คือ เจตนาที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็น เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐาน รูป ฯลฯ
ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย
คือ สัมปยุตตเจตนา อาศัยโมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา
ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ
คือ สัมปยุตตเจตนา อาศัยโมหะ ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
[๘๐๔] ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และ เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ
คือ สัมปยุตตเจตนา อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และโมหะ
[๘๐๕] ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม และ เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย
คือ สัมปยุตตเจตนา อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ
[๘๐๖] ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปากปัจจัย ปฏิสนธิ ไม่มี
[๘๐๗] เนวทัสสเนนนภาวนาย ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอาหารปัจจัย
คือ พาหิรรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ฯลฯ
ไม่ใช่เพราะอินทริยปัจจัย
คือ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ ทั้งหลาย รูปชีวิตินทรีย์ อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย
ไม่ใช่เพราะฌานปัจจัย
คือ ปัญจวิญญาณ พึงกระทำมหาภูตรูปทั้งหลาย