อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๓๖ · หน้า ๕๕๔ · ข้อ 285
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ตายแล้วก็เจริญ อย่างนี้แล ภิกษุนี้เรียกว่า ผู้ยินดีนิพพาน ละสักกายะเพื่อ ทำที่สุดทุกข์โดยชอบ.

ครั้นท่านพระสารีบุตรได้กล่าวไวยากรณภาษิตนี้จบลงแล้ว จึงได้ กล่าวคาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่า

ผู้ใดประกอบธรรมที่เป็นเหตุให้เนิ่น-

ช้า ยินดีธรรมที่เป็นเหตุให้เนิ่นช้า เช่น

ดังมฤค ผู้นั้นย่อมไม่ได้ชมนิพพานที่เกษม

จากโยคะ หาธรรมอื่นยิ่งกว่ามิได้ ส่วนผู้

ใดละธรรมที่เป็นเหตุให้เนิ่นช้า ยินดีใน

บทคือธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้เนิ่นช้า ผู้นั้น

ย่อมได้ชมนิพพานที่เกษมจากโยคะ หา

ธรรมอื่นยิ่งกว่ามิได้.

จบอรรถกถาสูตรที่ ๔

อรรถกถาภัททกสูตร

พึงทราบวินิจฉัยในภัททกสูตรที่ ๔ ดังต่อไปนี้:-

บทว่า น ภทฺทกํ ความว่า ไม่ได้. อธิบายว่า ในสองอย่างนั้นผู้ ใดกลัวมากแล้ว ตาย ผู้นั้นชื่อว่า ตายไม่ดี. (ส่วน) ผู้ใด ถือปฏิสนธิในอบาย ผู้นั้น (ชื่อว่า) มีกาลกิริยาไม่ดี.

ในบทมีอาทิว่า กมฺมาราโม ดังนี้ สิ่งที่มายินดีชื่อว่า อารามะ อธิบายว่า ได้แก่ความยินดียิ่ง. บุคคล ชื่อว่า กมฺมาราโม เพราะมีความ

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้