ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๔๕ · หน้า ๓๖๕ · ข้อ 231
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ว่าสัตว์ทั้งหลายไม่รู้จักทุกข์ตามความเป็นจริง จึงประพฤติทุจริต เพื่อแก้ทุกข์

นั้น. ทรงแสดงการละสังกิเลสคือทิฏฐิ ด้วยพระพุทธพจน์ข้อที่ ๓ เพราะผู้ที่

เห็น อทุกขมสุข โดยความไม่เที่ยงอยู่ จะไม่มีสังกิเลสคือทิฏฐิ. อนึ่ง ทรงแสดง อทุกขมสุขเวทนา ว่าเป็นเครื่องหมายแห่งอวิชชา เพราะความที่สังกิเลสคือ ทิฏฐิ เป็นเครื่องหมายแห่งอวิชชา อีกอย่างหนึ่ง ด้วยพระพุทธพจน์ข้อแรก

ทรงแสดงถึงการกำหนดรู้วิปริณามทุกข์. ด้วยข้อที่ ๒ ทรงแสดงถึงการกำหนดรู้

ด้วยทุกขทุกขะ. ด้วยข้อที่ ๓ ทรงแสดงถึงการกำหนดรู้สังขารทุกข์. อีกอย่างหนึ่ง

ด้วยพุทธพจน์ข้อแรก ทรงแสดงถึงการกำหนดรู้อิฏฐารมณ์. ด้วยพระพุทธพจน์ ข้อที่ ๒ ทรงแสดงถึงการกำหนดรู้อนิฏฐารมณ์. ด้วยพระพุทธพจน์ข้อที่ ๓ ทรง แสดงถึงการกำหนดรู้ด้วยมัชฌัตตารมณ์ เพราะเมื่อคลายกำหนัดธรรมารมณ์ เหล่านั้นแล้ว แม้อารมณ์ทั้งหลาย ก็เป็นอันคลายกำหนัดไปด้วย พึงทราบดัง พรรณนามานี้.

อีกอย่างหนึ่ง พึงทราบว่า การหลุดพ้นโดยไม่มีที่ตั้ง ด้วยทุกขา- นุปัสสนา เป็นอันทรงแสดงแล้ว ด้วยการกำหนดการละราคะเป็นข้อแรก. การ หลุดพ้นโดยไม่มีนิมิต ด้วยอนิจจานุปัสสนาเป็นอันทรงแสดงแล้ว ด้วยการ กำหนดการละโทสะ เป็นข้อที่ ๒. การหลุดพ้นโดยเป็นของว่างเปล่า ด้วย อนัตตานุปัสสนา เป็นอันทรงแสดงแล้ว ด้วยการกำหนดการละโมหะเป็น ข้อที่ ๓.

บทว่า ยโต เท่ากับ ยทา หรือ ยสฺมา (แปลว่า เมื่อใดหรือ เพราะเหตุใด). บทว่า อริโย ความว่า เป็นผู้อยู่ไกลจากกิเลสทั้งหลาย คือ

เป็นผู้บริสุทธิ์. บทว่า สมฺมทฺทโส ความว่า มีปกติเห็นเวทนาทั้งหมด หรือ

สัจจะทั้ง ๔ ไม่ผิดพลาดไป. บทว่า อจฺเฉจฺฉิ ตณฺหํ ความว่า ตัดตัณหา อันมีเวทนาเป็นราก ด้วยมรรคเบื้องปลาย ได้แก่ตัดขาดโดยไม่เหลือ. บทว่า