บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม และมหัคคตธรรม โดย ความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดี เพราะปรารภขันธ์นั้น ราคะที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิตที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม และมหัคคต ธรรม โดยเจโตปริยญาณ
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม และมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดย อารัมมณปัจจัย
[๑๕๗๓] มหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตารัมมณธรรม โดยอารัมมณ ปัจจัย
คือ บุคคลพิจารณาปฐมฌานปัจจเวกขณะ พิจารณาเนวสัญญานาสัญญายตนปัจจเวก ขณะ พิจารณาทิพพจักขุปัจจเวกขณะ พิจารณาทิพพโสตธาตุปัจจเวกขณะ อิทธิวิธญาณ ฯลฯ เจโตปริยญาณ ฯลฯ ปุพเพนิวาสนุสสติญาณ ฯลฯ ยถากัมมุปคญาณ ฯลฯ พิจารณาอนาคตัง สญาณปัจจเวกขณะ
พระอริยะทั้งหลายพิจารณากิเลสที่ละแล้ว ที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม พิจารณากิเลสที่ ข่มแล้ว รู้ซึ่งกิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน
บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม และปริตตธรรม โดย ความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภขันธ์นั้น ราคะที่เป็น ปริตตารัมมณธรรม ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม และปริตตธรรม โดยเจโตปริยญาณ
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม และปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ แก่ปุพเพนิวาสนุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณแก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณ ปัจจัย