Long Discourses: The Pāṭika Chapter
Édition thaïe MBU · Sutta Piṭaka — The Basket of Discourses · Volume 16 · 476 pages
Résumé par IA à partir du volume entier (43 sujets) — cliquez pour aller à la page où commence un sujet.
- Page 1–15 ลักขณสูตร: พระพุทธเจ้าทรงแสดงมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการ และเริ่มอธิบายกรรมเก่า พระพุทธเจ้าประทับ ณ วัดเชตวัน ตรัสแก่ภิกษุว่าผู้มีมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการครบถ้วนจะมีคติเป็นสองทางเท่านั้น คือถ้าครองเรือนจะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ถ้าออกผนวชจะได้เป็นพระพุทธเจ้า จากนั้นทรงแจกแจงลักษณะทั้ง ๓๒ อย่างละเอียด เช่น ฝ่าพระบาทเรียบเสมอ ลายจักรใต้ฝ่าพระบาท นิ้วยาว ผิวดุจทองคำ แล้วเริ่มเล่าย้อนถึงกรรมดีในอดีตชาติที่เป็นเหตุให้ได้แต่ละลักษณะ เช่น การรักษาศีลสัจจะทำให้เท้าเรียบเสมอ การให้ทานทำให้เกิดลายจักรที่ฝ่าเท้า การไม่ฆ่าสัตว์ทำให้อายุยืน
- Page 16–30 ลักขณสูตร: กรรมเก่าเบื้องหลังลักษณะกลางพระวรกาย พระพุทธเจ้าทรงเล่าต่อถึงกรรมในอดีตชาติที่ทำให้เกิดลักษณะต่างๆ เช่น การสงเคราะห์ผู้คนด้วยสังคหวัตถุ ๔ ทำให้ฝ่ามือฝ่าเท้าอ่อนนุ่มมีลายตาข่าย การพูดคำมีประโยชน์ทำให้พระบาทดุจสังข์คว่ำ การสอนศิลปวิทยาด้วยความปรารถนาดีทำให้พระชงฆ์เรียวงาม การไม่โกรธและให้ผ้าเนื้อดีทำให้ผิวเป็นทอง การพาญาติพลัดพรากมาพบกันทำให้มีคุยหะซ่อนในฝัก และการเลือกให้ทานแก่ผู้ควรทำให้พระวรกายกลมกลืนดุจต้นนิโครธ
- Page 31–43 ลักขณสูตร: ลักษณะที่เหลือและการจบพระสูตร ทรงอธิบายกรรมเก่าที่ทำให้เกิดลักษณะสุดท้าย เช่น การไม่เบียดเบียนสัตว์ทำให้มีเส้นประสาทรับรสอาหารดีเยี่ยม การมองด้วยสายตาเมตตาไม่ค้อนไม่ชำเลืองทำให้ตาดำสนิทดุจตาโค การเป็นผู้นำในกุศลธรรมทำให้พระเศียรกลมดุจประดับกรอบพระพักตร์ การพูดความจริงทำให้พระโลมาขึ้นเส้นละเดียวและมีอุณาโลม การไม่พูดส่อเสียดทำให้มีฟัน ๔๐ ซี่ไม่ห่าง จบด้วยพระพุทธเจ้าตรัสจบพระสูตร ภิกษุทั้งหลายชื่นชมยินดี ปิดท้ายว่า จบลักขณสูตรที่ ๗
- Page 44–63 อรรถกถาลักขณสูตร: ไขความหมายมหาปุริสลักษณะแต่ละข้อ พระอรรถกถาจารย์อธิบายรายละเอียดศัพท์และเหตุผลเชิงกรรมของมหาปุริสลักษณะแต่ละข้อในลักขณสูตร ไขว่าเหตุใดกรรมดีต่างๆ เช่น การให้ทาน การไม่เบียดเบียน การพูดคำสัตย์ การไม่ยุยงให้แตกแยก จึงส่งผลให้เกิดลักษณะทางกายภาพนั้นๆ โดยเฉพาะ พร้อมขยายความหมายของคำศัพท์ยากและยกตัวอย่างประกอบ เนื้อหายังดำเนินต่อเนื่องไม่จบภายในช่วงหน้านี้
- Page 64–65 ปัญญา ๖ ประเภทของพระพุทธเจ้า หลังตอบคำถามว่าลักษณะทั้งหมดเกิดจากกรรมที่กล่าวแล้วเท่านั้น พระอรรถกถาจารย์อธิบายคำว่า มีปัญญามาก โดยจำแนกปัญญาเป็น ๖ ชนิด คือ มหาปัญญา ปุถุปัญญา ทาสปัญญา ชวนปัญญา ติกขปัญญา และนิพเพธิกปัญญา
- Page 66–76 กรรมแห่งวาจาสุจริตกับลักษณะมหาบุรุษ จบลักขณสูตร ต่อเรื่องกรรมเก่า: คนมักโกรธหน้าตาหมองคล้ำ แต่พระตถาคตไม่เคยโกรธผู้ใดจึงมีผิวกายดุจทอง คนพูดส่อเสียดทำลายมิตรฟันจะห่าง แต่พระองค์ไม่เคยพูดส่อเสียดจึงมีฟันเรียบเสมอ คนพูดคำหยาบลิ้นจะกระด้างเสียงแตก พระองค์ไม่เคยพูดหยาบจึงมีพระชิวหาใหญ่เสียงดุจพรหม จบอรรถกถาลักขณสูตรที่ ๗
- Page 77–93 สิงคาลกสูตร: พระพุทธเจ้าทรงสอนคิหิปฏิบัติ สิงคาลกคฤหบดีบุตรไหว้ทิศ ๖ ตามคำสั่งเสียของบิดาโดยไม่รู้ความหมาย พระพุทธเจ้าเสด็จผ่านมาพบจึงตรัสสอนความหมายที่แท้จริงในแบบอริยสาวก คือละกรรมกิเลส ๔ ไม่ทำบาปเพราะอคติ ๔ ไม่เสพอบายมุข ๖ รู้จักแยกมิตรเทียมกับมิตรแท้ และปฏิบัติหน้าที่ต่อทิศ ๖ สิงคาลกเลื่อมใสประกาศตนถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ
- Page 94–101 ที่มาสิงคาลกสูตร และอคติ ๔ โทษของสุรา อรรถกถาเล่าประวัติสวนเวฬุวันและปูมหลังสิงคาลกบุตรคฤหบดีที่บิดาสอนให้ไหว้ทิศแทนการเข้าหาสมณะ อธิบายอคติ ๔ และโทษการดื่มสุรา ๖ ประการ
- Page 102–106 โทษเที่ยวกลางคืน ดูมหรสพ เล่นพนัน คบคนชั่ว เกียจคร้าน อธิบายรายละเอียดโทษของอบายมุขที่เหลือ: เที่ยวกลางคืนไม่มีใครคุ้มครอง ดูมหรสพเสียเวลาทำมาหากิน เล่นพนันก่อเวรเสียทรัพย์ คบคนชั่วนำไปสู่นักเลง คนเกียจคร้านมักอ้างเหตุหนาวร้อนหิวกระหายไม่ทำงาน
- Page 107–111 มิตรเทียม ๔ และมิตรแท้ ๔ โดยละเอียด แบ่งทรัพย์ ๔ ส่วน อธิบายมิตรเทียม ๔ จำพวก และมิตรแท้ ๔ จำพวก สุดท้ายสอนแบ่งทรัพย์เป็น ๔ ส่วน ใช้สอย ๑ ลงทุน ๒ เก็บออมไว้ยามคับขัน ๑
- Page 112–120 หน้าที่ต่อทิศ ๖: บิดามารดา อาจารย์ ภรรยา มิตร คนรับใช้ อธิบายรายละเอียดหน้าที่บุตรพึงปฏิบัติต่อบิดามารดา ศิษย์ต่ออาจารย์ สามีภรรยาต่อกัน มิตรต่อมิตร นายต่อบ่าวไพร่ ท้ายหน้า ๑๒๐ เริ่มอธิบายหน้าที่ต่อสมณพราหมณ์ทิศเบื้องบนแต่ยังไม่จบ
- Page 121–122 อรรถกถาสิงคาลกสูตร: หน้าที่ทิศ ๖ (มารดาบิดา อาจารย์ ภรรยา มิตร บ่าวไพร่ สมณะ) อรรถกถาไขความสิงคาลกสูตรต่อจากพระสูตรหลัก อธิบายหน้าที่ที่บุตรพึงทำต่อมารดาบิดา ศิษย์ต่ออาจารย์ สามีต่อภรรยา นายต่อบ่าวไพร่ และคฤหัสถ์ต่อสมณพราหมณ์ จบด้วยสิงคาลกะรับไตรสรณคมน์และบริจาคทรัพย์ ๔๐ โกฏิบำรุงศาสนา
- Page 123–140 อาฏานาฏิยสูตร: ท้าวจตุมหาราชถวายมนตร์คุ้มครองภิกษุ ท้าวจตุมหาราชทั้ง ๔ เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าที่เขาคิชฌกูฏ ท้าวเวสวัณกราบทูลว่ายักษ์ชั้นสูงบางพวกไม่เลื่อมใสในศีล ๕ จึงทูลขอให้ทรงเรียน "อาฏานาฏิยรักษ์" ไว้คุ้มครองภิกษุที่ปลีกวิเวกในป่า ท้าวเวสวัณกล่าวคาถานอบน้อมพระพุทธเจ้า ๗ พระองค์ พรรณนาทิศ ๔ ที่ท้าวมหาราชแต่ละองค์ปกครองและรายชื่อยักษ์เสนาบดี
- Page 141–156 อรรถกถาอาฏานาฏิยสูตร: ไขศัพท์ ตำนานท้าวเวสวัณ และวิธีสวดมนต์คุ้มครอง อรรถกถาไขคำศัพท์ในอาฏานาฏิยสูตรทีละบท เล่าตำนานท้าวเวสวัณซึ่งเดิมเป็นพราหมณ์ใจบุญชื่อกุเวร พร้อมคำแนะนำเชิงปฏิบัติสำหรับภิกษุที่ถูกอมนุษย์รบกวน
- Page 157–161 สังคีติสูตร: จุดเริ่มต้นแนวคิดสังคายนาพระธรรม พระพุทธเจ้าประทับที่สวนมะม่วงนายจุนทะ เมืองปาวา ทรงมอบให้พระสารีบุตรแสดงธรรมต่อจากพระองค์ ขณะนั้นนิครนถ์นาฏบุตรเพิ่งสิ้นชีวิต ทำให้สาวกแตกแยกทะเลาะวิวาทกันเรื่องคำสอน พระสารีบุตรเห็นเหตุนี้จึงเสนอต่อภิกษุสงฆ์ว่าควรร่วมกันสังคายนาพระธรรมวินัย
- Page 162–177 สังคีติสูตร: หมวดธรรมที่ ๑-๓ (ยังไม่จบ) พระสารีบุตรเริ่มแสดงธรรมโดยจัดหมวดตามจำนวน เริ่มจากหมวด ๑ (สัตว์ทั้งปวงดำรงอยู่ด้วยอาหารและด้วยสังขาร) หมวด ๒ (เช่น นามรูป หิริโอตตัปปะ) และหมวด ๓ ซึ่งยาวที่สุด ครอบคลุมอกุศลมูล ๓ กุศลมูล ๓ ไตรสิกขา ตัณหา ๓ อาสวะ ๓ ภพ ๓ วิชชา ๓
- Page 178–186 หมวด ๓ (จบ) ถึงหมวด ๔ ว่าด้วยสติปัฏฐาน ฌาน สมาธิภาวนา และอริยวงศ์ ปิดท้ายหมวดธรรมละ ๓ ด้วยเรื่องการแสวงหา มานะ เวทนา ไฟกิเลส และเถระ ๓ แบบ จากนั้นขึ้นหมวด ๔ เริ่มด้วยสติปัฏฐาน ๔ สัมมัปปธาน ๔ อิทธิบาท ๔ ฌาน ๔ ขั้น สมาธิภาวนา ๔ แบบ พรหมวิหาร ๔ อรูปฌาน ๔ และปิดท้ายด้วยอริยวงศ์ ๔ ที่สอนให้สันโดษในจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และยินดีในการละกิเลส
- Page 187–199 องค์คุณพระโสดาบัน ธาตุ อาหาร และเหตุแห่งตัณหา (หมวด ๔ จบ ถึงหมวด ๕ เริ่ม) อธิบายองค์ประกอบที่ทำให้บรรลุโสดาบัน คือคบสัตบุรุษ ฟังธรรม ใคร่ครวญโดยแยบคาย ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ตามด้วยธาตุ ๔ อาหาร ๔ วิญญาณฐิติ ๔ อคติ ๔ เหตุเกิดตัณหาในภิกษุ กรรม ๔ ประเภทตามสีดำ-ขาว และปิดหมวด ๔ ก่อนขึ้นหมวด ๕ ด้วยขันธ์ ๕ และอุปาทานขันธ์ ๕
- Page 200–212 กามคุณ นิวรณ์ สังโยชน์ ศีลวิบัติ-สมบัติ และเจโตวิมุตติของพระอนาคามี (หมวด ๕) ว่าด้วยกามคุณ ๕ คติ ๕ มัจฉริยะ ๕ นิวรณ์ ๕ สังโยชน์เบื้องต่ำและเบื้องสูง ศีล ๕ พยสนะและสัมปทา ๕ อธิบายโทษของศีลวิบัติกับอานิสงส์ศีลสมบัติ องค์แห่งความเพียร ๕ พระอนาคามี ๕ ประเภท และวิมุตตายตนะ ๕
- Page 213–227 อายตนะ ๖ สาราณียธรรม วิวาทมูล และเจโตวิมุตติที่สลัดกิเลสได้จริง (หมวด ๖) อธิบายอายตนะภายใน-ภายนอก ๖ อคารวะ-สคารวะ ๖ สาราณียธรรม ๖ ที่สร้างความสามัคคีในสงฆ์ วิวาทมูล ๖ จากนั้นเป็นบทสนทนาโต้แย้งภิกษุที่อ้างว่าเจริญเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาแล้วแต่กิเลสยังครอบงำ ชี้ว่าเป็นไปไม่ได้เพราะภาวนาเหล่านี้เป็นเครื่องสลัดกิเลสนั้นโดยตรง ปิดท้ายด้วยอนุสสติฐาน ๖
- Page 228–234 อริยทรัพย์ โพชฌงค์ ๗ มรรคมีองค์ ๘ และเริ่มหมวด ๘ (ยังไม่จบ) กล่าวถึงอริยทรัพย์ ๗ โพชฌงค์ ๗ มรรคมีองค์แปดเรียกสมาธิบริขาร ๗ อสัทธรรม-สัทธรรม ๗ สัปปุริสธรรม ๗ อนุสัย สังโยชน์ และอธิกรณสมถะ ๗ จบหมวด ๗ แล้วขึ้นหมวด ๘ ด้วยมิจฉัตตะ ๘ สัมมัตตะ ๘ ทักขิเณยยบุคคล ๘ และเริ่มกุสีตวัตถุ ๘ ซึ่งข้อความถูกตัดกลางคันเมื่อจบหน้า ๒๓๔
- Page 235–245 สังคีติหมวด ๘: มิจฉัตตะ-สัมมัตตะ กุสีตวัตถุ ทานวัตถุ วิโมกข์ เข้าสู่หมวดธรรม ๘ เริ่มจากมรรคผิด ๘ คู่กับมรรคถูก ๘ ทักขิเณยยบุคคล ๘ ประเภท เหตุแห่งความเกียจคร้าน ๘ ข้อเทียบกับเหตุแห่งการปรารภความเพียร ๘ ข้อ แรงจูงใจการให้ทาน ๘ แบบ โลกธรรม ๘ บริษัท ๘ ฌานครอบงำอารมณ์ และปิดท้ายด้วยวิโมกข์ ๘ ขั้น
- Page 246–254 สังคีติหมวด ๙: อาฆาตวัตถุ สัตตาวาส ฌานสมาบัติ หมวดธรรม ๙ ว่าด้วยเหตุผูกความอาฆาต ๙ แบบพร้อมวิธีคลายความอาฆาต ที่อยู่ของสัตว์ ๙ ระดับตั้งแต่มนุษย์จนถึงภพอรูปฌาน ๙ กรณีที่ไม่ใช่จังหวะเหมาะแก่การประพฤติพรหมจรรย์ และลำดับการเข้าฌานสมาบัติ ๙ ขั้น
- Page 255–263 สังคีติหมวด ๑๐ (จบสังคีติสูตร): นาถกรณธรรม กสิณ กรรมบถ หมวดสุดท้ายของสังคีติสูตร ว่าด้วยธรรมที่ทำให้ภิกษุมีที่พึ่งได้ ๑๐ ประการ กสิณ ๑๐ อกุศลกรรมบถและกุศลกรรมบถ ๑๐ อริยวาส ๑๐ และอเสขธรรม ๑๐ จบพระสูตรด้วยพระพุทธเจ้าทรงลุกขึ้นสรรเสริญพระสารีบุตรว่าแสดงสังคีติปริยายได้ดี ภิกษุทั้งหลายต่างพากันชื่นชมยินดี
- Page 264–273 อรรถกถาสังคีติสูตร: พระพุทธเจ้าเสด็จเมืองปาวา เหตุแห่งพระสูตร อรรถกถาเล่าเบื้องหลังพระสูตรว่า พระพุทธเจ้าทรงเห็นด้วยพระญาณว่าเจ้ามัลละเมืองปาวาสร้างศาลาใหม่ จึงเสด็จไปโปรดพร้อมภิกษุ ๕๐๐ รูป บรรยายพระรัศมีอันงดงามและความสงบนิ่งของหมู่สงฆ์ดุจเปลวประทีปในที่ไร้ลม จากนั้นทรงให้พระสารีบุตรแสดงธรรมแทน อรรถกถาเริ่มไขความหมวดธรรมหนึ่ง
- Page 274–287 อรรถกถาหมวดธรรม ๒: นามรูป หิริโอตตัปปะ ศีล-ทิฏฐิสมบัติ อรรถกถาไขความหมวดธรรม ๒ อย่างละเอียด อธิบายว่านามคือขันธ์ ๔ กับนิพพาน ส่วนรูปคือมหาภูตรูปและรูปอาศัย จากนั้นอธิบายคู่ธรรมตรงข้ามหลายสิบคู่ เช่น หิริ-โอตตัปปะ มิตรดี-มิตรชั่ว ขันติ-โสรัจจะ สติสัมปชัญญะ ศีลวิบัติ-ศีลสมบัติ ทิฏฐิวิบัติ-ทิฏฐิสมบัติ รวมทั้งสิ้น ๓๕ คู่
- Page 288–291 อรรถกถาหมวดธรรม ๓ เริ่มต้น: อกุศลมูล ทุจริต-สุจริต วิตก จบการไขความหมวดธรรม ๒ แล้วเข้าสู่หมวดธรรม ๓ อรรถกถาอธิบายอกุศลมูล ๓ คือ โลภะ โทสะ โมหะ ทุจริตและสุจริตทางกาย วาจา ใจ และเริ่มอธิบายวิตกฝ่ายอกุศล ๓ คือ กามวิตก พยาบาทวิตก วิหิงสาวิตก
- Page 292–296 จบธรรมหมวด ๒ เริ่มหมวด ๓: อกุศลมูล ทุจริต วิตก ตัณหา สังโยชน์ อาสวะ อรรถกถาสรุปคู่ธรรมสุดท้ายในหมวดสอง แล้วเริ่มหมวดสามด้วยอกุศลมูล ๓ อธิบายทุจริต-สุจริตทางกาย วาจา ใจ วิตกและสัญญาฝ่ายกาม พยาบาท วิหิงสา ธาตุต่างๆ ตัณหา ๓ ระดับ สังโยชน์ ๓ ที่ผูกสัตว์ไว้ในวัฏฏะ และเริ่มไล่ความหมายอาสวะ ๓ อย่าง
- Page 297–308 เอสนา มานะ ๙ อย่าง และไฟสี่กอง: เรื่องมิตตวินทุกะกับหญิงนอกใจที่กลายเป็นเปรต อธิบายเอสนา ๓ และมานะ ๙ อย่าง จากนั้นอธิบาย "ไฟ" ที่เผาผลาญคน คือราคะ โทสะ โมหะ เล่าเรื่องภิกษุณีถูกราคะเผาจนตาย เรื่องนายมิตตวินทุกะเนรคุณแม่แล้วถูกจักรคมหมุนบดขยี้ศีรษะไม่รู้จบเพราะความโลภไม่มีที่สิ้นสุด และเรื่องหญิงนอกใจสามีตายไปเกิดเป็นเปรตถูกสุนัขกัดกินทุกคืน
- Page 309–327 รูปสังคหะ สังขาร บุญกิริยาวัตถุ กามของเทวดา ปัญญา อาวุธ อินทรีย์ และประตูสู่นิพพาน อธิบายการจัดหมวดรูป สังขาร ๓ บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ อย่าง กล่าวถึงเทวดาชั้นนิมมานรดีและปรนิมมิตวสวัตดีที่เสพกามด้วยการเนรมิตอารมณ์ ปัญญา ๓ ที่มาจากคิด ฟัง และภาวนา อาวุธของภิกษุ อินทรีย์และดวงตา ๓ ระดับ และประตูสู่นิพพานสามบาน ก่อนขึ้นหมวดสี่ว่าด้วยสัมมัปปธาน อิทธิบาท และฌาน
- Page 328–341 อริยวงศ์ ๔: เรื่องพระบังสุกูลิกเถระผู้ไหว้ผ้าเปื้อนคูถดุจไหว้พระพุทธเจ้าจนบรรลุอรหัตต์ เริ่มอธิบายอริยวงศ์ ๔ ประเพณีของพระอริยะ คือความสันโดษในจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และความยินดีในภาวนา เล่าเรื่องพระบังสุกูลิกเถระเที่ยวหาผ้าบังสุกุลด้วยจิตบริสุทธิ์ จนพบผ้าเปื้อนอุจจาระเต็มด้วยหนอนแมลงวันในกองขยะ ท่านกราบไหว้ผ้านั้นราวกับไหว้พระพุทธเจ้า นำมาทำจีวรจนบรรลุอรหัตต์
- Page 342–348 อริยวงศ์ข้อ ๔: ยินดีในการเจริญและการละ พร้อมญาณสี่ชนิดและเริ่มองค์แห่งโสดาบัน เปรียบอริยวงศ์ ๓ ข้อแรกว่ายิ่งใหญ่ดุจขยายแผ่นดิน แล้วอธิบายข้อที่ ๔ คือความยินดีในการเจริญกุศลและละอกุศลควบคู่กันตลอดทุกขั้นของมรรค อธิบายสัมมัปปธานใหม่โดยโยงกับนิพพาน ญาณ ๔ ชนิด และเริ่มองค์แห่งการบรรลุโสดาบัน ๔ ซึ่งยังไม่จบในหน้าสุดท้าย
- Page 349–358 อริยวงศ์ข้อยินดีในภาวนา และธรรมหมวดสี่ปกิณกะ อรรถกถาต่อเรื่องมหาอริยวงศ์ข้อสุดท้าย "ยินดีในภาวนาและการละกิเลส" อธิบายด้วยพระบาลีจากปฏิสัมภิทามรรค ทสุตตรสูตร สติปัฏฐานสูตร และอภิธรรม จากนั้นไขความหมวดสี่อื่น เช่น ความเพียร ๔ ความหมดจดของทักษิณา ๔ แบบ กำเนิดสัตว์ ๔ และปิดท้ายด้วยสมณะ ๔ จำพวก
- Page 359–377 ธรรมหมวดห้าและหมวดหก และเรื่องภิกษุวิวาทที่โกสัมพี หมวดห้า อธิบายขันธ์ ๕ ความตระหนี่ ๕ นิวรณ์ ๕ สัญโญชน์ ๕ ต่อด้วยหมวดหก อธิบายอายตนะภายใน-นอก วิญญาณ ๖ สัมผัส ๖ ตัณหา ๖ ที่โดดเด่นคือมูลเหตุแห่งการวิวาท ๖ ประการ ยกตัวอย่างภิกษุ ๒ รูปทะเลาะกันที่เมืองโกสัมพี จนลามไปถึงศิษย์ ภิกษุณี อุปัฏฐาก เทวดารักษา และเทวโลกชั้นต่างๆ
- Page 378–392 ธรรมหมวดเจ็ด หมวดแปด หมวดเก้า: นิททสวัตถุ อธิกรณสมถะ และเหตุแห่งทาน หมวดเจ็ด อธิบายอริยทรัพย์ ๗ โพชฌงค์ สัปปุริสธรรม ๗ และนิททสวัตถุ ๗ รวมทั้งวิธีระงับอธิกรณ์สงฆ์ ๗ แบบ หมวดแปด อธิบายเหตุแห่งความเกียจคร้าน-ความเพียร ๘ และเหตุแห่งการให้ทาน ๘ พร้อมคาถา "การฝึกจิตที่ยังไม่เคยฝึกชื่อว่าทาน" หมวดเก้า อธิบายเหตุแห่งความอาฆาต ๙ และภูมิที่อยู่ของสัตว์ ๙ ประเภท
- Page 393–405 ธรรมหมวดสิบ จบอรรถกถาสังคีติสูตร และเริ่มทสุตตรสูตร หมวดสิบ อธิบายธรรมที่เป็นที่พึ่งของตน ๑๐ กัลยาณมิตร กสิณ ๑๐ และกรรมบถ ๑๐ อย่างละเอียด ปิดท้ายด้วยอริยวาส ๑๐ ของพระขีณาสพ และสรุปพระสูตรทั้งหมด ๑,๐๑๔ ปัญหา ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญพระสารีบุตรและตรัสรับรองเป็น "ชินภาษิต" จบอรรถกถาสังคีติสูตร จากนั้นเริ่มทสุตตรสูตรที่พระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุ ๕๐๐ รูป ริมสระโปกขรณีคัคครา เมืองจำปา
- Page 406–410 ทสุตตรสูตร: พระสารีบุตรเริ่มแสดงธรรมหมวด ๑-๓ พระสารีบุตรแสดงทสุตตรสูตรแก่ภิกษุ ๕๐๐ รูปที่ริมสระโปกขรณีใกล้เมืองจำปา จัดธรรมเป็นหมวดตัวเลข ๑ ถึง ๑๐ แต่ละหมวดมี ๑๐ หัวข้อ เริ่มจากหมวด ๑ (ความไม่ประมาท) หมวด ๒ (สติสัมปชัญญะ สมถะวิปัสสนา) และหมวด ๓ (สมาธิ ๓ เวทนา ๓ ตัณหา ๓ มูล ๓ วิชชา ๓)
- Page 411–424 ทสุตตรสูตร หมวด ๔-๖: สติปัฏฐาน อริยสัจ อภิญญา ต่อเนื่องธรรมหมวด ๔ (สติปัฏฐาน อาหาร ๔ โอฆะ อริยสัจ ๔) หมวด ๕ (องค์แห่งความเพียร สัมมาสมาธิ ๕ องค์ อุปาทานขันธ์ นิวรณ์ วิมุตตายตนะ) และหมวด ๖ (สาราณียธรรม อนุสสติ อายตนะภายใน หมู่ตัณหา และอภิญญา ๖)
- Page 425–441 ทสุตตรสูตร หมวด ๗-๘: โพชฌงค์ กำลังพระขีณาสพ ผู้เกียจคร้าน-ขยัน วิโมกข์ จบอภิญญา ๖ แล้วขึ้นหมวด ๗ (อริยทรัพย์ โพชฌงค์ ๗ วิญญาณฐิติ อนุสัย สัปปุริสธรรม กำลัง ๗ ของพระขีณาสพ) จากนั้นหมวด ๘ อธิบายเหตุ ๘ ประการที่ทำให้ได้ปัญญา อริยมรรคมีองค์ ๘ โลกธรรม ๘ เหตุของคนเกียจคร้าน ๘ ข้อเทียบกับเหตุของผู้ปรารภความเพียร ๘ ข้อ อภิภายตนะ และวิโมกข์ ๘
- Page 442–447 ทสุตตรสูตร หมวด ๙: สัตตาวาส ตัณหา ฌานสมาบัติ หมวด ๙ อธิบายธรรมมีโยนิโสมนสิการเป็นมูล วิสุทธิ ๙ สัตตาวาส ๙ ธรรมมีตัณหาเป็นมูล เหตุแห่งความอาฆาตและการกำจัดความอาฆาต ๙ ประการ และอนุปุพพวิหาร-อนุปุพพนิโรธ (การเข้าฌานสมาบัติ ๙ ขั้นตามลำดับจนถึงสัญญาเวทยิตนิโรธ)
- Page 448–455 ทสุตตรสูตร หมวด ๑๐ จบ: กรรมบถ อริยวาส จบปาฏิกวรรค หมวด ๑๐ ปิดท้ายด้วยนาถกรณธรรม ๑๐ กสิณายตนะ ๑๐ อายตนะ ๑๐ กรรมบถ ๑๐ ทั้งฝ่ายเสื่อมและวิเศษ อริยวาส ๑๐ สัญญา ๑๐ นิชชิณณวัตถุ ๑๐ และอเสขธรรม ๑๐ รวมธรรมทั้งหมดกว่าพันข้อ ภิกษุฟังจบบรรลุอรหัตต์ จบทสุตตรสูตรที่ ๑๑ และจบปาฏิกวรรค
- Page 456–465 อรรถกถาทสุตตรสูตร: เหตุที่พระสารีบุตรแสดงสูตรนี้ อรรถกถาเล่าเบื้องหลังว่า ภิกษุที่มาเรียนกรรมฐานแล้วบรรลุมรรคผลในพรรษา เมื่อกลับมาเฝ้าพระศาสดา ทรงส่งไปหาพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะเสมือนมารดาและนางนม พระสารีบุตรจึงแสดงทสุตตรสูตรอันมีรสแห่งความสามัคคี จากนั้นอธิบายความหมายศัพท์ในหมวดธรรมต่างๆ ตามลำดับ
- Page 466–476 อรรถกถาทสุตตรสูตรจบ: บทส่งท้ายพระพุทธโฆษาจารย์ จบทีฆนิกาย อธิบายศัพท์ต่อจนครบทุกหมวดถึงหมวด ๑๐ รวมพระสูตรกล่าวปัญหา ๕๕๐ ข้อ ภิกษุ ๕๐๐ รูปฟังแล้วบรรลุอรหัตต์ อรรถกถาทสุตตรสูตรและปาฏิกวรรคจบ ตามด้วยบทส่งท้ายพระพุทธโฆษาจารย์ผู้แต่งอรรถกถาสุมังคลวิลาสินี บอกความยาวรวม ๑๔๐ ภาณวาร อวยพรให้โลกมีสุข ปิดท้ายด้วยคาถาสรรเสริญพระพุทธเจ้า เป็นการจบอรรถกถาทีฆนิกายทั้งเล่มโดยสมบูรณ์
Page 1–50
Page 51–100
Page 101–150
Page 151–200
Page 201–250
Page 251–300
Page 301–350
Page 351–400
Page 401–450