เถรีคาถาช่วงกลาง: รู้ว่าเสียงไหนควรฟัง
ใช้ในชีวิตประจำวัน

เถรีคาถาช่วงกลาง: รู้ว่าเสียงไหนควรฟัง

เถรีคาถา

ภิกษุณีหลายรูปที่ฟังคำสอนของครู มารดา และกัลยาณมิตรจนใจเป็นอิสระ และภิกษุณีอีกหลายรูปที่ปฏิเสธคำชวนของมารได้อย่างมั่นคง — ชีวิตจึงขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกฟังเสียงไหน

๗ ข้อ

ในเถรีคาถา สัตตกนิบาตถึงทวาทสกนิบาต ขุททกนิกาย รวบรวมคาถาของภิกษุณีที่ยาวขึ้นกว่าช่วงต้น หลายบทเป็นบทสนทนา ทั้งระหว่างครูกับศิษย์ มารดากับบุตร และภิกษุณีกับมารที่มาชักชวน

เมื่ออ่านรวมกันจะเห็นเสียงสองแบบ แบบหนึ่งคือเสียงที่พาไปสู่ความพ้นทุกข์ เช่น คำสอนของพระปฏาจาราที่พระอุตตราทำตาม คำเตือนของพระวัฑฒมาตาถึงบุตรชาย และคำสรรเสริญกัลยาณมิตรของพระกิสาโคตมี อีกแบบคือเสียงของมารที่ชวนให้กลับไปหาความเพลิดเพลิน ชวนให้ปรารถนาสวรรค์ หรือขู่ให้กลัว

หน้านี้เลือกคาถาของพระอุตตรา พระจาลา พระอุปจาลา พระสีสุปจาลา พระวัฑฒมาตา พระกิสาโคตมี และพระอุบลวัณณา

  1. ๑

    พระอุตตราทำตามคำของครู มุสลานิ คเหตฺวาน

    พระปฏาจาราสอนว่า ชายหนุ่มถือสากตำข้าวหาทรัพย์มาเลี้ยงบุตรภรรยาฉันใด ท่านทั้งหลายจงเพียรในคำสอนที่ไม่ทำให้เดือดร้อนภายหลังฉันนั้น จงล้างเท้าแล้วนั่ง ตั้งจิตให้มั่น พิจารณาสังขารโดยความแปรปรวนและไม่ใช่ตน พระอุตตราฟังแล้วทำตาม ในยามต้นระลึกชาติได้ ยามกลางได้ทิพยจักษุ ยามสุดท้ายทำลายกองความมืด บรรลุวิชชาสาม

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้าได้คำแนะนำดี ๆ จากครูหรือผู้มีประสบการณ์ ลองทำตามให้ครบหนึ่งรอบจริง ๆ ก่อนตัดสินว่าได้ผลหรือไม่

  2. ๒

    พระจาลา: มารชวนไปหาลัทธิอื่น จาลาเถรีคาถา

    มารถามว่า ท่านโกนศีรษะเหมือนสมณะ ไม่ชอบลัทธิอื่นแล้วจะมาหลงประพฤติทางนี้ทำไม พระจาลาตอบว่า ลัทธิภายนอกอาศัยทิฏฐิจึงไม่รู้แจ้งธรรม ส่วนพระพุทธเจ้าทรงแสดงทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ความดับทุกข์ และอริยมรรค ซึ่งเป็นทางก้าวพ้นทิฏฐิทั้งหลาย เรากำจัดความเพลิดเพลินในสิ่งทั้งปวงได้แล้ว มารเอ๋ย ท่านถูกเรากำจัดแล้ว

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อมีคนตั้งคำถามกับทางที่เราเลือก ตอบด้วยสิ่งที่ตัวเองได้เห็นและได้ลองจริง ไม่จำเป็นต้องโจมตีทางของคนอื่น

  3. ๓

    พระอุปจาลา: มารชวนเสพกาม ชาตสฺส มรณํ โหติ

    มารถามว่า ทำไมท่านไม่ชอบการเกิด ผู้เกิดมาย่อมได้บริโภคกาม เชิญบริโภคเถิด อย่าเดือดร้อนภายหลัง พระอุปจาลาตอบว่า ความตาย การถูกตัดมือเท้า การถูกฆ่าและถูกจองจำ ย่อมมีแก่ผู้เกิด ไม่มีแก่ผู้ไม่เกิด ผู้เกิดแล้วย่อมประสบทุกข์

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อมีเสียงบอกว่า "ชีวิตสั้น รีบสนุกเถอะ" ให้มองอีกด้านด้วยว่า ความสุขนั้นต้องแลกกับอะไรบ้าง

  4. ๔

    พระสีสุปจาลา: มารชวนให้ปรารถนาสวรรค์ สพฺโพ อาทีปิโต โลโก

    มารชวนให้ตั้งจิตปรารถนาเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ยามา ดุสิต นิมมานรดี และวสวัตดี พระสีสุปจาลาตอบว่า เทวดาเหล่านั้นก็ยังเวียนจากภพสู่ภพ เดือดร้อนเพราะการเกิดและตาย โลกทั้งปวงถูกไฟไหม้ลุกโชน โลกทั้งปวงหวั่นไหว พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมที่ไม่หวั่นไหว ใจของเรายินดีในธรรมนั้น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    แม้เป้าหมายที่ดูดี เช่น ตำแหน่งที่สูงขึ้นหรือรายได้ที่มากขึ้น ก็ยังเปลี่ยนแปลงได้ ให้มีสิ่งที่มั่นคงกว่านั้นอยู่ในใจด้วย

  5. ๕

    พระวัฑฒมาตา: แม่ที่เตือนลูกตรง ๆ วฑฺฒมาตุเถรีคาถา

    พระเถรีเตือนพระวัฑฒะผู้เป็นบุตรว่า กิเลสดุจป่าอย่าได้มีแก่ท่าน อย่าเป็นผู้มีส่วนแห่งทุกข์ร่ำไป จงเจริญมรรคที่ฤาษีทั้งหลายเจริญมาแล้ว พระวัฑฒะถามว่า ที่แม่พูดอย่างนี้ แม่คงไม่มีป่าคือความรักแล้ว พระเถรีตอบว่าป่าในสังขารแม้เล็กน้อยก็ไม่มีแก่เรา พระวัฑฒะกล่าวว่า แม่ใช้ปฏักใหญ่แทงเรา เหมือนผู้อนุเคราะห์ แล้วเพียรจนบรรลุสันติอันสูงสุด

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้ารักใครจริง บางครั้งต้องกล้าพูดสิ่งที่เขาไม่อยากฟัง ด้วยน้ำเสียงที่หวังดี ไม่ใช่เพื่อควบคุม

  6. ๖

    พระกิสาโคตมี: สรรเสริญกัลยาณมิตร กลฺยาณมิตฺตตา มุนินา โลกํ อาทิสฺส วณฺณิตา

    พระกิสาโคตมีกล่าวว่า มุนีสรรเสริญความมีกัลยาณมิตร ผู้คบกัลยาณมิตร แม้เป็นคนพาลก็เป็นบัณฑิตได้ ควรคบสัตบุรุษ เพราะปัญญาย่อมเจริญแก่ผู้คบสัตบุรุษ และผู้คบสัตบุรุษย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวง คาถาเดียวกันยังกล่าวถึงความทุกข์ของหญิงที่ต้องสูญเสียสามี บุตร และครอบครัว ก่อนจะกล่าวว่าได้บรรลุอมตธรรม

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ทบทวนว่าคนที่เราใช้เวลาด้วยมากที่สุดในสัปดาห์นี้ ทำให้ใจเราดีขึ้นหรือแย่ลง แล้วเพิ่มเวลาให้คนที่ทำให้เราเติบโต

  7. ๗

    พระอุบลวัณณา: ไม่กลัวแม้อยู่ลำพัง อุปฺปลวณฺณาเถรีคาถา

    พระอุบลวัณณาเล่าว่าเห็นโทษของกามแล้วออกบวชที่กรุงราชคฤห์ มารถามว่า ท่านยืนอยู่ลำพังที่โคนต้นสาละ ไม่มีเพื่อน ไม่กลัวพวกนักเลงหรือ ท่านตอบว่า แม้นักเลงเป็นร้อยเป็นพันมาล้อม ขนของเราก็ไม่สั่น ท่านผู้เดียวจะทำอะไรเราได้ แล้วกล่าวว่าท่านชำนาญในทางจิตและเจริญอิทธิบาทดีแล้ว กามเปรียบเหมือนหอกและหลาว ความยินดีในกามไม่มีแก่ท่านแล้ว

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ความกล้าที่มั่นคงมาจากใจที่ไม่มีอะไรให้ถูกขู่ แต่ในโลกจริงก็ควรดูแลความปลอดภัยของตัวเองอย่างรอบคอบควบคู่กันไป

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

ทุกวันเราได้ยินเสียงชักชวนมากมาย ทั้งโฆษณา ความเห็นในโซเชียล และความคิดในหัวของตัวเอง คาถาชุดนี้ไม่ได้บอกให้ปิดหูจากทุกเสียง แต่ให้รู้จักแยกว่าเสียงไหนพาไปสู่ความสงบ เสียงไหนพาไปสู่ความวุ่นวาย

ภิกษุณีเหล่านี้ตอบมารด้วยความเข้าใจของตนเอง ไม่ใช่ด้วยการเถียงหรือกลัว การรู้ว่าตัวเองต้องการอะไรในชีวิตทำให้คำชวนที่ไม่ตรงทางหมดแรงไปเอง

เรื่องพระวัฑฒมาตากับบุตรชายยังสะท้อนความรักของแม่ในอีกแบบ คือรักพอที่จะเตือนตรง ๆ ไม่ใช่รักจนตามใจ

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

พหุเวทนิยสูตร: เวทนามีกี่อย่าง และสุขที่ประณีตขึ้นเป็นลำดับ

พหุเวทนียสุตฺตํ

ช่างไม้ปัญจกังคะกับพระอุทายีเถียงกันว่าเวทนามีสองหรือสามอย่าง พระพุทธเจ้าตรัสว่าทรงแสดงเวทนาไว้หลายปริยาย ใครไ…

ปัพพาชนียกรรม: เมื่อหมู่ต้องขอให้บางคนย้ายออกไป

ปพฺพาชนียกมฺมํ

ภิกษุกลุ่มหนึ่งที่กิฏาคีรีประพฤติจนชาวบ้านเสื่อมศรัทธา พระพุทธเจ้าให้สงฆ์ทำปัพพาชนียกรรม คือขอให้ย้ายออกจากถิ่…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้