มหาหัตถิปโทปมสูตร: เมื่อถูกด่าหรือถูกทำร้าย
มหาหตฺถิปโทปมสุตฺตํพระสารีบุตรสอนให้มองกายเป็นเพียงธาตุ ๔ ที่ไม่ใช่ของเรา แล้วใช้มุมมองนี้รับมือเมื่อถูกด่า ถูกกระทบกระเทียบ หรือ…
ฉนฺนา เม กุฏิกา
คาถาหนึ่งบทของพระเถระแปดรูป ที่ต่างพบว่าใจที่ฝึกดีแล้วพร้อมรับทุกอย่างที่มาถึง ทั้งฝน ความเจ็บป่วย ความตาย การพลาดล้ม และความอยากได้ของใหม่
ในเถรคาถา เอกกนิบาต ขุททกนิกาย รวบรวมคาถาของพระเถระที่กล่าวไว้รูปละหนึ่งบท คาถาเปิดเล่มกล่าวว่า พระเถระเหล่านี้เห็นธรรมแจ่มแจ้งแล้ว เมื่อพิจารณาเห็นว่ากิจของตนเสร็จแล้ว จึงเปล่งคาถาออกมา เหมือนสีหะบันลือที่ปากถ้ำ
แม้แต่ละบทจะสั้นมาก แต่เมื่ออ่านรวมกันจะเห็นเรื่องที่ซ้ำกัน คือใจที่ได้ที่พักพิงแล้ว ไม่หวั่นต่อสิ่งที่มากระทบ ภาพที่ใช้เป็นภาพธรรมดาในชีวิต ทั้งฝนที่ตกลงบนกุฎี คนไขน้ำ ช่างศร ช่างไม้ และโคที่ล้มแล้วลุกขึ้นใหม่
หน้านี้เลือกคาถาของพระสุภูติ พระกุฬะ คำของอุปัชฌาย์ที่สามเณรสีวกะจำไว้ พระอชิตะ พระอุตติยะ พระโสปากะ พระรมณียวิหารี และพระกุฏิวิหารีรูปหนึ่ง
พระสุภูติกล่าวว่า ฝนเอ๋ย กุฎีของเรามุงดีแล้ว กันลมมิดชิด ท่านจงตกลงมาตามสบายเถิด จิตของเราตั้งมั่นดีแล้ว หลุดพ้นแล้ว เราอยู่อย่างมีความเพียร เชิญตกลงมาเถิดฝน ในวรรคที่หกยังมีพระเถระอีกหลายรูปกล่าวคาถาทำนองเดียวกันนี้
ก่อนวันที่รู้ว่าจะหนัก เช่น วันประชุมยากหรือวันสอบ เตรียม "หลังคา" ของใจไว้ เช่น นอนให้พอ และนั่งนิ่ง ๆ ห้านาทีตอนเช้า
พระกุฬะกล่าวว่า คนไขน้ำก็ไขน้ำไป ช่างศรก็ดัดลูกศร ช่างถากก็ถากไม้ ส่วนบัณฑิตผู้มีวัตรงามก็ฝึกฝนตน
ทุกอาชีพมีงานฝีมือของตัวเอง ลองเพิ่มงานฝีมือหนึ่งอย่างที่ไม่มีใครจ้าง คือการฝึกนิสัยของตัวเองวันละเรื่อง
สามเณรรูปหนึ่งเล่าว่า อุปัชฌาย์บอกว่า สีวกะ เราจะไปจากที่นี่ กายของเราอยู่ในบ้าน แต่ใจของเราไปอยู่ในป่าแล้ว แม้นอนอยู่ก็จะไป ความข้องเกี่ยวกับหมู่ไม่มีแก่ผู้รู้แจ้ง
เมื่อต้องอยู่ในที่วุ่นวาย ให้รักษามุมสงบในใจไว้ แล้วเลือกเวลาหลีกไปอยู่เงียบ ๆ จริงเมื่อมีโอกาส
พระอชิตะกล่าวว่า เราไม่มีความกลัวตาย ไม่มีความอาลัยในชีวิต จักมีสติสัมปชัญญะ ละทิ้งกายนี้ไป คำนี้เป็นคำของผู้ที่ไม่มีความยึดติดแล้ว ไม่ใช่ความเบื่อชีวิต
ทำสิ่งที่ค้างคาใจให้เรียบร้อยทีละเรื่อง เช่น ขอโทษคนที่เคยทำให้เสียใจ เพื่อให้ใจเบาพอที่จะไม่กลัว
พระอุตติยะกล่าวว่า เมื่ออาพาธเกิดขึ้นแก่เรา สติก็เกิดขึ้นว่า อาพาธเกิดขึ้นแล้ว เวลานี้เป็นเวลาที่เราไม่ควรประมาท
เมื่อไม่สบาย นอกจากดูแลร่างกายและไปพบแพทย์ ให้ใช้โอกาสนั้นทบทวนว่าเรื่องไหนในชีวิตที่เลื่อนมานานเกินไป
พระโสปากะกล่าวว่า บุคคลพึงมีเมตตาต่อคนที่รักเพียงคนเดียวฉันใด ภิกษุพึงมีเมตตาต่อสัตว์ทั้งปวงในทุกที่ฉันนั้น ในบาลี คนที่รักนั้นหมายถึงบุตรคนเดียว
นึกถึงความห่วงใยที่มีต่อลูกหรือคนที่รักที่สุด แล้วลองส่งความรู้สึกนั้นไปยังคนแปลกหน้าที่เจอวันนี้สักคน
พระรมณียวิหารีกล่าวว่า โคอาชาไนยที่ดีพลาดล้มแล้วย่อมลุกขึ้นตั้งตัวได้ฉันใด ท่านทั้งหลายจงจำเราไว้ว่าเป็นสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้สมบูรณ์ด้วยความเห็นฉันนั้น
เมื่อทำพลาดหรือกลับไปทำนิสัยเดิม อย่านับว่าล้มเหลวทั้งหมด ให้ถามว่า จะลุกขึ้นอย่างไรในวันนี้
คาถาของพระกุฏิวิหารีอีกรูปหนึ่งกล่าวว่า กุฎีนี้เป็นกุฎีเก่า ท่านปรารถนากุฎีใหม่ จงละความหวังในกุฎีใหม่เสีย ภิกษุ กุฎีใหม่นำทุกข์มาให้
ก่อนเปลี่ยนโทรศัพท์ บ้าน หรือของใช้ที่ยังใช้ได้ดี ถามว่าของใหม่จะแก้ปัญหาจริง หรือแค่เพิ่มภาระใหม่
คาถาชุดนี้เหมาะกับการอ่านวันละบท แต่ละบทสั้นพอจะจำได้ทั้งวัน และใช้เป็นประโยคเตือนใจเมื่อเจอเหตุการณ์ที่คล้ายกัน
กุฎีของพระสุภูติไม่ได้ทำให้ฝนหยุดตก แต่ทำให้ฝนไม่เป็นปัญหา การฝึกใจในชีวิตประจำวันก็เช่นกัน เราห้ามปัญหาไม่ให้มาไม่ได้ แต่เตรียมที่พักของใจไว้ก่อนได้
คาถาเรื่องความตายและความเจ็บป่วยพูดด้วยน้ำเสียงสงบ ไม่ได้ชวนให้ปรารถนาความตาย แต่ชวนให้ใช้ชีวิตโดยไม่ยึดติดจนกลัว
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
พระสารีบุตรสอนให้มองกายเป็นเพียงธาตุ ๔ ที่ไม่ใช่ของเรา แล้วใช้มุมมองนี้รับมือเมื่อถูกด่า ถูกกระทบกระเทียบ หรือ…
ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าถ้อยคำที่พระพุทธเจ้าตรัสเป็นโลกุตตระทั้งหมด ฝ่ายเถรวาทถามกลับว่า ถ้าอย่างนั้นเหตุใดเสียงนั้นจึ…
คำถามแรกของปารายนวรรค อวิชชาหุ้มห่อโลก ตัณหาฉาบทาโลก กระแสไหลไปในอารมณ์ทั้งปวง มีสติเป็นเครื่องกั้น และปัญญาเป…
ภิกษุณีถุลลนันทาริษยาพระภัททากาปิลานีที่คนนิยมมากกว่า จึงแกล้งส่งเสียงรบกวนต่อหน้า ให้ห้องพักแล้วโกรธจนฉุดออก …