เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมุปคญาณ ฯลฯ กระทำอนาคตังสญาณให้เป็น อารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ
บุคคลกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม และมหัคคตธรรมให้เป็นอารมณ์ อย่างหนักแน่นแล้ว ย่อมยินดี เพราะกระทำขันธ์นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะที่เป็น มหัคคตารัมมณธรรม ฯลฯ ทิฏฐิ ฯลฯ
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
[๑๕๘๐] มหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตารัมมณธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลกระทำปฐมฌานปัจจเวกขณะให้เป็น อารมณ์อย่างหนักแน่นแล้วพิจารณา กระทำอนาคตังสญาณปัจจเวกขณะให้เป็นอารมณ์อย่าง หนักแน่น ฯลฯ
บุคคลกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม และปริตตธรรมให้เป็นอารมณ์ อย่างหนักแน่นแล้ว ย่อมยินดี เพราะกระทำขันธ์นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะที่เป็น ปริตตารัมมณธรรม ฯลฯ ทิฏฐิ เกิดขึ้น
[๑๕๘๑] อัปปมาณารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปมาณารัมมณธรรม โดย อธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค กระทำมรรคให้เป็น อารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา กระทำผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรมเป็นปัจจัยแก่ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
[๑๕๘๒] อัปปมาณารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตารัมมณธรรม ฯลฯ
มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระเสขบุคคลทั้งหลายกระทำโคตรภูให้ เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา กระทำโวทานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว