ทิศ ๖
ใช้ในชีวิตประจำวัน

ทิศ ๖

ฉ ทิสา

หน้าที่ต่อคน ๖ กลุ่มรอบตัว — พ่อแม่ ครู คู่ครอง มิตร ลูกน้อง และผู้ทรงศีล ทำครบคือการไหว้ทิศที่แท้จริง

๖ ข้อ

สิงคาลกคฤหบดีบุตรไหว้ทิศทั้ง ๖ ทุกเช้าตามคำสั่งเสียของบิดา พระพุทธเจ้าไม่ได้ทรงห้าม แต่ทรงสอนความหมายใหม่ว่า การไหว้ทิศในอริยวินัยคือการทำหน้าที่ต่อคน ๖ กลุ่มรอบตัวให้ครบถ้วน

ที่น่าสังเกตคือทุกทิศเป็นหน้าที่สองทาง ไม่ใช่เรียกร้องฝ่ายเดียว เช่น บิดามารดามีหน้าที่ต่อบุตร และบุตรก็มีหน้าที่ต่อบิดามารดา ความสัมพันธ์จึงมั่นคงเพราะทั้งสองฝ่ายต่างรู้หน้าที่ของตน

  1. ๑

    ทิศเบื้องหน้า — บิดามารดา ปุรตฺถิมา ทิสา

    บุตรพึงเลี้ยงดูท่านตอบแทน ช่วยทำกิจของท่าน ดำรงวงศ์สกุล ประพฤติตนให้ควรรับมรดก และทำบุญอุทิศให้เมื่อท่านล่วงลับ ส่วนท่านก็มีหน้าที่ห้ามจากความชั่ว ให้ตั้งอยู่ในความดี ให้ศึกษา และมอบทรัพย์ให้ตามกาล

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้าอยู่ไกลกัน ให้ตั้งเวลาโทรหาท่านเป็นประจำเหมือนนัดสำคัญ อย่ารอให้ว่างพอดี เพราะเวลากับพ่อแม่เป็นทรัพยากรที่ลดลงทุกวันโดยไม่มีวันเติม

  2. ๒

    ทิศเบื้องขวา — ครูอาจารย์ ทกฺขิณา ทิสา

    ศิษย์พึงลุกต้อนรับ เข้าไปคอยรับใช้ เชื่อฟัง ปรนนิบัติ และเรียนศิลปวิทยาโดยเคารพ ส่วนครูก็พึงแนะนำดี ให้เรียนดี บอกความรู้ให้หมด ยกย่องให้ปรากฏ และทำความป้องกันในทิศทั้งหลาย

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    สิ่งที่ครูรุ่นปัจจุบันได้ใจที่สุดคือการเห็นศิษย์เอาความรู้ไปใช้จริงแล้วกลับมาเล่าให้ฟัง ลองส่งข้อความสั้น ๆ บอกครูสักคนว่าสิ่งที่ท่านสอนช่วยเราตรงไหน

  3. ๓

    ทิศเบื้องหลัง — คู่ครอง ปจฺฉิมา ทิสา

    พึงยกย่องให้เกียรติ ไม่ดูหมิ่น ไม่นอกใจ มอบความเป็นใหญ่ในหน้าที่ให้ และให้เครื่องแต่งตัวตามสมควร ฝ่ายคู่ครองก็พึงจัดการงานดี สงเคราะห์ญาติทั้งสองฝ่าย ไม่นอกใจ รักษาทรัพย์ และขยันไม่เกียจคร้าน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ให้เกียรติกันต่อหน้าคนอื่นเป็นข้อที่เห็นผลเร็วที่สุด คำล้อเลียนคู่ของตัวเองในวงสนทนามักสร้างรอยร้าวมากกว่าที่คนพูดคิดไว้เสมอ

  4. ๔

    ทิศเบื้องซ้าย — มิตรสหาย อุตฺตรา ทิสา

    พึงสงเคราะห์ด้วยการให้ปัน พูดจาน่ารัก ทำประโยชน์ให้ วางตัวสม่ำเสมอ และไม่กล่าวคำหลอกลวง ฝ่ายมิตรก็พึงรักษาเพื่อนยามประมาท รักษาทรัพย์ของเพื่อน เป็นที่พึ่งยามมีภัย ไม่ละทิ้งในยามยาก และนับถือวงศ์ตระกูลของกันและกัน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เช็กชื่อเพื่อนที่หายไปจากชีวิตเพราะไม่มีใครเริ่มทักก่อน แล้วเป็นฝ่ายเริ่มเอง มิตรภาพส่วนใหญ่ไม่ได้จบเพราะทะเลาะกัน แต่จบเพราะไม่มีใครทักก่อนนาน ๆ เข้า

  5. ๕

    ทิศเบื้องล่าง — ผู้ใต้บังคับบัญชา เหฏฺฐิมา ทิสา

    นายพึงจัดงานให้ตามกำลัง ให้อาหารและค่าจ้าง ดูแลยามเจ็บไข้ แบ่งของแปลกให้ และให้หยุดตามสมควร ฝ่ายผู้ทำงานก็พึงเริ่มทำงานก่อน เลิกทีหลัง ถือเอาแต่ของที่นายให้ ทำงานให้ดีขึ้น และนำคุณของนายไปสรรเสริญ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ในที่ทำงานยุคนี้ ข้อที่ทำได้ทันทีคือ “ให้งานตามกำลัง” และ “ให้หยุดตามสมควร” — อย่าส่งงานด่วนตอนดึกถ้ามันรอเช้าได้ ความเกรงใจเล็ก ๆ แบบนี้สร้างความภักดีได้มากกว่าโบนัส

  6. ๖

    ทิศเบื้องบน — สมณพราหมณ์ อุปริมา ทิสา

    พึงทำ พูด และคิดต่อท่านด้วยเมตตา ต้อนรับด้วยดี และถวายปัจจัยตามกำลัง ฝ่ายท่านก็พึงห้ามจากความชั่ว ให้ตั้งอยู่ในความดี อนุเคราะห์ด้วยน้ำใจงาม ให้ได้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง อธิบายสิ่งที่เคยฟังให้แจ่มแจ้ง และบอกทางสวรรค์ให้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ไม่ต้องรอวันพระ การฟังธรรมสักสิบนาทีระหว่างเดินทาง หรืออ่านพระสูตรสักหน้าก่อนนอน ก็นับเป็นการรักษาทิศนี้ให้มีอยู่ในชีวิตประจำวันแล้ว

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

ลองหยิบทิศที่ตัวเองละเลยที่สุดมาทำเพียงหนึ่งอย่างในสัปดาห์นี้ เช่น โทรหาพ่อแม่ ขอบคุณครูเก่า ชวนคู่ครองคุยเรื่องที่ค้างไว้ หรือถามลูกน้องว่ามีอะไรให้ช่วยไหม

ทิศ ๖ มีประโยชน์ตรงที่มันเปลี่ยนคำถามลอย ๆ ว่า “จะเป็นคนดีอย่างไร” ให้กลายเป็นรายการสิ่งที่ทำได้จริงกับคนที่มีชื่อและหน้าตาชัดเจนรอบตัวเรา

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

อุปกิเลสสูตร: ทองที่ช่างทองใช้งานได้ กับจิตที่ควรแก่การงาน

ปญฺจิเม ภิกฺขเว ชาตรูปสฺส อุปกฺกิเลสา

ทองที่ปนเหล็ก โลหะ ดีบุก ตะกั่ว หรือเงิน ย่อมไม่อ่อน ใช้การไม่ได้ ไม่สุกใส เช่นเดียวกับจิตที่มีกามฉันทะ พยาบาท…

อุปาทิยสูตร: ถือมั่นเมื่อใด ก็ถูกมารมัดเมื่อนั้น

อุปาทิยมาโน พนฺโธ มารสฺส

ภิกษุขอธรรมโดยย่อเพื่อไปปฏิบัติผู้เดียว ทรงตอบสั้นที่สุดว่า เมื่อยังยึดมั่นก็ถูกมารมัดไว้ เมื่อไม่ยึดมั่นจึงหล…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้