อปุตตกสูตร: เศรษฐีที่มีทรัพย์มากแต่ไม่ได้ใช้
ใช้ในชีวิตประจำวัน

อปุตตกสูตร: เศรษฐีที่มีทรัพย์มากแต่ไม่ได้ใช้

อปุตฺตกสุตฺตํ

เศรษฐีในกรุงสาวัตถีตายลง ทรัพย์มหาศาลที่ไม่มีทายาทถูกขนเข้าวัง ทั้งที่ตอนมีชีวิตเขากินปลายข้าว นุ่งผ้าหยาบ และไม่เคยให้ใคร พระพุทธเจ้าเปรียบทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้เหมือนสระน้ำใสในถิ่นอมนุษย์ที่ไม่มีใครได้ดื่ม และเล่าเหตุในอดีตของเขา

๘ ข้อ

ในอปุตตกสูตร ๒ สูตร โกสลสังยุต สคาถวรรค สังยุตตนิกาย พระเจ้าปเสนทิโกศลเสด็จมาเฝ้าพระพุทธเจ้าในเวลาเที่ยงวัน และทูลว่าเพิ่งให้ขนทรัพย์ของเศรษฐีผู้ตายโดยไม่มีบุตรรับมรดกเข้าวัง เฉพาะเงินมีหลายล้าน แต่เศรษฐีผู้นั้นกินปลายข้าวกับน้ำส้มพอูม นุ่งผ้าหยาบสามชิ้นเย็บติดกัน และใช้รถเก่ามีร่มใบไม้

ในสูตรแรก พระพุทธเจ้าตรัสว่าอสัตบุรุษได้ทรัพย์มากแล้ว ไม่ทำให้ตนเอง พ่อแม่ ลูกเมีย คนงาน และมิตรมีความสุข ไม่ทำทานแก่สมณพราหมณ์ ทรัพย์นั้นย่อมหมดไปเปล่า ๆ ส่วนสัตบุรุษใช้ทรัพย์ให้เกิดประโยชน์ ทรัพย์นั้นจึงไม่สูญเปล่า

ในสูตรที่สอง พระองค์ทรงเล่าเหตุในอดีตว่า เศรษฐีเคยให้คนถวายบิณฑบาตแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า แล้วเสียดายภายหลัง และเคยฆ่าหลานชายเพราะทรัพย์ ผลของกรรมทั้งสองจึงทำให้เขามีทรัพย์แต่ใจไม่น้อมไปใช้ และทรัพย์ต้องตกเข้าพระคลังหลวงเป็นครั้งที่เจ็ด

  1. ๑

    มีทรัพย์มหาศาล แต่อยู่อย่างยากจน อปุตฺตกํ สาปเตยฺยํ

    เศรษฐีในกรุงสาวัตถีตาย ทรัพย์ที่ไม่มีบุตรรับมรดกถูกขนเข้าวัง ในสูตรแรกเฉพาะเงินมีแปดล้าน ในสูตรที่สองมีสิบล้าน แต่ตอนมีชีวิต เขากินปลายข้าวกับน้ำส้มพอูม นุ่งผ้าหยาบที่ตัดสามชิ้นเย็บติดกัน และใช้รถเก่า ๆ ที่กั้นร่มด้วยใบไม้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ลองถามตัวเองว่า ที่เราเก็บเงินอยู่ เก็บเพื่ออะไร ตั้งเป้าหมายการใช้ให้ชัด ทั้งเพื่อความมั่นคงและเพื่อความสุขของตนและคนรอบตัว

  2. ๒

    ทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้ย่อมหมดไปเปล่า อสปฺปุริโส อุฬาเร โภเค ลภิตฺวา

    อสัตบุรุษได้ทรัพย์มากแล้ว ไม่ทำให้ตนเอง มารดาบิดา บุตรภรรยา ทาสกรรมกร มิตรและอำมาตย์ได้รับความสุขความอิ่มหนำ และไม่ทำทานแก่สมณพราหมณ์ ทรัพย์นั้นย่อมถูกพระราชาหรือโจรนำไป ถูกไฟไหม้ น้ำพัด หรือทายาทที่ไม่เป็นที่รักนำไป หมดสิ้นไปโดยไม่ได้ใช้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้ามีทรัพย์พอแล้ว ให้ดูว่ามีใครในรายชื่อนี้ที่เรายังไม่ได้ดูแล เช่น พาพ่อแม่ไปเที่ยว ให้โบนัสคนทำงาน หรือเลี้ยงข้าวเพื่อนที่ช่วยเหลือกันมา

  3. ๓

    สระน้ำใสในถิ่นอมนุษย์ อมนุสฺสฏฺฐาเน โปกฺขรณี

    ในถิ่นของอมนุษย์มีสระน้ำใส เย็น จืดสนิท มีท่าดี น่ารื่นรมย์ แต่ไม่มีใครตักไป ดื่ม อาบ หรือใช้ตามต้องการได้ น้ำนั้นหมดไปเปล่า ทรัพย์ของอสัตบุรุษที่ไม่ได้ใช้โดยชอบก็เป็นเช่นนั้น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ของดีที่เก็บไว้ "รอวันพิเศษ" จนหมดอายุ หรือความรู้ที่ไม่เคยสอนใคร ก็เป็นสระน้ำแบบนี้ได้ ลองหยิบมาใช้หรือแบ่งปันสักอย่างในสัปดาห์นี้

  4. ๔

    สระน้ำใกล้หมู่บ้าน สปฺปุริโส อุฬาเร โภเค ลภิตฺวา

    ส่วนสัตบุรุษได้ทรัพย์มากแล้ว ทำให้ตนเอง มารดาบิดา บุตรภรรยา คนงาน และมิตรมีความสุข และทำทานแก่สมณพราหมณ์ ทรัพย์นั้นไม่สูญเปล่า เหมือนสระน้ำใสใกล้หมู่บ้านหรือนิคม ที่คนได้ตัก ได้ดื่ม ได้อาบ และใช้ตามต้องการ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    วางแผนการเงินเป็นสามส่วนอย่างง่าย คือ ใช้ดูแลตัวเองและครอบครัว เก็บไว้เพื่อความมั่นคง และแบ่งให้ผู้อื่นหรือส่วนรวม แม้สัดส่วนเล็กก็ได้

  5. ๕

    ผู้มีปัญญาได้ทรัพย์แล้วใช้และทำกิจ ธีโร จ วิญฺญู อธิคมฺม โภเค

    คาถาท้ายสูตรแรก: คนชั่วได้ทรัพย์แล้วไม่ใช้เองและไม่ให้ทาน เหมือนน้ำในถิ่นอมนุษย์ที่คนไม่ได้ดื่ม ส่วนวิญญูชนผู้มีปัญญาได้ทรัพย์แล้วย่อมใช้และทำกิจ เลี้ยงดูหมู่ญาติ ไม่ถูกติเตียน และเข้าถึงสวรรค์

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อได้เงินก้อนพิเศษ ก่อนเก็บทั้งหมด ให้กันส่วนหนึ่งไว้ทำสิ่งที่ควรทำ เช่น ซ่อมบ้านพ่อแม่ หรือช่วยญาติที่กำลังลำบาก

  6. ๖

    ให้แล้วเสียดาย ใจจึงไม่น้อมไปใช้ ตครสิขึ ปจฺเจกพุทฺธํ

    ทุติยาปุตตกสูตร: ในอดีต เศรษฐีผู้นี้สั่งให้คนถวายบิณฑบาตแก่พระปัจเจกพุทธเจ้าชื่อตครสิขี แต่ภายหลังเสียดายว่าให้ทาสหรือคนงานกินยังดีกว่า ผลของการถวายทำให้เขาไปสวรรค์เจ็ดครั้งและเป็นเศรษฐีในกรุงสาวัตถีเจ็ดครั้ง แต่ผลของความเสียดายทำให้ใจไม่น้อมไปใช้อาหาร ผ้า ยานพาหนะ และกามคุณที่ดี

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อให้อะไรใครไปแล้ว อย่าย้อนกลับไปเสียดายหรือทวงบุญคุณ ถ้ายังไม่พร้อมให้ด้วยใจยินดี ให้น้อยลงแต่ให้ด้วยใจเต็มดีกว่า

  7. ๗

    บุญเก่าหมด บุญใหม่ไม่ได้สะสม ปุราณญฺจ ปุญฺญํ ปริกฺขีณํ นวญฺจ ปุญฺญํ อนุปจิตํ

    เศรษฐีผู้นั้นเคยฆ่าบุตรคนเดียวของพี่ชายเพราะทรัพย์สมบัติ ผลของกรรมนั้นทำให้เขาไหม้อยู่ในนรกเป็นเวลานาน และทรัพย์ที่ไม่มีบุตรรับมรดกถูกขนเข้าพระคลังหลวงเป็นครั้งที่เจ็ด พระพุทธเจ้าตรัสว่า บุญเก่าของเขาหมดแล้ว บุญใหม่ก็ไม่ได้สะสมไว้ และบัดนี้เขาเข้าถึงมหาโรรุวนรก

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ความสำเร็จที่มีวันนี้อาจมาจากสิ่งดีที่ทำไว้ก่อน แต่มันใช้หมดได้ ทุกวันจึงควรทำความดีใหม่เพิ่มเสมอ และอย่าให้เรื่องมรดกหรือเงินทองทำลายคนในครอบครัว

  8. ๘

    ทรัพย์ต้องทิ้งไว้ กรรมติดตามไปเหมือนเงา ตญฺหิ ตสฺส สกํ โหติ

    คาถาท้ายสูตร: ข้าวเปลือก ทรัพย์ เงินทอง หรือของหวงแหนใด ๆ รวมทั้งทาส คนงาน และผู้อาศัย ไม่มีใครพาไปได้ ต้องทิ้งไว้ทั้งหมด ส่วนกรรมที่ทำด้วยกาย วาจา ใจ เป็นของของเขา เขาพากรรมนั้นไป และกรรมนั้นติดตามเขาไปเหมือนเงา ฉะนั้นควรทำความดีสะสมไว้ เพราะบุญเป็นที่พึ่งในโลกหน้า

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อลังเลว่าจะช่วยใครดีไหม นึกว่าเงินในบัญชีวันหนึ่งต้องทิ้งไว้ แต่การช่วยเหลือที่ทำวันนี้จะอยู่กับเราไปตลอด

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

พระสูตรนี้ไม่ได้ตัดสินคนที่ไม่มีลูก คำว่า "อปุตตกะ" บอกเพียงว่าทรัพย์ไม่มีทายาทรับ ใจความอยู่ที่วิธีใช้ทรัพย์ ไม่ว่าจะมีลูกหรือไม่ ทรัพย์ที่เก็บไว้เฉย ๆ ไม่ได้ทำให้ใครมีความสุข รวมทั้งเจ้าของเองด้วย

การประหยัดเป็นเรื่องดี แต่พระสูตรชี้ความต่างระหว่างความพอดีกับความตระหนี่ คนที่มีพอแต่ไม่กล้าใช้เลี้ยงตัวเองและคนที่รักให้พอสมควร และไม่เคยแบ่งให้ใคร กำลังปล่อยให้ทรัพย์เป็นสระน้ำที่ไม่มีใครได้ดื่ม

รายละเอียดเรื่องกรรมในอดีตและนรกเป็นคำอธิบายตามพระสูตร ไม่ได้มีไว้ให้หวาดกลัว ข้อที่นำมาใช้ได้คือ เมื่อให้แล้วอย่าเสียดายภายหลัง และอย่าให้ความโลภในทรัพย์พาไปทำร้ายคนใกล้ตัว

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้