ปฐมฌานอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะของบุคคลซึ่ง เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี กายสังขารกำลังเกิด และวจีสังขารก็จักเกิด แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า วจีสังขารจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กายสังขาร ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเข้าปฐมฌานซึ่งเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี ในภังค- ขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ เว้นลมอัส- สาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ใน รูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิก็ดี วจีสังขารจักเกิดแก่ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังเข้าปฐมฌานอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสา- สะของบุคคลซึ่งเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี วจีสังขารจักเกิด และกาย- สังขารก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๐๙๓] กายสังขารกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตต- สังขารก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?