๕. อัญชนาวนิยเถรคาถา
[๑๙๒] เราเข้าไปสู่ป่าอัญชนาวัน ทำตั่งให้เป็นกุฎีแล้วได้บรรลุวิชชา ๓ เราได้
กระทำคำสอนของพระพุทธเจ้าเสร็จแล้ว.
๖. กุฏิวิหารีเถรคาถา
[๑๙๓] ใครนั่งอยู่ในกุฎี ภิกษุผู้ปราศจากราคะ มีจิตตั้งมั่น อยู่ในกุฎี ขอท่าน
จงรู้อย่างนี้เถิดอาวุโส กุฎีที่ท่านทำไว้แล้ว ไม่ไร้ประโยชน์เลย.
๗. กุฏิวิหารีเถรคาถา
[๑๙๔] กุฎีนี้เป็นกุฎีเก่า ท่านปรารถนากุฎีใหม่ ก็จงละความหวังในกุฎีใหม่เสีย
ดูกรภิกษุ กุฎีใหม่นำทุกข์มาให้.
๘. รมณียกุฏิกเถรคาถา
[๑๙๕] กุฎีของเราน่ารื่นรมย์บันเทิงใจ เป็นกุฎีที่ทายกให้ด้วยศรัทธา ดูกรนารี
ทั้งหลาย เราไม่ต้องการด้วยกุมารีทั้งหลาย ชนเหล่าใดมีความต้องการ
เธอทั้งหลายก็จงไปในสำนักของชนเหล่านั้นเถิด.
๙. โกสัลลวิหารีเถรคาถา
[๑๙๖] เราบวชแล้วด้วยศรัทธา เราทำกุฎีไว้ในป่า เราเป็นผู้ไม่ประมาท มีความ
เพียร มีสติสัมปชัญญะ.
๑๐. สีวลีเถรคาถา
[๑๙๗] เราเข้าไปสู่กุฎีเพื่อประโยชน์อันใด เมื่อเราแสวงหาวิชชาและวิมุตติ ได้
ถอนขึ้นซึ่งมานานุสัย ความดำริของเราเหล่านั้นสำเร็จแล้ว.