คือ ขันธ์ ๓ ที่เป็นมัคคารัมมณธรรม และมัคคาธิปติธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็น มัคคารัมมณธรรม และมัคคาธิปติธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
[๑๗๘๐] มัคคเหตุกธรรม อาศัยมัคคเหตุกธรรม และมัคคาธิปติธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย
คือ อธิปติธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมัคคเหตุกธรรม และ มัคคาธิปติธรรม
มัคคาธิปติธรรม อาศัยมัคคเหตุกธรรม และมัคคาธิปติธรรม ฯลฯ
คือ อธิปติธรรมที่เป็นมัคคาธิปติธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมัคคเหตุกธรรม และ มัคคาธิปติธรรม
มัคคเหตุกธรรม และมัคคาธิปติธรรม อาศัยมัคคเหตุกธรรม และมัคคาธิปติ ธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย
คือ อธิปติธรรมที่เป็นมัคคเหตุกธรรม และมัคคาธิปติธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็น มัคคเหตุกธรรม และมัคคาธิปติธรรม
[๑๗๘๑] มัคคารัมมณธรรม อาศัยมัคคารัมมณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ ปุเรชาตปัจจัย ไม่ใช่เพราะปัจฉาชาตปัจจัย มีหัวข้อปัจจัยทั้ง ๒ พึงใส่ให้หมด
[๑๗๘๒] มัคคารัมมณธรรม อาศัยมัคคารัมมณธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอาเสวน ปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นมัคคารัมมณธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
มัคคาธิปติธรรม อาศัยมัคคารัมมณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอาเสวนปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ ที่เป็นมัคคาธิปติธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นมัคคารัมมณธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
มัคคารัมมณธรรม และมัคคาธิปติธรรม อาศัยมัคคารัมมณธรรม ฯลฯ ไม่ใช่ เพราะอาเสวนปัจจัย