อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๓๖ · หน้า ๗๘๐ · ข้อ 335
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ทั้งหลายนั้นว่า เป็นของบุคคลผู้มีใจตั้งมั่น ย่อมไม่กล่าวว่า เป็นของบุคคล ผู้มีใจไม่ตั้งมั่น เราย่อมกล่าวแม้ความรู้ตามเป็นจริงซึ่งความสิ้นไปแห่งอาสวะ ทั้งหลายนั้นว่า เป็นของบุคคลผู้มีใจตั้งมั่น ย่อมไม่กล่าวว่า เป็นของบุคคลผู้มี ใจไม่ตั้งมั่น ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความตั้งใจมั่นเป็นทางถูก ความไม่ตั้งใจมั่น เป็นทางผิด ด้วยประการฉะนี้แล.

จบพลสูตรที่ ๑๐

อรรถกถาพลสูตร

พึงทราบวินิจฉัยในอรรถกถาพลสูตรที่ ๑๐ ดังต่อไปนี้ :-

บทว่า อาสภํ านํ ได้แก่ ฐานะอันประเสริฐสุด คือฐานะอันไม่

หวั่นไหว. บทว่า สีหนาทํ ได้แก่ การบันลืออย่างไม่เกรงกลัว คือบันลือ

ในฐานะเป็นประมุข. บทว่า พฺรหฺมจกฺกํ ได้แก่ จักรคือญาณอันประเสริฐ

คือปฏิเวธญาณ และญาณที่เหลือ. บทว่า านญฺจ านโต ได้แก่รู้เหตุ

โดยความเป็นเหตุ. บทว่า ยมฺปิ ความว่า ด้วยญาณใด. บทว่า อิทมฺปิ

ตถาคตสฺส ความว่า ฐานาฐานญาณแม้นี้ ชื่อว่า เป็นตถาคตพละของพระ

ตถาคต. แม้ในบททั้งปวงก็พึงทราบความอย่างนี้.

บทว่า กมฺมสมาทานานํ ได้แก่กุศลกรรม และอกุศลกรรมที่บุคคล

ตั้งใจกระทำแล้ว. อีกอย่างหนึ่ง กรรมนั่นเอง ชื่อว่า กรรมสมาทาน. บทว่า

านโส เหตุโส ความว่า ทั้งโดยปัจจัย ทั้งโดยเหตุ. บรรดาฐานะและเหตุ ทั้งสองอย่างนั้น คติ (กำเนิดมีนรกเป็นต้น) อุปธิ (อัตภาพ) กาล (เวลา

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้