[๑๓๙] อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอารัมมณ ปัจจัย
คือ พระอริยะทั้งหลายออกจากฌาน ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร ฯลฯ ออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผล พิจารณาผล เพราะปรารภฌานเป็นต้นนั้น วิตกเกิดขึ้น
พระอริยะทั้งหลาย พิจารณานิพพาน นิพพาน เป็นปัจจัยแก่มรรค แก่ผลที่เป็น อวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิตก โดยอารัมมณปัจจัย
บุคคลพิจารณาเห็นซึ่งจักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และ วิจาร โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะ ปรารภจักขุเป็นต้นนั้น วิตก เกิดขึ้น
เพราะปรารภขันธ์ที่เป็นอวิจารธรรม และวิจาร วิตก เกิดขึ้น
[๑๔๐] อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจาร ธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ นิพพาน เป็นปัจจัยแก่มรรค แก่ผล ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมและวิจาร โดย อารัมมณปัจจัย
[๑๔๑] อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจาร มัตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ พระอริยะทั้งหลาย ออกจากฌาน ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร ฯลฯ ออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผล พิจารณาผล เพราะปรารภฌานเป็นต้น ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจาระ และวิตก เกิดขึ้น
พระอริยะทั้งหลาย พิจารณานิพพาน นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน และวิตก ฯลฯ แก่มรรค มีวิตก มีวิจาร และวิตก แก่ผล มีวิตก มีวิจารและวิตก แก่อาวัชชนะ และวิตก โดยอารัมมณปัจจัย
บุคคลพิจารณาเห็นซึ่งจักขุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาเพราะ ปรารภจักขุนั้น ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจาระ และวิตก เกิดขึ้น