโจรหรือมุนี…
ความคิดไม่ดีเกิดขึ้นได้ทั้งตอนเดิน ยืน นั่ง นอน ถ้ารับไว้ก็ชื่อว่าเกียจคร้าน ถ้าไม่รับไว้ ละเสีย ก็ชื่อว่ามีคว…
นกพิราบ งู สุนัขจิ้งจอก หมี และดาบส ต่างรักษาอุโบสถด้วยเหตุผลของตัวเอง คือเพื่อไม่ให้ความรักผูกพัน ความโกรธ คว…