สุวิภตฺตํ (ทรงจำแนกไว้ดีแล้ว) ผู้ถึงซึ่งพระธรรมนั้นว่าเป็น สรณะ ตามนัย ที่กล่าวแล้ว ชื่อว่าถึงพระธรรมว่าเป็นสรณะ. (ส่วน) ผู้ถึงโดยนัยตรงกันข้าม จากที่กล่าวแล้ว ชื่อว่าไม่ถึงพระธรรมว่าเป็นสรณะ.
ชื่อว่า พระสงฆ์ เพราะประกอบด้วยความสม่ำเสมอกันด้วยศีลและ
ทิฏฐิ. พระสงฆ์นั้น โดยใจความก็ได้แก่ ชุมนุมแห่งพระอริยบุคคล ๘ จำพวก
สมดัง คำที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ในวิมานวัตถุนั่นแหละว่า
บัณฑิตทั้งหลาย กล่าวทานอันบุคคล
ให้แล้ว ในพระอริยสงฆ์ผู้บริสุทธิ์ เป็นคู่
แห่งบุรุษ ๔ เป็นบุรุษบุคคล ๘ เพราะเหตุ
ได้เห็นธรรม ว่ามีผลมาก ท่านจงเข้าถึง
พระสงฆ์นี้ เพื่อเป็นที่พึ่งเถิด ดังนี้.
ผู้ถึงซึ่งพระสงฆ์นั้นว่าเป็นสรณะ ตามนัยที่กล่าวมาแล้ว ชื่อว่าถึง พระสงฆ์ว่าเป็นสรณะ ส่วนผู้ถึงโดยนัยตรงข้ามจากที่กล่าวมาแล้ว ไม่ชื่อว่า ถึงพระสงฆ์ว่าเป็นสรณะ.
ก็ในเรื่องการถึงสรณคมน์นี้ เพื่อความเป็นผู้ฉลาดในสรณคมน์ พึง- ทราบวิธีดังนี้ คือ สรณะ ๑ สรณคมน์ ๑ ผู้ถึงสรณคมน์ ๑ ประเภท แห่งสรณคมน์ ๑ ผล (แห่งสรณคมน์) ๑ ความเศร้าหมอง (แห่งสรณ- คมน์) ๑ การขาด (แห่งสรณคมน์) ๑ ความผ่องแผ้ว (แห่งสรณคมน์) ๑.
พึงทราบวินิจฉัย ในวิธีเหล่านั้น โดยอรรถแห่งบทก่อน. ชื่อว่า สรณะ เพราะกำจัด (ทุกข์ภัยเป็นต้น ) อธิบายว่า รัตนะ คือพระพุทธเจ้า เป็นต้น ย่อมขจัดภัย ความหวาดกลัวทุกข์ ทุคติ กิเลสทั่วไปได้ คือยังภัย เป็นต้นให้พินาศไป เพราะการถึงสรณะนั้นนั่นแหละ ของผู้ถึงสรณะทั้งหลาย