ปัฏฐาน ภาค ๒
ฉบับหลวง · เล่ม ๔๑ · หน้า ๓๕๑ · ข้อ 1097 1098 1099 1100 1101
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

บุคคลกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาจยคามิธรรม ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำขันธ์นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะเกิดขึ้น ทิฏฐิเกิดขึ้น

ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่อธิปติธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต ขันธ์ทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย

[๑๐๙๗] อาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม โดยอธิปติ ปัจจัย

มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่อธิปติธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่ จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย

[๑๐๙๘] อาจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่อาจยคามิธรรม และเนวาจยคามินาปจย คามิธรรม โดยอธิปติปัจจัย

มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่อธิปติธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม เป็นปัจจัย แก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย

[๑๐๙๙] อปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่อปจยคามิธรรม โดยอธิปติปัจจัย

มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่อธิปติธรรมที่เป็นอาจยคามิธรรม เป็นปัจจัย แก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย

[๑๑๐๐] อปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่อาจยคามิธรรม โดยอธิปติปัจจัย

มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่พระเสกขบุคคลทั้งหลายออกจากมรรค กระทำมรรคให้หนักแน่นแล้ว พิจารณา

[๑๑๐๑] อปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม โดยอธิปติ ปัจจัย

มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ

ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่พระอรหันต์ออกจากมรรค กระทำมรรคให้เป็นอารมณ์ อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา