คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม คลุกเคล้ากับเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุก ธรรม ฯลฯ
คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย คลุกเคล้ากับโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา
ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม คลุกเคล้ากับเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุก ธรรม ฯลฯ
คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย คลุกเคล้ากับโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
[๘๖๐] ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม คลุกเคล้ากับทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ
คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และโมหะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
[๘๖๑] ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม คลุกเคล้ากับภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ
คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
[๘๖๒] เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม คลุกเคล้ากับทัสสเนนปหา ตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม คลุกเคล้ากับทัสสเนนปหาตัพพเหตุก ธรรม ฯลฯ
คือ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา คลุกเคล้ากับขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา
ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม คลุกเคล้ากับทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ
คือ ขันธ์ ๓ และโมหะ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ขันธ์ ๒ ฯลฯ
คลุกเคล้ากับภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ มี ๓ นัย