อัตตทัณฑสูตร: ภัยเกิดจากการจับอาวุธ
ใช้ในชีวิตประจำวัน

อัตตทัณฑสูตร: ภัยเกิดจากการจับอาวุธ

อตฺตทณฺฑา ภยํ ชาตํ

ภัยเกิดจากอาชญาที่ตนจับขึ้น พระพุทธเจ้าทรงเล่าความสลดใจเมื่อเห็นผู้คนดิ้นรนเหมือนปลาในแอ่งน้ำน้อย และลูกศรที่มองเห็นยากซึ่งฝังอยู่ในใจ แล้วทรงวางแนวทางให้มีสัจจะ ไม่มายา ไม่ส่อเสียด ไม่โกรธ ไม่โลภ

๗ ข้อ

ในอัตตทัณฑสูตร อัฏฐกวรรค สุตตนิบาต ขุททกนิกาย พระพุทธเจ้าตรัสว่า ภัยเกิดจากอาชญาของตน ให้ดูคนที่ทะเลาะกัน แล้วทรงเล่าความสลดใจที่พระองค์เคยมี เมื่อเห็นหมู่สัตว์ดิ้นรนเหมือนปลาในแอ่งน้ำน้อย เห็นคนพิโรธกันและกัน โลกโดยรอบหาแก่นสารไม่ได้ ทิศทั้งปวงหวั่นไหว หาที่ใดที่ทุกข์ไม่ครอบงำไม่พบ อรรถกถาเล่าว่าตรัสในคราวที่ศากยะและโกลิยะจะรบกันเพราะแย่งน้ำ

จากนั้นตรัสว่าได้เห็นลูกศรที่มองเห็นได้ยากซึ่งอาศัยอยู่ในหัวใจ ผู้ถูกลูกศรนี้เสียบย่อมวิ่งไปทุกทิศ ผู้ถอนออกได้ย่อมไม่วิ่งไปและไม่จมลง

ส่วนที่เหลือเป็นแนวปฏิบัติของมุนี คือ มีสัจจะ ไม่คะนอง ไม่มีมายา ไม่ส่อเสียด ไม่โกรธ ข้ามความโลภและความตระหนี่ ไม่ดูหมิ่นผู้อื่น ไม่ยึดอดีต อนาคต และปัจจุบัน และไม่ถือนามรูปว่าเป็นของเรา

  1. ๑

    ภัยเกิดจากอาชญาของตน อตฺตทณฺฑา ภยํ ชาตํ

    ภัยเกิดจากอาชญาที่ตนจับขึ้น ท่านทั้งหลายจงดูคนที่ทะเลาะกัน พระพุทธเจ้าตรัสว่าจะแสดงความสลดใจตามที่พระองค์เคยสลดใจมา

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ก่อนตอบโต้แรง ๆ ไม่ว่าในที่ทำงานหรือในโลกออนไลน์ ให้นึกว่าเรากำลังหยิบอาวุธขึ้นมา และอีกฝ่ายจะหยิบขึ้นมาบ้าง

  2. ๒

    เหมือนปลาในแอ่งน้ำน้อย มจฺเฉ อปฺโปทเก ยถา

    พระพุทธเจ้าทรงเห็นหมู่สัตว์กำลังดิ้นรนเหมือนปลาในแอ่งน้ำที่แห้งลง เห็นคนพิโรธกันและกัน ภัยจึงเกิดขึ้นในพระทัย

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อเห็นคนแก่งแย่งกันเพราะทรัพยากรน้อย ให้มองด้วยความเข้าใจว่าทุกคนกำลังดิ้นรนเพราะกลัวขาด ไม่ใช่แค่เพราะเป็นคนเลว

  3. ๓

    โลกหาแก่นสารไม่ได้ สมนฺตมสาโร โลโก

    โลกโดยรอบหาแก่นสารไม่ได้ ทิศทั้งปวงหวั่นไหว พระองค์ทรงปรารถนาที่ต้านทานแก่ตน แต่ไม่พบสถานที่ใดที่ทุกข์มีชราเป็นต้นไม่ครอบงำ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อสิ่งที่เคยมั่นคงเปลี่ยนไป เช่น งานหรือเศรษฐกิจ ให้ลงทุนในสิ่งที่พาไปได้ทุกที่ด้วย เช่น ศีล สติ และความสัมพันธ์ที่ดี

  4. ๔

    ลูกศรที่มองเห็นยากในหัวใจ ทุทฺทสํ หทยนิสฺสิตํ

    พระองค์ทรงเห็นกิเลสดุจลูกศร ซึ่งมองเห็นได้ยากและอาศัยอยู่ในหัวใจของสัตว์ ผู้ถูกลูกศรนี้เสียบย่อมวิ่งไปทุกทิศ ผู้ถอนออกได้ย่อมไม่วิ่งไปและไม่จมลงในโอฆะ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อรู้สึกกระวนกระวายจนอยู่นิ่งไม่ได้ ให้หยุดถามว่ามีความอยากหรือความขุ่นเคืองอะไรเสียบอยู่ในใจ มากกว่าจะวิ่งหาทางออกข้างนอก

  5. ๕

    มีสัจจะ ไม่มายา ไม่ส่อเสียด ไม่โกรธ สจฺโจ สิยา อปฺปคพฺโภ

    มุนีพึงมีสัจจะ ไม่คะนอง ไม่มีมายา ละคำส่อเสียด ไม่โกรธ ข้ามความโลภอันลามกและความตระหนี่ ครอบงำความง่วง ความเกียจคร้าน ความท้อแท้ ไม่อยู่ด้วยความประมาท ไม่ดูหมิ่นผู้อื่น และไม่น้อมไปในการพูดเท็จ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เลือกหนึ่งข้อมาฝึกในสัปดาห์นี้ เช่น ไม่ส่งต่อเรื่องของคนอื่นที่ได้ยินมา แล้วดูว่าความขัดแย้งรอบตัวลดลงหรือไม่

  6. ๖

    ปล่อยอดีต ไม่แบกอนาคต ไม่ยึดปัจจุบัน ยํ ปุพฺเพ ตํ วิโสเสหิ

    จงทำกิเลสเครื่องกังวลในอดีตให้เหือดแห้ง อย่าให้มีเครื่องกังวลในอนาคต ถ้าไม่ถือเอาในปัจจุบัน ก็จะเป็นผู้สงบเที่ยวไป ไม่พึงเพลิดเพลินในอารมณ์ที่ล่วงไป ไม่พึงเศร้าโศกถึงอารมณ์ที่กำลังละไป

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้าคิดวนเรื่องที่เคยถูกทำร้ายหรือกังวลเรื่องที่ยังไม่เกิด ให้กลับมาทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้ดีที่สุดทีละอย่าง

  7. ๗

    ไม่ถือนามรูปว่าเป็นของเรา ยสฺส นตฺถิ มมายิตํ

    ผู้ใดไม่มีความยึดถือในนามรูปว่าเป็นของเราโดยประการทั้งปวง และไม่เศร้าโศกเพราะสิ่งที่ไม่มี ผู้นั้นย่อมไม่เสื่อมในโลก ผู้ที่ไม่มีเครื่องกังวลว่าสิ่งนี้ของเรา สิ่งนี้ของผู้อื่น ย่อมไม่เศร้าโศกว่าของเราไม่มี

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อร่างกายเปลี่ยนไปตามวัยหรือความจำไม่ดีเหมือนเดิม ให้ดูแลอย่างดีที่สุด แต่ไม่ต้องทุกข์ซ้ำด้วยการยึดว่ามันต้องเป็นอย่างเดิม

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

ชื่อพระสูตรชี้ว่า ภัยจำนวนมากในชีวิตไม่ได้มาจากข้างนอกล้วน ๆ แต่เริ่มจากสิ่งที่เราหยิบขึ้นมาเอง ทั้งอาวุธ คำพูดแรง ๆ และการเอาชนะ เมื่อหยิบขึ้นมาแล้วอีกฝ่ายก็หยิบบ้าง ความกลัวจึงเกิดทั้งสองฝ่าย

ความสลดใจในพระสูตรไม่ใช่ความสิ้นหวัง แต่นำไปสู่การมองหาที่พึ่งที่แท้ ถ้าการติดตามข่าวความขัดแย้งทำให้รู้สึกหมดแรงหรือหดหู่ต่อเนื่อง ควรพักจากข่าวและพูดคุยกับคนที่ไว้ใจได้

แนวปฏิบัติท้ายสูตร เช่น การเบื่อหน่ายกามโดยประการทั้งปวง เป็นแนวของนักบวช ผู้ครองเรือนนำข้อพื้นฐานมาใช้ได้ทันที คือพูดจริง ไม่หลอกลวง ไม่ยุยง และไม่ดูหมิ่นใคร

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

สัพพมิทังกัมมโตติกถา: ทุกอย่างเป็นเพราะกรรมจริงหรือ

สพฺพมิทํ กมฺมโตติกถา

ฝ่ายหนึ่งเสนอว่าสิ่งทั้งปวงเป็นเพราะกรรม ฝ่ายเถรวาทถามกลับสั้น ๆ ว่า แล้วกรรมเองเป็นเพราะกรรมหรือ และถ้าคนฆ่าส…

ธรรมเทวปุตตชาดก: เมื่อธรรมกับอธรรมสวนทางกัน

ธมฺมเทวปุตฺตชาตกํ

เทพบุตรชื่อธรรมกับเทพบุตรชื่ออธรรมขับรถมาพบกันบนทาง ธรรมขอทางด้วยเหตุผล อธรรมท้าให้รบกันแล้วทางเป็นของผู้ชนะ ธ…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้