คือ ในอรูปภูมิ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม
เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม
[๖๔๒] ภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยภาวนายปหาตัพพธรรม ฯลฯ ไม่ใช่ เพราะปุเรชาตปัจจัย
คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๑ ที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรม ฯลฯ
เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยภาวนายปหาตัพพธรรม ฯลฯ ไม่ใช่ เพราะปุเรชาตปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรม
เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย
คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนวทัสสเนนภาวนายปหาตัพพธรรม จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม
ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลาย หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ
เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพธรรม และเนว ทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรมและมหาภูตรูป ทั้งหลาย
เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยภาวนายปหาตัพพธรรม และเนว ทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย