ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๖๙ · หน้า ๗๒๕ · ข้อ 694
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเห็นอุปนิสัยของพระจุลบันถกนั้น จึงเสด็จ เข้าไปหาตรัสว่า ร้องไห้ทำไม. พระจุลบันถกกราบทูลเรื่องราวให้ทรงทราบ. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ผู้ไม่สามารถทำการท่องจำได้มิใช่เป็นผู้ไม่สมควร ในศาสนาของเรา อย่าเศร้าโศกไปเลย ปันถก แล้วเอาฝ่าพระหัตถ์ซึ่งมีรอยจักร ลูบศีรษะของพระจุลปันถกนั้น จูงที่แขนเสด็จเข้าสู่พระวิหารให้นั่ง ณ พระ- คันธกุฎีตรัสว่า ปันถก เธอจงนั่งลูบคลำผ้าเก่าผืนนี้ว่า รโชหรณํ รโชหรณํ นำธุลีออก นำธุลีออก แล้วทรงประทานชิ้นผ้าเก่าบริสุทธิ์อันเกิดด้วยฤทธิ์แก่ พระจุลปันถกนั้น เมื่อถึงเวลาทรงแวดล้อมด้วยภิกษุสงฆ์เสด็จไปเรือนของชีวก ประทับนั่ง ณ อาสนะที่เราปูลาดไว้. เมื่อพระจุลปันถูกลูบคลำชิ้นผ้าเก่าอยู่ อย่างนั้น ผ้าก็หมองได้มีสีดำโดยลำดับ พระจุลปันถกนั้นได้สัญญาว่า ชิ้นผ้า เก่านี้บริสุทธิ์ ไม่มีความหมองคล้ำในผ้านี้ แต่เพราะอาศัยอัตภาพจึงได้ หมองคล้ำ ยังญาณให้หยั่งลงในขันธ์ ๕ เจริญวิปัสสนา. ขณะนั้นพระผู้มี- พระภาคเจ้าทรงเปล่งพระโอภาสปรากฏดุจประทับนั่งข้างหน้าของพระจุลปันถก นั้น ได้ตรัสโอภาสคาถานี้ว่า

ธุลีคือราคะแต่มิใช่เรณู (ละออง) คำว่า รโช

(ธุลี) นี้เป็นชื่อของราคะ บัณฑิตทั้งหลายเหล่านั้น

ละธุลีนี้แล้วอยู่ในศาสนาของตถาคต ผู้ปราศจากธุลี

แล้ว.

ธุลี คือ โทสะ ฯลฯ ในศาสนาของตถาคตผู้

ปราศจากธุลีแล้ว.

ธุลี คือ โมหะ ฯลฯ ในศาสนาของตถาคต

ผู้ปราศจากธุลีแล้ว.

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้