มูลปริยายสูตร: รู้แล้วคิดต่อ จนกลายเป็น "ของเรา"
มูลปริยายสุตฺตํพระสูตรแรกของมัชฌิมนิกาย ทรงแสดงว่าปุถุชนรู้จำสิ่งใดแล้วมักคิดต่อ ผูกสิ่งนั้นเข้ากับตัว แล้วยินดีในสิ่งนั้น ตั…
สมาธิสฺมึ สมาธิกุสโล
ผู้ได้ฌานบางคนตั้งจิตมั่นได้ดี แต่เข้า อยู่ หรือออกจากสมาธิไม่คล่อง บางคนกลับกัน พระพุทธเจ้าทรงจับความชำนาญมาเทียบกันทีละคู่ แล้วตรัสว่าผู้ชำนาญทั้งสองด้านเป็นผู้เลิศ เหมือนหัวเนยใสที่เลิศกว่าผลิตภัณฑ์จากนมทั้งหมด
สมาธิสังยุต ในขันธวารวรรค สังยุตตนิกาย (ฉบับบาลีบางฉบับเรียกว่าฌานสังยุต) เป็นสังยุตสั้นที่ทุกสูตรมีโครงเดียวกัน พระพุทธเจ้าตรัสว่าผู้ได้ฌานมี ๔ จำพวก คือ ชำนาญด้านหนึ่งแต่ไม่ชำนาญอีกด้าน ชำนาญอีกด้านแต่ไม่ชำนาญด้านแรก ไม่ชำนาญทั้งสองด้าน และชำนาญทั้งสองด้าน แล้วตรัสว่าผู้ชำนาญทั้งสองด้านเป็นผู้เลิศ ประเสริฐที่สุด เป็นประธาน และสูงสุด
ความชำนาญที่ยกมาเทียบกันมีหลายด้าน ได้แก่ การตั้งจิตมั่นในสมาธิ การเข้าสมาธิ การตั้งอยู่ในสมาธิ การออกจากสมาธิ ความเป็นผู้ฉลาดในสมาธิ (กลฺลิต) อารมณ์ในสมาธิ โคจรในสมาธิ การน้อมจิตไปในสมาธิ การทำความเคารพในสมาธิ การทำความเพียรติดต่อ และการทำความสบาย (สัปปายะ) ในสมาธิ ตอนแรกจับคู่กับการตั้งจิตมั่น แล้วจับคู่ข้อที่เหลือกันเองต่อไป ท้ายสังยุตบอกว่าสูตรอื่นอีกจำนวนมากให้ขยายตามนัยนี้
พระสูตรให้ไว้เพียงชื่อของความชำนาญแต่ละข้อ ไม่ได้อธิบายว่าแต่ละข้อทำอย่างไร คำอธิบายในหน้านี้จึงเป็นความหมายตามศัพท์และการนำมาปรับใช้ ไม่ใช่คำอธิบายจากตัวพระสูตร
สูตรแรกเทียบความฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ กับความฉลาดในการเข้าสมาธิ บางคนมีข้อแรกแต่ไม่มีข้อหลัง บางคนกลับกัน ผู้ที่มีทั้งสองข้อจึงนับว่าเลิศ
ถ้านั่งแล้วต้องใช้เวลานานกว่าใจจะเข้าที่ ลองเริ่มด้วยขั้นตอนเดิมทุกครั้ง เช่น หายใจยาวสามครั้ง ให้ใจจำทางเข้าได้
ฐิติสูตรเทียบความฉลาดในการตั้งจิตมั่น กับความฉลาดในการตั้งอยู่ในสมาธิ คือเข้าได้แล้วยังต้องรู้จักรักษาให้คงอยู่
เมื่อใจเริ่มหลุด ไม่ต้องหงุดหงิด แค่รู้แล้วพากลับ ทักษะการประคองคือการกลับมาได้เร็ว ไม่ใช่การไม่หลุดเลย
วุฏฐานสูตรเทียบความฉลาดในการตั้งจิตมั่น กับความฉลาดในการออกจากสมาธิ การออกก็เป็นทักษะหนึ่งที่พระพุทธเจ้าทรงนับแยกไว้
ก่อนลืมตาหลังนั่งสมาธิ ให้รู้ตัวสักครู่ แล้วค่อยขยับ ค่อยลุก ไม่กระโจนไปหยิบโทรศัพท์ทันที ความสงบจะติดตัวไปทำงานได้นานขึ้น
สูตรต่อมาเทียบความฉลาดในการตั้งจิตมั่นกับความฉลาดในกลฺลิต (ฉบับแปลนี้ใช้ว่าความเป็นผู้ฉลาดในสมาธิ) ความฉลาดในอารมณ์ของสมาธิ และความฉลาดในโคจรของสมาธิ พระสูตรให้ไว้เพียงชื่อ ไม่ได้อธิบายรายละเอียด
ตามความหมายของคำ อาจสังเกตได้ว่าวันนี้ใจพร้อมหรือไม่ อารมณ์ที่ใช้ฝึกเหมาะกับใจตอนนี้หรือไม่ และใจเที่ยวไปอยู่ในเรื่องที่ควรหรือไม่
อภินีหารสูตรเทียบความฉลาดในการตั้งจิตมั่น กับความฉลาดในการน้อมจิตไปในสมาธิ คือไม่ได้หยุดอยู่แค่ความนิ่ง แต่พาจิตที่ตั้งมั่นแล้วไปใช้
หลังใจสงบแล้ว ลองน้อมใจไปพิจารณาเรื่องที่ตั้งใจไว้ เช่น ความไม่เที่ยงของความรู้สึก หรือแผ่เมตตา แทนการนั่งเพลินอยู่กับความสบายเฉย ๆ
สักกัจจการีสูตรเทียบความฉลาดในการตั้งจิตมั่น กับการกระทำความเคารพในสมาธิ คือทำอย่างใส่ใจ ไม่ทำแบบขอไปที
ให้เวลาฝึกเป็นเวลาที่ตั้งใจจริง ปิดการแจ้งเตือน นั่งในที่ที่เหมาะ แม้จะฝึกเพียงสิบนาที
สาตัจจการีสูตรเทียบกับการทำความเพียรเป็นไปติดต่อในสมาธิ และสัปปายการีสูตรเทียบกับการกระทำความสบายหรือสิ่งที่เป็นสัปปายะในสมาธิ ต่อจากนั้นยังจับคู่ข้อเหล่านี้กันเองต่อไป เช่น การเข้ากับการตั้งอยู่ ความเคารพกับความต่อเนื่อง
ฝึกน้อยแต่ทุกวันดีกว่าฝึกนานนาน ๆ ครั้ง และสังเกตว่าอะไรเกื้อกูลการฝึกของเรา เช่น เวลาไหน ท่าไหน อาหารแบบไหน แล้วจัดให้เอื้อ
ทุกสูตรจบด้วยอุปมาเดียวกัน นมสดเกิดจากแม่โค นมส้มเกิดจากนมสด เนยข้นเกิดจากนมส้ม เนยใสเกิดจากเนยข้น หัวเนยใสเกิดจากเนยใส และหัวเนยใสนับว่าเลิศที่สุด ผู้ได้ฌานที่ชำนาญทั้งสองด้านก็เลิศที่สุดในสี่จำพวกเช่นนั้น
ความชำนาญเกิดทีละชั้นเหมือนการแปรรูปนม ไม่มีใครข้ามจากนมสดไปเป็นหัวเนยใสได้ในทีเดียว ให้ฝึกทีละทักษะอย่างอดทน
หลายคนฝึกสมาธิแล้ววัดผลเพียงข้อเดียว คือวันนี้ใจนิ่งหรือไม่นิ่ง พระสูตรนี้ชวนให้เห็นว่าการฝึกจิตมีหลายทักษะ คนที่นั่งแล้วสงบได้ อาจยังใช้เวลานานกว่าจะสงบ หรือพอลุกขึ้นใจก็กระเจิงทันที คนที่ฝึกทุกวันอาจยังฝึกแบบขอไปที
การแยกทักษะเป็นคู่ ๆ ช่วยให้รู้ว่าตัวเองอ่อนด้านไหน แล้วฝึกด้านนั้นเพิ่ม เหมือนนักดนตรีที่แยกฝึกจังหวะกับน้ำเสียง แทนการเล่นทั้งเพลงซ้ำไปเรื่อย ๆ
พระสูตรนี้พูดถึงผู้ได้ฌาน ผู้เริ่มฝึกไม่ต้องกังวลว่าตนยังไม่ถึงระดับนั้น และไม่ต้องเอาตัวไปเทียบกับใคร รายการทักษะนี้ใช้เป็นแผนที่ของการฝึกได้ตั้งแต่ต้น
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
พระสูตรแรกของมัชฌิมนิกาย ทรงแสดงว่าปุถุชนรู้จำสิ่งใดแล้วมักคิดต่อ ผูกสิ่งนั้นเข้ากับตัว แล้วยินดีในสิ่งนั้น ตั…
เป้าหมายสูงสุดของคำสอน อธิบายตามพระไตรปิฎกตรง ๆ — ความสิ้นราคะ โทสะ โมหะ และนิพพานธาตุสองแบบ โดยไม่เพิ่มคำอธิบ…
พระพุทธเจ้าทรงเล่าถึงพระพุทธเจ้า ๗ พระองค์ แล้วเล่าละเอียดถึงพระวิปัสสีโพธิสัตว์ ผู้ปลีกตัวจากผู้ติดตาม ๘๔,๐๐๐…
อุบาสิกากาณมาตาทอดขนมให้ลูกสาวถือกลับบ้านสามี แต่ภิกษุมาบิณฑบาตทีละรูปบอกต่อกันจนขนมหมดถึงสามครั้ง และอุบาสกพ่…