แห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต๑ในอรูปภูมิ ก็ดี ทุกขสัจจะไม่ใช่กำลังเกิด และมัคคสัจจะก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคล เหล่านั้น.
ก็หรือว่า มัคคสัจจะไม่ไช่จักดับแก่บุคคลใด, ทุกขสัจจะก็ไม่ใช่ กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของพระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี ปุถุชน เหล่าใดจะไม่ได้มรรค ปุถุชนเหล่านั้นกำลังเกิดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่ง จิตในปวัตติกาลก็ดี มัคคสัจจะไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ทุกข- สัจจะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งอรหัตมัคคจิตก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตของพระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี ปุถุชนเหล่าใดจะไม่ได้ มรรค ปุถุชนเหล่านั้นกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผล๑จิตในอรูปภูมิก็ดี มัคคสัจจะไม่ใช่ จักดับ และทุกขสัจจะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ทุกขสัจจมูละ มัคคสัจจมูลี
ทุกขสัจจมูล จบ
๑. ม. เป็น อคฺคผลสฺส คือ อรหัตผลจิต เท่านั้น.