ฐานสูตร: สิ่งที่ไม่ชอบแต่มีประโยชน์ กับสิ่งที่ชอบแต่ให้โทษ
ฐานสุตฺตํสิ่งที่ต้องทำมี ๔ แบบ ไม่ชอบและให้โทษ ไม่ชอบแต่มีประโยชน์ ชอบแต่ให้โทษ และชอบทั้งมีประโยชน์ สองแบบตรงกลางคือที…
วิเวกกถา
งานที่ใช้กำลังทุกอย่างต้องอาศัยแผ่นดิน พืชทุกชนิดงอกงามบนแผ่นดิน การเจริญมรรคก็ต้องอาศัยศีล และองค์มรรคแต่ละข้ออาศัยวิเวก วิราคะ นิโรธ น้อมไปในความสละ พร้อมวิเวก ๕ ระดับ ตั้งแต่ข่มไว้ได้ชั่วคราวจนถึงนิพพาน
ในวิเวกกถา ปัญญาวรรค ปฏิสัมภิทามรรค ขุททกนิกาย ยกพระพุทธพจน์ที่พระนครสาวัตถีขึ้นก่อนว่า การงานที่ต้องทำด้วยกำลังทุกอย่างต้องอาศัยแผ่นดิน ตั้งอยู่บนแผ่นดิน ภิกษุก็อาศัยศีล ตั้งอยู่ในศีล แล้วเจริญอริยมรรคมีองค์ ๘ เหมือนพืชพันธุ์ที่อาศัยแผ่นดินจึงเจริญงอกงามไพบูลย์ พระพุทธพจน์นี้มีในพลกรณียวรรค มัคคสังยุต ด้วย
ปฏิสัมภิทามรรคเป็นคัมภีร์ในพระไตรปิฎกที่อธิบายธรรมอย่างเป็นระบบคล้ายคำอธิบายชั้นหลัง ตามประเพณีถือว่าพระสารีบุตรเป็นผู้แสดง ในกถานี้ท่านขยายคำว่า "อาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในความสละ" ว่าแต่ละคำมี ๕ ระดับ
จากนั้นท่านใช้โครงเดียวกันกับโพชฌงค์ ๗ พละ ๕ และอินทรีย์ ๕ แสดงว่าธรรมฝ่ายการตรัสรู้เหล่านี้ล้วนมีศีลเป็นพื้น และมีวิเวกเป็นทิศทาง
การงานที่ต้องทำด้วยกำลังทั้งหมด ต้องอาศัยแผ่นดิน ตั้งอยู่บนแผ่นดินจึงทำได้ ภิกษุก็อาศัยศีล ตั้งอยู่ในศีล จึงเจริญ ทำให้มากซึ่งอริยมรรคมีองค์ ๘ ได้
ก่อนตั้งเป้าหมายด้านการฝึกใจ ให้ตรวจพื้นฐานก่อนว่ามีเรื่องไหนที่ยังเบียดเบียนคนอื่นหรือตัวเองอยู่
พืชคามและภูตคามทั้งหลายอาศัยแผ่นดินจึงเจริญงอกงามไพบูลย์ ผู้ที่อาศัยศีลเจริญมรรคก็ถึงความเจริญงอกงามไพบูลย์ในธรรมทั้งหลายฉันนั้น
ความก้าวหน้าทางใจเติบโตอย่างต้นไม้ ไม่ใช่อย่างการกดสวิตช์ ให้ดูแลพื้นฐานทุกวันแม้ยังไม่เห็นผล
สัมมาทิฐิไปจนถึงสัมมาสมาธิ แต่ละข้อเจริญโดยอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ และน้อมไปในความสละ ท่านอธิบายว่าวิเวก วิราคะ นิโรธ และความสละ แต่ละอย่างมี ๕ ระดับที่มีชื่อเรียกชุดเดียวกัน
เวลาทำความดี ให้ถามว่าสิ่งนี้พาใจไปทางปล่อยวางหรือทางยึดเพิ่ม ถ้าทำบุญแล้วอยากได้หน้า ทิศทางยังไม่ตรง
วิกขัมภนวิเวก คือความสงัดจากนิวรณ์ของผู้เจริญปฐมฌาน นิวรณ์ถูกข่มไว้ด้วยกำลังของสมาธิ
ช่วงที่ใจสงบระหว่างนั่งสมาธิ ความโกรธหรือความอยากที่หายไปเป็นเพียงถูกข่มไว้ อย่าประมาทเมื่อลุกจากที่นั่ง
ตทังควิเวก คือความสงัดในการละทิฐิด้วยองค์นั้น ๆ ของผู้เจริญสมาธิอันเป็นส่วนแห่งการทำลายกิเลส คือละได้เป็นเรื่อง ๆ ยังไม่ใช่การตัดขาด
เมื่อเห็นว่าความคิดแบบหนึ่งผิด ให้ใช้ความเข้าใจที่ถูกแทนที่ตรงจุดนั้นทันที เช่น เมื่อคิดว่าสิ่งนี้จะอยู่กับเราตลอด ให้พิจารณาความไม่เที่ยงของมัน
สมุจเฉทวิเวก คือความสงัดของผู้เจริญโลกุตรมรรคอันให้ถึงความสิ้นกิเลส ส่วนปฏิปัสสัทธิวิเวก คือความสงัดในขณะแห่งผล ข้อนี้มีไว้เพื่อความเข้าใจภาพรวม
รู้ไว้ว่าความสงบที่ได้จากการฝึกทุกวันเป็นบันไดขั้นต้น เป้าหมายของทางนี้คือการตัดราก ไม่ใช่แค่กดไว้
นิสสรณวิเวก คือนิโรธ ได้แก่นิพพาน เป็นความสงัดขั้นสุดท้าย วิราคะ นิโรธ และความสละ ก็แบ่งเป็น ๕ ระดับด้วยชื่อเดียวกันนี้ ข้อนี้มีไว้เพื่อความเข้าใจภาพรวม
เมื่อรู้สึกว่าการปฏิบัติไม่มีจุดหมาย ให้นึกว่าความสงัดทุกระดับชี้ไปทางเดียวกัน คือความพ้นทุกข์
ในวิเวก วิราคะ นิโรธ และความสละทั้ง ๕ ระดับนี้ ผู้ฝึกเป็นผู้เกิดฉันทะ น้อมใจไปด้วยศรัทธา และมีจิตตั้งมั่นด้วยดี
ถ้าการภาวนาเริ่มจืด ให้ทบทวนว่ายังมีความพอใจและความเชื่อมั่นในทางนี้อยู่ไหม แล้วหล่อเลี้ยงด้วยการฟังธรรมหรือคบคนที่ปฏิบัติ
หลายคนอยากได้ความสงบหรือปัญญาทันที โดยข้ามเรื่องพื้นฐานอย่างความซื่อตรงและการไม่เบียดเบียน กถานี้เตือนว่าไม่มีใครทำงานหนักกลางอากาศได้ ศีลคือพื้นดินที่ทำให้การฝึกอย่างอื่นตั้งอยู่ได้
วิเวก ๕ ระดับช่วยให้เห็นว่าความสงัดมีหลายชั้น การที่ใจปลอดจากนิวรณ์ได้ชั่วคราวระหว่างนั่งสมาธิก็เป็นวิเวกชนิดหนึ่ง ไม่ต้องรอให้กิเลสหมดก่อนจึงจะนับว่าได้ความสงัด แต่ก็ไม่ควรเข้าใจว่าความสงบชั่วคราวคือจุดหมาย
ในชีวิตประจำวัน ลองถามว่าสิ่งที่กำลังฝึกหรือกำลังทำความดีอยู่ พาใจไปทางคลายและปล่อย หรือไปทางยึดและสะสมเพิ่ม นั่นคือการตรวจทิศทางของวิเวก
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
สิ่งที่ต้องทำมี ๔ แบบ ไม่ชอบและให้โทษ ไม่ชอบแต่มีประโยชน์ ชอบแต่ให้โทษ และชอบทั้งมีประโยชน์ สองแบบตรงกลางคือที…
พระพุทธเจ้าตรัสกับนางสุชาดา สะใภ้ในบ้านท่านอนาถบิณฑิกะ ว่าภรรยามี ๗ แบบ ตั้งแต่แบบเพชฌฆาต โจร นาย ไปจนถึงแบบแม…
แทนที่จะปราบโจรด้วยการลงโทษ ปุโรหิตแนะให้พระราชาแจกพันธุ์พืชแก่ชาวนา ทุนแก่พ่อค้า และค่าจ้างแก่ข้าราชการ — และ…
แคว้นกาลิงคะแห้งแล้งจึงขอช้างมงคลจากพระราชาแคว้นกุรุ แต่ช้างมาแล้วฝนก็ไม่ตก จนต้องไปขอศีลห้าที่ชาวกุรุรักษาอย่…