กำลังเข้าจตุตถฌานอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กาย- สังขารไม่ใช่จักเกิด และวจีสังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้น.
ก็หรือว่า วจีสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กาย- สังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เข้าทุติยฌาน ตติยฌานอยู่ วจีสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กายสังขารจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้น, บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิตก็ดี ปัจฉิมจิตของบุคคลที่ไม่มี วิตกและไม่มีวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี บุคคลที่กำลังเข้าจตุตถ- ฌานอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี วจีสังขารไม่ใช่จักเกิด และกายสังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๐๗๒] กายสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตต- สังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมจิตของบุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่ง จิตใดก็ดี บุคคลที่เข้าจตุตถฌานอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี