สังขตลักษณะ ๓
ตีณิ สงฺขตสฺส สงฺขตลกฺขณานิสามลักษณะของทุกสิ่งที่ถูกปรุงแต่งขึ้น — มีการเกิดปรากฏ มีการดับปรากฏ และเมื่อตั้งอยู่ก็มีการเปลี่ยนแปลงปรากฏ พ…
โปตลิยสุตฺตํ
โปตลิยคฤหบดียกทรัพย์ให้ลูกแล้วคิดว่าตนตัดขาดโวหารทั้งปวงแล้ว พระพุทธเจ้าทรงแสดงว่าการตัดขาดในอริยวินัยคือธรรม ๘ ประการ และทรงเปรียบกามด้วยอุปมา ๗ ข้อ เช่น กระดูกเปล่าที่โยนให้สุนัข และคบเพลิงหญ้าที่ถือทวนลม
ในโปตลิยสูตร มัชฌิมนิกาย พระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่อาปณนิคมในแคว้นอังคุตตราปะ โปตลิยคฤหบดีแต่งกายครบ ถือร่ม สวมรองเท้า เดินเล่นมาเฝ้า เมื่อพระองค์ตรัสเรียกว่า "คฤหบดี" และเชิญให้นั่งถึงสามครั้ง เขาโกรธและกล่าวว่าคำเรียกนี้ไม่เหมาะ เพราะเขาเลิกการงานทั้งหมด ยกทรัพย์ให้ลูก ไม่สั่งสอนไม่ตำหนิลูกในเรื่องเหล่านั้น อยู่เพียงเพื่อกินเพื่อนุ่งห่ม ถือว่าตัดขาดโวหารทั้งปวงแล้ว
พระพุทธเจ้าตรัสว่า การตัดขาดโวหารแบบนั้นเป็นอย่างหนึ่ง การตัดขาดโวหารในวินัยของพระอริยะเป็นอีกอย่างหนึ่ง แล้วทรงแสดงธรรม ๘ ประการ คือละการฆ่า การลัก การพูดเท็จ การพูดส่อเสียด ความโลภด้วยกำหนัด ความโกรธจากการถูกนินทา ความคับแค้นด้วยความโกรธ และความดูหมิ่นผู้อื่น
แต่ทรงบอกว่าเท่านี้ยังไม่ใช่การตัดขาดทั้งหมด จึงทรงแสดงอุปมากาม ๗ ข้อ อริยสาวกผู้เห็นโทษของกามตามจริงย่อมเจริญอุเบกขาที่มีอารมณ์เดียว อาศัยอุเบกขาที่ทำให้สติบริสุทธิ์นั้นจนได้วิชชา ๓ และสิ้นอาสวะ โปตลิยคฤหบดียอมรับว่าตนยังห่างไกลจากการตัดขาดเช่นนี้ และประกาศตนเป็นอุบาสก
โปตลิยคฤหบดียกทรัพย์ให้ลูกและเลิกยุ่งเกี่ยวกับกิจการ จึงไม่พอใจที่ถูกเรียกว่าคฤหบดี พระพุทธเจ้าตรัสว่าอาการ เพศ และเครื่องหมายของท่านยังเป็นอย่างคฤหบดี และการตัดขาดโวหารในวินัยของพระอริยะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
เมื่อรู้สึกขุ่นใจที่ไม่ได้รับการยอมรับในสถานะที่ต้องการ ให้สังเกตว่าความขุ่นใจนั้นเองแสดงว่ายังไม่ได้วางอย่างที่คิด
ละการฆ่าด้วยการไม่ฆ่า ละการลักด้วยการถือเอาแต่ของที่เขาให้ ละคำเท็จด้วยวาจาสัตย์ ละคำส่อเสียดด้วยวาจาไม่ส่อเสียด ละความโลภด้วยกำหนัด ละความโกรธเพราะถูกนินทา ละความคับแค้นด้วยความโกรธ และละความดูหมิ่นผู้อื่น แต่ละข้ออริยสาวกพิจารณาว่า ถ้าทำไป ตนเองก็ติเตียนตนได้ วิญญูชนก็ติเตียนได้ ตายไปก็หวังทุคติได้ และสิ่งนั้นเป็นสังโยชน์ เป็นนิวรณ์
ก่อนจะพูดแรงหรือทำสิ่งไม่ดี ใช้คำถามแรกของพระสูตร: "ถ้าทำไปแล้ว เราจะติเตียนตัวเองไหม"
สุนัขที่หิวโซยืนอยู่ใกล้เขียงของคนฆ่าโค คนฆ่าโคโยนโครงกระดูกที่เชือดเนื้อออกหมดแล้ว เหลือแต่คราบเลือดให้ สุนัขแทะเท่าไรก็ไม่หายหิว ได้แต่ความเหนื่อยและความคับแค้น กามก็เป็นเช่นนั้น มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก
สังเกตกิจกรรมที่ทำซ้ำ ๆ แต่ไม่เคยอิ่ม เช่น เลื่อนหน้าจอหาอะไรใหม่ไปเรื่อย ๆ ว่าหลังทำเสร็จเรารู้สึกเต็มหรือยิ่งพร่อง
นกแร้งหรือเหยี่ยวคาบชิ้นเนื้อบินไป นกตัวอื่นก็รุมจิกแย่ง ถ้าไม่รีบปล่อยก็อาจถึงตายหรือทุกข์ปางตาย และบุรุษถือคบเพลิงหญ้าที่ไฟลุกทั่วเดินทวนลม ถ้าไม่รีบทิ้ง ไฟก็ลวกมือแขนและร่างกาย กามก็เป็นเช่นนั้น
สิ่งที่ทุกคนแย่งกัน เช่น ตำแหน่งหรือความสนใจจากผู้คน มักนำการแข่งขันและความขัดแย้งมาด้วย ให้รู้จักปล่อยก่อนที่จะถูกเผา
หลุมที่ลึกกว่าชั่วคนหนึ่ง เต็มด้วยถ่านที่ร้อนแต่ไม่มีเปลวไม่มีควัน ชายสองคนจับแขนคนที่รักชีวิตลากเข้าไป เขาย่อมดิ้นหนีสุดกำลัง เพราะรู้ว่าตกลงไปจะตายหรือทุกข์ปางตาย ผู้เห็นโทษของกามตามความเป็นจริงก็ไม่น้อมกายเข้าหากามเช่นนั้น
สิ่งที่อันตรายที่สุดมักดูไม่น่ากลัว เหมือนถ่านที่ไม่มีเปลว ให้ระวังนิสัยที่ค่อย ๆ เผาชีวิตโดยไม่มีสัญญาณชัดเจน เช่น หนี้บัตรเครดิต
คนฝันเห็นสวน ป่า และสระที่งดงาม ตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็นอะไรเลย และคนที่ยืมเครื่องประดับอย่างดีมาแต่งตัวขึ้นรถเดินในตลาด คนทั้งหลายชมว่าร่ำรวย แต่เจ้าของพบที่ใดก็เอาของคืนไปที่นั่น กามก็ไม่ใช่ของเราอย่างแท้จริงเช่นนั้น
เมื่อภาคภูมิใจกับสิ่งที่ครอบครอง ให้ระลึกว่าทุกอย่างเป็นของยืมจากเหตุปัจจัย วันหนึ่งต้องคืน แล้วใช้มันด้วยความไม่ประมาท
ต้นไม้มีผลอร่อยและดก แต่ไม่มีผลหล่นเลย ชายคนหนึ่งปีนขึ้นไปกินจนอิ่ม แล้วชายอีกคนถือขวานมา ปีนไม่เป็น จึงตัดต้นไม้ที่โคน ถ้าคนแรกไม่รีบลง ต้นไม้ล้มก็อาจหักมือหักเท้าจนตายหรือทุกข์ปางตาย กามก็เป็นเช่นนั้น
ความสุขที่ขึ้นกับสิ่งที่คนอื่นก็ต้องการ อาจถูกตัดโค่นได้ทุกเมื่อ ให้มีที่พึ่งทางใจที่ไม่ขึ้นกับการแข่งขัน
หลังอุปมาแต่ละข้อ ตรัสว่าอริยสาวกเห็นโทษของกามด้วยปัญญาตามความเป็นจริงแล้ว ย่อมเว้นอุเบกขาที่อาศัยอารมณ์หลากหลาย แล้วเจริญอุเบกขาที่มีอารมณ์เดียว ซึ่งดับความยึดมั่นในโลกามิสได้ทั้งหมด อาศัยอุเบกขาที่ทำให้สติบริสุทธิ์นั้น จึงระลึกชาติได้ เห็นการเกิดตายของสัตว์ และสิ้นอาสวะ นี่จึงเป็นการตัดขาดโวหารทั้งหมดในอริยวินัย
เมื่อใจวิ่งไปหาสิ่งเร้าหลายอย่าง ให้กลับมาอยู่กับสิ่งเดียว เช่น ลมหายใจ สักไม่กี่นาที ความพอใจที่ไม่ต้องพึ่งสิ่งภายนอกจะค่อย ๆ ชัดขึ้น
พระสูตรนี้เหมาะกับช่วงชีวิตที่เราวางมือจากงาน เช่น เกษียณหรือยกกิจการให้ลูก การหยุดทำงานภายนอกไม่ได้ทำให้ใจสงบเองโดยอัตโนมัติ ถ้ายังโกรธง่าย ยังดูหมิ่นคนอื่น หรือยังติดในการถูกเรียกด้วยสถานะที่ตนต้องการ
อุปมากามทั้ง ๗ ข้อ เป็นการชี้ให้เห็นโทษของการฝากความสุขไว้กับสิ่งที่ไม่อิ่ม ไม่ยั่งยืน และเป็นที่แย่งชิง ไม่ได้สอนให้เกลียดร่างกาย ครอบครัว หรือความสุขธรรมดาในชีวิต
สำหรับฆราวาส จุดเริ่มคือธรรม ๘ ประการ ซึ่งทำได้ทุกวันโดยไม่ต้องออกจากบ้าน ส่วนอุปมากามใช้เป็นเครื่องเตือนใจเวลาที่รู้สึกว่าต้องได้สิ่งนั้นสิ่งนี้เพิ่มจึงจะมีความสุข
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
สามลักษณะของทุกสิ่งที่ถูกปรุงแต่งขึ้น — มีการเกิดปรากฏ มีการดับปรากฏ และเมื่อตั้งอยู่ก็มีการเปลี่ยนแปลงปรากฏ พ…
พระสิริมิตตเถระย้ำคุณสมบัติสี่ข้อซ้ำห้าครั้ง แล้วเติมทีละข้อ คือสำรวมทวาร ศีลงาม มีกัลยาณมิตร และปัญญางาม ผู้เ…
พระสารีบุตรถวายข้าวคำหนึ่ง ผ้าเท่าฝ่ามือ และน้ำขันหนึ่งแล้วอุทิศให้ ภรรยาที่ทำบุญให้หญิงผู้เคยกลั่นแกล้งตน สาม…
อุปาทานทุกะแสดงว่ากามุปาทานจับคู่อาศัยกันกับอุปาทานอีกสามอย่าง คือทิฏฐุปาทาน สีลัพพตุปาทาน และอัตตวาทุปาทาน ขณ…