สุกรํ อกฺขาเนน ปาปุณิตุํ ยาว สุขา สคฺคา ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การเข้าถึงสวรรค์อันเป็นความสุขเพียงบอกกล่าวเท่านั้น ทำไม่ได้ง่ายนัก. มาในเหตุแห่งความสุข ในประโยคมีอาทิว่า สุโข ปุญฺสฺส อุจฺจโย
การสั่งสมบุญนำมาซึ่งความสุข. มาในความไม่เบียดเบียน ในประโยคมีอาทิ
ว่า ทิฏฺธมฺมสุขวิหารา เอเต ธมฺมา ธรรมทั้งหลายเหล่านี้ มีความสุข
ในปัจจุบันเป็นวิหารธรรม. นาในนิพพาน ในประโยคมีอาทิว่า นิพฺพานํ
ปรมํ สุขํ นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง. มาในสุขเวทนา ในประโยคมีอาทิว่า สุขสฺส จ ปหานา ก็เพราะละสุขเสียได้. มาในอุเบกขาเวทนา ใน ประโยคมีอาทิว่า อทุกฺขมสุขํ สนฺตํ สุขมิจฺเจว ภาสิตํ เมื่อไม่มีทุกข์ ไม่มีสุข ก็กล่าวได้ว่าเป็นสุขอย่างเดียว. มาในสุขที่น่าปรารถนา ในประโยค มีอาทิว่า เทฺวปิ มยา อานนฺท เวทนา วุตฺตา ปริยาเยน สุขา เวทนา ทุกฺขา เวทนา ดูก่อนอานนท์ เรากล่าวเวทนาแม้สองอย่าง คือ สุขเวทนา
และทุกขเวทนาโดยปริยาย. มาในวิบากที่น่าปรารถนา ในประโยคมีอาทิว่า
สุโข วิปาโก ปุญฺานํ วิบากแห่งบุญทั้งหลายเป็นความสุข. ในที่นี้ พึงเห็นว่า มาในวิบากที่น่าปรารถนาเท่านั้น.
ในบทว่า อิฏฺสฺส เป็นต้น พึงทราบเนื้อความดังต่อไปนี้ ชื่อว่า น่าปรารถนา เพราะควรเสาะหา และเพราะห้ามสิ่งไม่น่าปรารถนา ชื่อว่า น่าใคร่ เพราะเป็นสิ่งควรให้ใคร่และเพราะก้าวเข้าไปถึงใจ ชื่อว่า น่ารัก เพราะเป็นสิ่งควรน่ารัก และเพราะให้เกิดความเอิบอิ่ม ชื่อว่า น่าพอใจ เพราะให้เกิดความนับถือ และเพราะความเจริญแห่งใจ. บทว่า ยทิทํ ปุญฺานิ ความว่า คำว่า บุญนี้ เป็นชื่อ ของความสุข คือ วิบากอันน่า-
ปรารถนา. ความสุขนั่นแหละ คือ บุญ เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวถึงอุปจาร
อันไม่ต่างกันแห่งเหตุด้วยผล. ผู้ไม่ประมาทสดับผลอันแจ่มแจ้งชัดเจนของบุญ