[๔๓] เหตุปัจจัย มี ๒ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๒ วาระ ฯลฯ วิคตปัจจัย มี ๒ วาระ (ย่อ)
(ในจูฬันตรทุกะเหมือนในโลกิยทุกะ พึงขยายสหชาตวาร ฯลฯ ปัญหาวาร ให้พิสดารทุกปัจจัย)
[๔๔] สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์แต่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ซึ่งเป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์แต่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ซึ่งเป็น อกุศลโดยอารัมมณปัจจัย (ย่อ)
[๔๕] อารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ (ทุกปัจจัย มีปัจจัยละ ๑ วาระ ย่อ)
[๔๖] สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์แต่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ซึ่งเป็น อัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์แต่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ซึ่งเป็น อัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์และไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ซึ่งเป็น อัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์และไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ซึ่ง เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์แต่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ซึ่งเป็นอัพยากฤต อาศัยสภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์และไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ซึ่งเป็นอัพยากฤต เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์แต่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์และที่วิปปยุตจาก สังโยชน์ไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ซึ่งเป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่วิปปยุตจาก สังโยชน์และไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ซึ่งเป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๓)
สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์แต่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ซึ่งเป็นอัพยากฤต อาศัยสภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์แต่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์และที่วิปปยุตจาก