เพราะปรารภโทมนัสที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม โทมนัสที่เป็นภาวนายปหา ตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น อุทธัจจะ เกิดขึ้น
[๘๘๗] ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ
คือ บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่งซึ่งราคะที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เพราะปรารภราคะนั้น ราคะที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้น วิจิกิจฉา เกิดขึ้น โทมนัสที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น
เพราะปรารภอุทธัจจะ ทิฏฐิ เกิดขึ้น วิจิกิจฉา เกิดขึ้น โทมนัสที่เป็นทัสสเนนปหา ตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น
เพราะปรารภโทมนัสที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม โทมนัสที่เป็นทัสสเนนปหา ตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้น วิจิกิจฉา เกิดขึ้น
[๘๘๘] ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่เนวทัสสเนนนภาวนายปหา ตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ
คือ พระอริยะทั้งหลายพิจารณากิเลสที่ละแล้วที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม กิเลส ที่ข่มแล้ว ฯลฯ ที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ฯลฯ
บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม โดยความเป็นของ ไม่เที่ยง ฯลฯ
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม โดย เจโตปริยญาณ
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ แก่ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคตญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ และโมหะ โดยอารัมมณปัจจัย
[๘๘๙] ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย